Smart Farming ความสำเร็จและความท้าทายแห่งยุคสมัย

0
78

 เทคโนโลยีเป็นส่วนหนึ่งที่เข้ามามีบทบาทอย่างมากในชีวิตประวันในทุกวันนี้ จนมีคนกล่าวไว้ว่า ยุคนี้ Technology is everything ไม่ว่าจะมองไปทางด้านไหน ก็มีแต่คนที่ใช้เทคโนโลยีกันตลอดเวลา แม้แต่การทำการเกษตรเอง ในยุคปัจจุบันนี้ก็มีแนวคิดใหม่ในการทำการเกษตรขึ้นมา เรียกว่า Smart Farming ซึ่งกำเนิดจากวิถีของเกษตรกรในยุคใหม่ที่เป็นคนรุ่นใหม่ที่ต้องการกลับไปพัฒนาบ้านเกิด ทำให้หลายคนเริ่มหันมาสนใจวิธีการทำการเกษตรแบบไฮเทค ที่จะเข้าไปเปลี่ยนวิถีแบบเดิมๆ แต่การใช้เทคโนโลยีจำนวนมากก็มีข้อเสียที่ทำให้การทำ Smart Farming ไม่ประสบผลสำเร็จเช่นกัน

            Smart Farming คือการทำการเกษตรอัจฉริยะที่นำเทคโนโลยีเข้ามาบริหารจัดการระบบการเพาะปลูกในทุก ๆ ขั้นตอน และสามารถควบคุมทุกอย่างได้ด้วยเทคโนโลยี เพื่อทำการตรวจสอบ เก็บข้อมูล วิเคราะห์ และแก้ปัญหาการเพาะปลูกได้แบบ Real-Time พร้อมกับสามารถแสดงผลข้อมูลการเจริญเติบโตและคาดการณ์ผลผลิตได้อย่างแม่นยำ ซึ่งในความเป็นจริงแล้ว ประเทศไทยของเรายังคงอยู่ในจุดเริ่มต้นของการทำเท่านั้น เนื่องจากการทำ Smart Farming จำเป็นต้องมีบุคลากรที่เชี่ยวชาญ และได้รับการสนับสนุนจากหลายภาคส่วน อีกทั้งตัวเกษตรกรเองก็จำเป็นต้องมีการเรียนรู้ พัฒนาตัวเอง และพร้อมที่จะเปลี่ยนแปลงจากวิถีเดิมที่เคยทำมา  

   

 

 

            สภาพอากาศร้อนในประเทศไทย มีผลกระทบโดยตรงต่อการเกษตร เกษตรกรรายหนึ่งได้เริ่มใช้ระบบฟาร์มอัจฉริยะเพื่อส่งเสริมและพัฒนาการผลิตพืชผัก นอกเหนือจากการสนับสนุนเศรษฐกิจดิจิทัล  ระบบฟาร์มอัจฉริยะพัฒนาระบบรดน้ำต้นไม้อัตโนมัติผ่านแอปพลิเคชั่นโทรศัพท์ ‘Smart Farm Kit’ ซึ่งติดตั้งในราคาไม่แพง เกษตรกรใช้ระบบชลประทานอัตโนมัติที่สามารถควบคุมปริมาณน้ำและตั้งค่าเวลาเปิดปิดผ่านระบบเซ็นเซอร์โดยวัดอุณหภูมิสภาพอากาศที่ติดตั้งบนสมาร์ทโฟน  

          วันชัย วงศ์ศษิศกุล เจ้าของ สมาร์ท ไนท์ ฟาร์ม ในพื้นที่จังหวัดนนทบุรี  กล่าวว่า การประหยัดเวลาและเสริมคุณภาพของผักด้วยระบบ  Smart Farm ช่วยให้เกษตรกรทราบความต้องการน้ำของผักแต่ละชนิด  การใช้ระบบ การให้น้ำที่ถูกต้องสำหรับผักจะช่วยปรับปรุงผลผลิต ความชื้น อุณหภูมิ และปัญหาการเกิดโรคในผัก  ค่าใช้จ่ายในการใช้ระบบฟาร์มอัจฉริยะมีราคาถูกและง่ายต่อการควบคุมระบบผ่านมือถือ  ฟาร์มที่ปลูกผักรวมสามารถผลิตผักได้หลากหลายชนิดมากขึ้น ซึ่งจะช่วยในการผลิตพืชผลที่มีหลากหลายเพื่อขยายตลาด   

           อัญชลี อิสรวิมล เจ้าของฟาร์มอีกท่าน กล่าวว่า  ในการเกษตรแบบดั้งเดิม แม้ทำเกษตรกรได้  แต่การขาดการจัดการจากระบบเทคโนโลยีทำให้ได้ผลผลิตที่ต่ำและยังมีข้อกำหนดในการเพาะปลูก  เทคโนโลยีสมัยใหม่ จึงมีบทบาทในด้านการเกษตรและเป็นประโยชน์อย่างยิ่ง  โดยเฉพาะเกษตรกรสามารถเห็นการพัฒนาในการขยายการเพาะปลูก มีการประหยัดค่าแรง และลดความเสียหายของพืชได้อย่างมาก  เทคโนโลยีนี้สามารถช่วยให้เกษตรกรปลูกผักบางชนิดที่พวกเขาไม่สามารถปลูกได้เนื่องจากต้นทุนของความท้าทาย  คะน้าถือเป็นผักที่ปลูกยากเนื่องจากมีต้นทุนในการเพาะปลูกสูงและมีปัญหาเรื่องปริมาณน้ำ  

           อัญชลี  เล่าต่อว่า ตอนนี้สามารถปลูกผักชนิดนี้ได้ดี โดยการปรับมาใช้ระบบชลประทานแบบอัตโนมัติ  ทำให้สามารถต่อยอดการตลาดผักคะน้านำออกสู่ตลาดภายนอกได้สูงส่งสินค้าได้สม่ำเสมอ   ยังสร้างกลุ่มผู้ผลิตใหม่ได้  ต่างจากเมื่อก่อนที่มีขีดจำกัด   

         “วันนี้ทำให้สามารถผลิตสินค้าที่มีคุณภาพและสามารถขายผลิตภัณฑ์เหล่านี้ได้ตลอดทั้งปี  ผู้บริโภค สามารถหาซื้อผักได้จากซุปเปอร์มาร์เก็ต มีหลากหลายหลาชนิด ทำให้ผู้บริโภคทราบที่มาของผักและขั้นตอนการปลูกผัก ที่เรามั่นใจได้ในเรื่องความปลอดภัย  เมื่อผู้บริโภค ได้เห็นกระบวนการผลิตทำให้เขาวางใจได้ว่าอาหารหรือผักที่ซื้อไปนั้นมีคุณภาพดีและปราศจากสารเคมีเร่งโต” 

 

ข้อมูล A24 News