ดี เดย์ ! เทคนิคมีนบุรี  ฉีดวัคซีน ให้นักศึกษา เตรียมพร้อมเปิดเรียน

0
109

ดี เดย์ ! เทคนิคมีนบุรี จับมือ เทคโนโลยีมีนบุรีโปลีเทคนิค ฉีดวัคซีน ให้นักศึกษาอาชีวศึกษา เตรียมพร้อมเปิดเรียนฝึกปฎิบัติแบบ Onsite ตามรูปแบบการเรียนการสอนของอาชีวะ

 

เมื่อวันที่ 9 ตุลาคม 2564 ที่หอประชุม วิทยาลัยเทคนิคมีนบุรี  ดร.ชมพูนุช บัวบังศร ผู้อำนวยการสถาบันการอาชีวศึกษากรุงเทพมหานคร  นายรัชพร วรรณคำ ศึกษาธิการจังหวัดกรุงเทพมหานคร ร่วมเป็นประธาน ทั้งกล่าวให้โอวาทในพิธีจัดฉีดวัคซีนสร้างเกราะป้องกันให้นักเรียน นักศึกษา  พร้อมด้วยผู้แทนจากกระทรวงสาธารณสุข  ผู้แทนสถานีตำรวจนครบาลมีนบุรี และฝ่ายที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมการตรวจเยี่ยมการฉีดวัคซีนครั้งนี้

โดยมี นายทวีศักดิ์ คิ้วทอง ผู้อำนวยการวิทยาลัยเทคนิคมีนบุรี ประธานกรรมการอาชีวศึกษากรุงเทพมหานคร พร้อมด้วยผู้บริหาร คุณครู เจ้าหน้าที่วิทยาลัยเทคนิคมีนบุรี ให้การต้อนรับและนำเสนอแนวทางและวิธีการในการฉีดวัคซีนให้กับนักศึกษา  ทั้งนี้การฉีดวัคซีนครั้งนี้ได้รับความร่วมมือกับโรงพยาบาลนพรัตนราชธานี ในการฉีดวัคซีน

ดร.ชมพูนุช บัวบังศร ผู้อำนวยการสถาบันการอาชีวศึกษากรุงเทพมหานคร  กล่าวว่า วันนี้ถือว่าเป็นวันดีมากๆ ที่มีนักศึกษาถือว่าเป็นกลุ่มแรกที่โชคดีได้ฉีดวัคซีนในครั้งนี้ ซึ่งทาง สอศ.มีความตั้งใจที่จะเปิดเรียนในเดือนพฤศจิกายนนี้  ถ้าหากนักเรียน นักศึกษาทุกคนได้รับวัคซีนครบสองเข็มแล้ว ก็จะทำให้สามารถมาเรียนที่วิทยาลัยได้ ที่ผ่านมาการเรียนออนไลน์ทำให้ไม่สามารถเรียนภาคปฏิบัติได้ ซึ่งการฉีดครบก็สามารถมาเรียนได้ และต้องขอบคุณทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องที่ช่วยสร้างเกราะป้องกันให้นักศึกษามีส่วนร่วม ทำให้เกิดการฉีดวัคซีนในวันนี้  

 ตนเองรู้สึกดีใจที่นักศึกษาให้ความร่วมมือเข้ารับการฉีดวัคซีนเป็นจำนวนมาก ต้องฝากขอบคุณผู้ปกครองของนักศึกษาที่เห็นความสำคัญ ของการฉีดวัคซีนที่ได้ยินยอมอนุญาตให้นักศึกษาเข้ารับการฉีดวัคซีน  การฉีดวัคซีนนั้นมีความสำคัญอย่างยิ่งที่จะให้ปลอดภัย มากที่สุด ขอบคุณผู้ปกครองที่เห็นด้วยกับนโยบายของทางรัฐบาล และขอเป็นกำลังใจให้นักศึกษาทุกๆ คน ขอบคุณอีกครั้งที่เห็นความสำคัญของการฉีดวัคซีน

นายรัชพร วรรณคำ ศึกษาธิการจังหวัดกรุงเทพมหานคร   ได้กล่าวว่า การฉีดครั้งนี้ถือว่าเป็นการ Kick Off เพื่อเริ่มต้นสำหรับ นศ.ในกรุงเทพมหานคร  ซึ่งเป็นนโยบายที่สำคัญของทางรัฐบาล  ได้ร่วมกับ กระทรวงสาธารณสุข(สธ.) และ กระทรวงศึกษาธิการ(ศธ.)   โดยเฉพาะสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา(สอศ.) เป็นการนำร่องที่วิทยาลัยเทคนิคมีนบุรี  โดยมีทีมแพทย์ และพยาบาลมาให้บริการ  เป็นวัคซีนไฟเซอร์ ซึ่งเป็นวัคซีนที่เหมาะสมกับนักศึกษา เพื่อเป็นการสร้างภูมิคุ้มกันให้กับนักศึกศึกษา เพื่อที่จะสามารถเปิดเรียนได้ในเดือนพฤศจิกายนนี้ได้  ขอให้ให้นักศึกษาปฏิบัติตามคำแนะนำของคุณหมอให้คำปรึกษา หลังจากการฉีดวัคซีนครั้งนี้ด้วย

