วันจันทร์, มีนาคม 4, 2024
หน้าแรกก่ารเกษตรเครือข่ายองค์กรผู้บริโภคทั่วประเทศ 30 จังหวัด นัด D-Day  ยื่นหนังสือ ถึงรัฐบาล ชะลอเข้าร่วม ‘CPTPP’  หวั่นส่งผลกระทบโดยตรงต่อประชาชน

เครือข่ายองค์กรผู้บริโภคทั่วประเทศ 30 จังหวัด นัด D-Day  ยื่นหนังสือ ถึงรัฐบาล ชะลอเข้าร่วม ‘CPTPP’  หวั่นส่งผลกระทบโดยตรงต่อประชาชน

     จากการที่รัฐบาลไทย มีนโยบายที่พยายามจะนำประเทศไทยเข้าร่วม ‘ความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจภาคพื้นแปซิฟิก’ หรือ The Comprehensive and Progressive Agreement for Trans – Pacific Partnership (CPTPP) โดยอ้างว่าจากข้อตกลงดังกล่าวประเทศไทยจะได้ผลประโยชน์มากกว่าเสียผลประโยชน์

     เครือข่ายองค์กรผู้บริโภคทั่วประเทศจำนวน 30 จังหวัด ได้แก่จังหวัด พะเยา ลำพูน เชียงใหม่ ลำปาง เชียงราย แพร่ ขอนแก่น ร้อยเอ็ด  นครราชสีมา  สุรินทร์ ฉะเชิงเทรา  ตราด สระแก้ว สมุทรปราการ สมุทรสงคราม นครปฐม ประจวบคีรีขันธ์ เพชรบุรี สุพรรณบุรี สตูล ชุมพร สุราษฎร์ธานี กระบี่ ภูเก็ต สงขลา ปัตตานี นราธิวาส พระนครศรีอยุธยา สิงห์บุรี และกรุงเทพมหานคร พร้อมใจนัดกันยื่นจดหมายต่อ ส.ส. ส.ว. ผู้ว่าราชการจังหวัด และศูนย์ดำรงธรรมในวันที่ 21 มิ.ย. 2564 ที่ผ่านมาเพื่อเสนอต่อรัฐบาลให้ชะลอส่งหนังสือเข้าร่วม ‘CPTPP’

 

     ทั้งนี้ เครือข่ายองค์กรผู้บริโภคทั่วประเทศ เห็นว่า การเข้าร่วม CPTPP ยังไม่ใช่ปัจจัยหลักที่จะช่วยให้ไทยได้รับเงินลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ เนื่องจากเห็นว่ามีผลกระทบมากกว่าผลบวกดังนี้

     ผลกระทบด้านลบต่องบประมาณ หรือ ค่าใช้จ่ายของประเทศนั้น จากข้อเสนอของสภาเภสัชกรรมต่อคณะกรรมการนโยบายเศรษฐกิจระหว่างประเทศ (กนศ.) พบว่า จะเกิดผลกระทบไม่น้อยกว่า 420,000 ล้านบาท ในระยะเวลา 30 ปี รวมทั้งมูลค่าของอุตสาหกรรมผลิตยาในประเทศลดลงสูงสุดถึง 1 แสนล้านบาท ซึ่งค่าใช้จ่ายด้านยาที่เพิ่มขึ้นส่งผลกระทบโดยตรงต่องบประมาณของรัฐในการจัดบริการสาธารณสุข โดยเฉพาะค่าใช้จ่ายด้านยาในระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ 

     

     จากการคาดการณ์ผลกระทบของ CPTPP ในระยะเวลาประมาณ 30 ปี (2562 – 2590) ประเทศไทยจะมีภาระค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพที่เพิ่มขึ้นมาจากการพึ่งพิงการนำเข้ายาที่สูงมาก ซึ่งส่งผลต่อค่าใช้จ่ายด้านยาที่สูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ และจะมีผลกระทบต่อความมั่นคงด้านยาของประเทศอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ 

     นอกจากนี้ผลกระทบของ CPTPP ต่อความมั่นคงด้านอาหารทั้งระบบตั้งแต่กระบวนการผลิตเกษตรกรรมจนถึงอาหารที่ผู้บริโภครับประทานดังนี้

  1. เมล็ดพันธุ์แพงขึ้น เพราะเกิดการผูกขาดด้านเมล็ดพันธุ์ของบริษัทยักษ์ใหญ่ไม่กี่เจ้า ทำให้เกษตรกรไม่สามารถเก็บเมล็ดพันธุ์ในการนำไปปลูกต่อได้ ส่งผลให้เมล็ดพันธุ์จะไม่หลากหลาย เนื่องจากเกษตรกรไม่สามารถพัฒนาสายพันธุ์เองได้
  2. เกิดการผูกขาดอุตสาหกรรมอาหารไม่กี่เจ้า ทำให้ต้นทุนในการผลิตอาหารแพงขึ้น ส่งผลให้ผู้บริโภครับประทานอาหารที่แพงมากขึ้น
  3. อาหารที่ผู้บริโภคจะไม่มีความปลอดภัยมากขึ้น เนื่องจากจะมีหมูที่มีสารเร่งเนื้อแดงจากแคนนาดาทะลักเข้ามาในประเทศไทยโดยไม่มีการควบคุมมากขึ้น
  4. มาตรฐานความปลอดภัยสินค้า GMO ต่ำกว่ามาตรฐานระหว่างประเทศ เนื่องจากความตกลงนี้อ้างอิงการประเมินความเสี่ยงบนฐานทางวิทยาศาสตร์ตามกรอบของ WTO เท่านั้น ซึ่งไม่ได้ใช้หลักการป้องกันเอาไว้ก่อน และไม่มีการคำนึงถึงผลกระทบอาจเกิดขึ้นต่อเศรษฐกิจสังคม

