กฟผ. ให้ความสำคัญทุกข้อคิดเห็นของประชาชน พร้อมกำหนดมาตรการป้องกันและแก้ไขผลกระทบสิ่งแวดล้อม โครงการโรงไฟฟ้าพระนครใต้ (ส่วนเพิ่ม) สร้างความมั่นใจให้ชุมชนในพื้นที่รอบโรงไฟฟ้า

0
291
นางศรีวรรณ บูรณโชคไพศาล ผู้ช่วยผู้ว่าการแผนงานโรงไฟฟ้า การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย

 

กฟผ. รวบรวมทุกข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะของประชาชนต่อโครงการโรงไฟฟ้าพระนครใต้ (ส่วนเพิ่ม) กำหนดมาตรการป้องกันและแก้ไขผลกระทบสิ่งแวดล้อม รวมถึงมาตรการติดตามตรวจสอบคุณภาพสิ่งแวดล้อม เพื่อให้ชุมชนในพื้นที่รอบโรงไฟฟ้ามีความมั่นใจในมาตรการครบทุกด้าน

          นางศรีวรรณ บูรณโชคไพศาล ผู้ช่วยผู้ว่าการแผนงานโรงไฟฟ้า การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เปิดเผยว่า แผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศไทย พ.ศ. 2561-2580 ฉบับปรับปรุงครั้งที่ 1 (PDP 2018 Revision 1) ได้กำหนดให้มีโครงการโรงไฟฟ้าพระนครใต้ (ส่วนเพิ่ม) จังหวัดสมุทรปราการ กำลังผลิตตามสัญญา 2,100 เมกะวัตต์ ประกอบด้วยหน่วยการผลิตจำนวน 3 หน่วย ใช้ก๊าซธรรมชาติเป็นเชื้อเพลิงหลักและใช้น้ำมันดีเซลเป็นเชื้อเพลิงสำรอง มีกำหนดจ่ายไฟฟ้าเข้าระบบเชิงพาณิชย์ (Commercial Operation Date: COD) หน่วยที่ 1 (700 เมกะวัตต์) ในปี 2569 หน่วยที่ 2 และ 3 (1,400 เมกะวัตต์) ในปี 2570 เพื่อรักษาความมั่นคงของระบบไฟฟ้าและตอบสนองความต้องการไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้นในเขตนครหลวงและปริมณฑล โดย กฟผ. ร่วมกับบริษัท ซีคอท จำกัด (บริษัทที่ปรึกษา) จัดประชุมรับฟังความคิดเห็นของประชาชน ครั้งที่ 3 โครงการโรงไฟฟ้าพระนครใต้ (ส่วนเพิ่ม) เพื่อทบทวนร่างรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมฯ (EHIA) รวมถึงมาตรการป้องกันและแก้ไขผลกระทบสิ่งแวดล้อม และมาตรการติดตามตรวจสอบผลกระทบสิ่งแวดล้อม เมื่อวันที่ 27 กันยายน – 3 ตุลาคม 2564 ในรูปแบบเวทีประชุม ณ เทศบาลเมืองปู่เจ้าสมิงพราย จ.สมุทรปราการ พร้อมถ่ายทอดการประชุมออนไลน์ผ่านโปรแกรม Zoom โดยมีผู้เข้าร่วมเวทีรับฟังความคิดเห็นฯ รวมทั้งสิ้น 580 คน ประกอบด้วยประชาชนในพื้นที่รัศมี 5 กิโลเมตรรอบโรงไฟฟ้าพระนครใต้  หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน สื่อมวลชน และประชาชนทั่วไป

       

           สำหรับข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะของชุมชนที่มีต่อการพัฒนาโครงการ กฟผ. จะนำมากำหนดมาตรการดูแลผลกระทบสิ่งแวดล้อมอย่างเคร่งครัดและรอบด้านในทุกช่วงของการพัฒนาโครงการตั้งแต่ระยะรื้อถอน ระยะก่อสร้าง และระยะดำเนินการ เช่น มาตรการดูแลและควบคุมคนงาน โดยให้ความสำคัญอย่างเข้มงวดต่อมาตรการป้องกันการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) มาตรการด้านคมนาคมขนส่ง เพื่อควบคุมความเร็วและน้ำหนักรถบรรทุกของผู้รับเหมาให้เป็นไปตามที่กฎหมายกำหนด มาตรการด้านคุณภาพอากาศ ทั้งในระยะรื้อถอน ก่อสร้าง และดำเนินการ เพื่อป้องกันและแก้ไขผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นกับชุมชน มาตรการการควบคุมดูแลการปล่อยน้ำหล่อเย็นที่ระบายออกจากโรงไฟฟ้าให้มีอุณหภูมิและคุณภาพน้ำอยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน มาตรการติดตามตรวจสอบคุณภาพสิ่งแวดล้อม ทั้งด้านอากาศ น้ำ และเสียง จะมีการกำหนดความถี่ในการตรวจวัด รวมถึงมาตรการด้านเศรษฐกิจ-สังคม เพื่อส่งเสริมคุณภาพชีวิตและคุณภาพสิ่งแวดล้อมของชุมชน อาทิ การรับคนงานในท้องถิ่นที่มีคุณสมบัติเหมาะสมตามความต้องการของหน่วยงานเข้าทำงานเป็นอันดับแรก การสนับสนุนด้านการศึกษา อาชีพ และกิจกรรมด้านสิ่งแวดล้อม เป็นต้น

         กฟผ. ได้สรุปผลการจัดเวทีรับฟังความคิดเห็นของประชาชน ครั้งที่ 3 รวบรวมถึงประเด็นคำถามและข้อเสนอแนะที่ได้จากการประชุม เพื่อชี้แจงและอธิบายในประเด็นข้อห่วงกังวลต่าง ๆ ของชุมชน และเผยแพร่ตามหน่วยงานราชการส่วนท้องถิ่น พร้อมทั้งเผยแพร่ผ่านทางเว็บไซต์ www.egat.co.th และ www.secot.co.th เพื่อให้กลุ่มผู้มีส่วนได้เสียและชุมชนในพื้นที่รอบโรงไฟฟ้าได้รับทราบ ขณะนี้บริษัทที่ปรึกษาได้รวบรวมข้อคิดเห็นทั้งหมดมาจัดทำรายงาน EHIA ฉบับสมบูรณ์แล้วเสร็จ โดยจะนำเสนอต่อสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.) และหน่วยงานอนุญาตต่างๆ เพื่อพิจารณาตามขั้นตอนต่อไป