ประเพณีตักบาตรดอกไม้ วัดบางโฉลงใน

0
335

ตามความเชื่อของชาวพุทธ การตักบาตรดอกไม้เป็นการสร้างอานิสงส์ที่สูงส่งอย่างยิ่ง โดยปรากฎตาม พุทธตำนานว่า พระเจ้าพิมพิสาร กษัตริย์แห่งกรุงราชคฤห์ ทรงโปรดปรานดอกมะลิมาก ในแต่ละวันจะรับสั่งให้นายมาลาการนำดอกมะลิสดมาถวายถึง วันละ 8 กำมือ

วันหนึ่งขณะที่ นายมาลาการ กำลังเก็บดอกมะลิได้พบเห็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้า พร้อมด้วยภิกษุสงฆ์อีกจำนวนหนึ่ง เสด็จออกบิณฑบาตร นายมาลาการสังเกตุเห็นพรรณรังษี ฉายประกาย รอบ ๆ พระวรกาย ทำให้เกิดความเลื่อมใสศรัทธาพระพุทธองค์อย่างยิ่ง นายมาลาการ ตัดสินใจนำดอกมะลิที่มีไปถวายแด่ พระพุทธเจ้า พร้อมกันนั้นก็ตั้งจิตอธิษฐานว่า ข้าวของทุกสิ่งที่พระเจ้าพิมพิสารทรงมอบให้เพียงเพื่อยังชีพในภพนี้เท่านั้น แต่การนำดอกไม้ถวายบูชาแก่พระพุทธองค์ สร้างอานิสงส์ได้ทั้งภพนี้และภพหน้า หากถูกประหารชีวิตเพราะไม่ได้ถวายดอกมะลิก็ยินยอม 

ครั้นภรรยานายมาลาทราบความ ก็เกรงกลัวว่าจะต้องโทษที่สามีไม่ปฏิบัติตามพระบัญชาของพระเจ้าพิมพิสาร ก็หลบหนีออกจากบ้านไป แต่หลังจากที่พระเจ้าพิมพิสารทรงทราบกลับพอพระราชหฤทัยเป็นอันมาก และได้ปูนบำเหน็จรางวัล ความดีความชอบแก่นายมาลาการ นับแต่นั้นมาชีวิตของนายมาลาการก็อยู่อย่างมีความสุข 

ชาวตำบลบางโฉลง ได้ยึดถือประเพณีตักบาตรดอกไม้เป็นประเพณีสำคัญ ปฏิบัติสืบต่อกันมาช้านาน เป็นประจำทุกปี 

ต่อมาสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดสมุทรปราการและสภาวัฒนธรรมอำเภอบางพลี( ปัจจุบัน นางสาวชูศรี สัตยยานนท์ เป็นประธาน) ได้เข้ามาฟื้นฟูประเพณีดังกล่าว เพื่อสืบสานประเพณีท้องถิ่นที่ดีงาม มรดกทางวัฒนธรรมของบรรพบุรุษของชาวตำบลบางโฉลง ให้ประชาชนทั่วไปได้รู้จักมากยิ่งขึ้น และได้เปลี่ยนแปลงจากการตักบาตรดอกไม้ในวันเข้าพรรษา มาเป็นวันอาสาฬหบูชา ก่อนวันเข้าพรรษา 1 วัน เพื่อถวายเป็นพุทธบูชา โดยดอกไม้ที่นำมาตักบาตร ได้แก่ ดอกบัว ดอกมะลิ ดอกเข็ม ดอกเข้าพรรษา ดอกพุทธรักษา และดอกไม้อื่นๆ ที่มีอยู่ในท้องถิ่น