ทางด้าน นายทวีศักดิ์ คิ้วทอง ผู้อำนวยการวิทยาลัยเทคนิคมีนบุรี  ประธานกรรมการอาชีวศึกษากรุงเทพมหานคร ได้กล่าวขอบคุณบุคลากรทุกคน ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการอนุเคราะห์ เรื่องการฉีดวัคซีน ทำให้นักศึกษาได้ฉีดวัคซีน และขอบคุณผู้บริหาร คุณหมอ เภสัชกร เจ้าหน้าที่พยาบาลของโรงพยาบาลนพรัตนราชธานี ที่ให้ความอนุเคราะห์ดำเนินการฉีดวัคซีนครั้งนี้ด้วย 

ซึ่งจะทำให้การเรียนการสอนของนักศึกษาอาชีวะซึ่งเป็นสายปฏิบัติต้องฝึกทักษะฝีมือ ทั้งในสถานศึกษาและในสถานประกอบการ ได้กลับมาเรียนตามปกติเต็มรูปแบบอีกครั้งหลังจากฉีดเข็มที่ 2 ในวันที่ 3 พฤศจิกายนนี้ นายทวีศักดิ์ กล่าว

จากนั้น ทางคณะผู้บริหาร ได้ร่วมเยี่ยมชมการฉีดวัคซีน ร่วมพูดคุยกับนักศึกษาและให้กำลังใจนักศึกษา และบุคลากรทางการแพทย์ในครั้งนี้ด้วย โดยในวันนี้มีนักศึกษาจากวิทยาลัยเทคนิคมีนบุรี  วิทยาลัยเทคโนโลยีมีนบุรีโปลีเทคนิค แจ้งความยินยอมเข้ารับการฉีดวัคซีนจำนวนกว่า 2,700 คน

 

 

 

ทางด้าน นางสาวรัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี  เปิดเผยเมื่อ 9 ต.ค.ถึงการดำเนินการฉีดวัคซีนไฟเซอร์ ให้แก่นักเรียนนักศึกษากลุ่มเป้าหมายที่มีอายุ 12-18 ปี ทุกคน ผ่านสถาบันการศึกษาว่า ขณะนี้มีผู้เข้ารับการฉีดแล้วประมาณ 3.8 ล้านคน จากตัวเลขกลุ่มเป้าหมายมีอยู่ประมาณ 5 ล้านคน คิดเป็นร้อยละ 71 และคาดว่า มีตัวเลขผู้แจ้งความประสงค์ฉีดวัคซีนเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง โดยมียอดการฉีดวัคซีนสะสมถึงวันที่ 7 ต.ค. มีนักเรียนที่ได้รับการฉีดวัคซีนเข็มที่ 1 แล้วประมาณ 150,190 ราย ร้อยละ 3.3 และฉีดวัคซีนเข็มที่ 2 ไปแล้วประมาณ 1,825 ราย กระทรวงศึกษาธิการและกระทรวงสาธารณสุข จะเดินหน้าฉีดวัคซีนไฟเซอร์ให้แก่เด็ก นักเรียน อย่างต่อเนื่องจนครบโดยเร็ว

การฉีดวัคซีนให้แก่เด็กนักเรียนมีความสำคัญมาก เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันของสังคมให้เข้มแข็งมากขึ้นและให้เด็กได้กลับไปเรียนในรูปแบบปกติโดยเร็ว พร้อมเตรียมรับการเปิดภาคเรียนเดือน พฤศจิกายนนี้ นอกจากนี้ รัฐบาลโดยกระทรวงสาธารณสุขและกระทรวงศึกษาธิการ ยังพิจารณาให้มีการตรวจ ATK (Antigen Test Kit) แบบสุ่มตัวอย่างประมาณ 10-15% ของจำนวนนักเรียนในทุกๆ 2 สัปดาห์ ทั้งนี้เพื่อสร้างความมั่นใจกับนักเรียนในการฉีดวัคซีนไฟเซอร์ ทั้งนี้ ท่านนายกรัฐมนตรี พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ยังกำชับให้สถานศึกษาและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งให้ข้อมูลสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับประสิทธิภาพและอัตราการเกิดผลข้างเคียงจากวัคซีน เพื่อให้นักเรียนคลายความกังวลจากผลที่เกิดขึ้นด้วย” นางสาวรัชดา กล่าว