     จากเหตุผลข้างต้น เครือข่ายองค์กรผู้บริโภคทั่วประเทศจำนวน 30 จังหวัด จึงเห็นด้วยกับแนวทางข้อเสนอของสภาองค์กรของผู้บริโภคที่เสนอให้คณะรัฐมนตรี คณะกรรมการนโยบายเศรษฐกิจระหว่างประเทศ (กนศ.) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับความตกลงที่ครอบคลุมและก้าวหน้าสำหรับหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจภาคพื้นแปซิฟิก (CPTPP) ขอให้ตระหนักในผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นกับประชาชนไทยทั้งประเทศ หากมีการเดินหน้าเข้าสู่กระบวนการเจรจาเข้าร่วมความตกลง CPTPP ผ่านการพิจารณาด้วยความรอบคอบและมองประโยชน์ของประชาชนที่เป็นผู้บริโภคส่วนใหญ่ มากกว่าผลประโยชน์ทางธุรกิจของกลุ่มคนส่วนน้อยของประเทศ ดังนั้นเครือข่ายองค์กรของผู้บริโภคทั่วประเทศขอให้มีการชะลอการส่งหนังสือแสดงเจตจำนงค์เข้าร่วม CPTPP จนกว่าที่จะมีการศึกษาผลกระทบที่แน่ชัดแล้วว่าคนไทยจะไม่ได้รับผลกระทบในด้านต่างๆ ที่ทำให้ผลเสียประโยชน์ในอนาคต

     ซึ่งทั้งนี้ได้มีเครือข่ายองค์กรผู้บริโภคได้ยื่นข้อเสนอผ่าน ส.ส. ส.ว. ผู้ว่าราชการจังหวัด หรือศูนย์ดำรงธรรมในพื้นที่ไปแล้ว 2 จังหวัด 

     โดยเมื่อวันที่ 18 มิ.ย. 2564 ทางคณะทำงานชมรมคุ้มครองผู้บริโภคเขตคันนายาว กรุงเทพมหานคร ได้ยื่นจดหมายต่อ ดร.พลภูมิ  วิภัติภูมิประเทศ ส.ส.พื้นที่เขตคันนายาวบึ่งกุ่ม ใน 2 ประเด็น คือ

  1. เรื่องขอเชิญร่วมคัดค้าน การต่อสัญญา สัมปทานรถไฟฟ้า สายสีเขียว และการขึ้นราคา ที่ไม่เป็นธรรม กับผู้บริโภค
  2. เรื่อง ข้อเสนอต่อคณะรัฐมนตรี คณะกรรมการนโยบาย เศรษฐกิจ ระหว่างประเทศ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง กับความตกลงที่ครอบคลุม และก้าวหน้า สำหรับ สำหรับ หุ้นส่วนทางเศรษฐกิจ ภาคพื้นแปซิฟิก (CPTPP) เพื่อชะลอ การส่งหนังสือ แสดงเจตจำนงค์ เข้าร่วม CPTPP

     วันที่ 19 มิ.ย. 2564 นายกสมาคมคุ้มครองผู้บริโภคจังหวัดปัตตานี ยื่นจดหมายข้อเสนอต่อคณะรัฐมนตรี คณะกรรมการนโยบาย เศรษฐกิจ ระหว่างประเทศ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง กับความตกลงที่ครอบคลุม และก้าวหน้า สำหรับ สำหรับ หุ้นส่วนทางเศรษฐกิจ ภาคพื้นแปซิฟิก (CPTPP) เพื่อชะลอ การส่งหนังสือ แสดงเจตจำนงค์ เข้าร่วม CPTPP ผ่านนายอนุศาสตร์ สุวรรณมงคล สมาชิกวุฒิสภา ณ โรงแรมCS ปัตตานี 

     ในวันที่ 21 มิ.ย. 2564 เครือข่ายสภาองค์กรผู้บริโภคทั่วประเทศนัดรวมตัวยื่นข้อคัดค้านการเข้าร่วม CPTPP   ต่อจังหวัด สส.หรือผู้เกี่ยวข้อง

     ทางด้าน นางสาวสุภาวดี วิเวก นายกสมาคมสมาคมคุ้มครองผู้บริโภคภาคตะวันออก นำคณะเข้ายื่นหนังสือต่อศูนย์ดำรงค์ธรรมจังหวัดฉะเชิงเทรา ดร.วิโรจน์ เวทยาวงศ์ จังหวัดสมุทรปราการ ยื่นต่อศูนย์ดำรงค์ธรรม  จังหวัดสระแก้ว จังหวัดตราด ระยอง นำจดหมายคัดค้านแจ้งให้คณะรัฐมนตรี คณะกรรมการนโยบายเศรษฐกิจระหว่างประเทศและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อชะลอการส่งหนังสือเจตจำนงเข้าร่วม CPTPP ทราบ 

 

ข่าวใหม่ล่าสุด
- Advertisment -spot_img

ข่าวอื่นน่าสนใจ