“เครือข่าย ค.ร.อ.ท. เรียกร้องให้รัฐมนตรีสั่งอาชีวศึกษาหยุดใช้อำนาจบริหารที่ไม่ชอบธรรม”

0
1059

เครือข่าย ค.ร.อ.ท. เรียกร้องให้รัฐมนตรีสั่งอาชีวศึกษาหยุดใช้อำนาจบริหารที่ไม่ชอบธรรม

นายเศรษฐศิษฏ์ ณุวงค์ศรี ประธานเครือข่ายคนรักษ์อาชีวศึกษาแห่งประเทศไทย(ค.ร.อ.ท.)ได้แจ้งผลการประชุมคณะกรรมการเครือข่ายฯ เมื่อวันที่ 10 เมษายน 65 โดยที่ประชุมคณะกรรมการได้แสดงความคิดเห็นกันอย่างกว้างขวางโดยพูดถึงประเด็นปัญหาอุปสรรคในการขับเคลื่อนการอาชีวศึกษาไทยและประเด็นในแง่ของกฎหมายที่ไม่สามารถนำสู่การปฏิบัติได้ และรวมถึงเป็นห่วงการใช้อำนาจสั่งการที่ไม่มีกฎหมายรองรับอาจจะได้รับผลกระทบจะคำสั่งต่างๆและพูดในที่ประชุมประเด็นจากที่อาชีวศึกษามีการจัดตั้งสำนักบริหารงานบุคคลบุคคลและนิติการ (สบน.) ที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายและเครือข่ายได้เรียกร้องให้ยุบสำนักฯดังกล่าวเพราะการจัดตั้งโดยไม่ชอบ ต่อมาอาชีวศึกษาได้สั่งยุบสำนักดังกล่าวเป็นที่เรียบร้อยการประชุมวันนี้ได้ข้อสรุป 3 ประเด็นเพื่อนำเสนอให้รัฐมนตรีกระทรวงศึกษาธิการ ได้รับทราบและสั่งการต่อไป

นายเศรษฐศิษฏ์ ณุวงค์ศรี ได้กล่าวถึงข้อสรุปที่ประชุมมีมติให้ทำหนังสือถึงรัฐมนตรีเพื่อให้ดำเนินแก้ไขโดยเร็วประกอบไปด้วย

  1. ประเด็นการจ้างที่ปรึกษาในอาชีวศึกษาที่มีจำนวนประมากเกือบ 15 ตำแหน่งโดยเสียค่าจ่ายค่าตอบแทนรายละ 30,000 – 50,000 บาทต่อเดือน ซึ่งเป็นเงินจำนวนมหาศาลในแต่ละปีโดยอาชีวศึกษาอ้างเหตุผลที่จ้างตามภาระงานที่รับผิดชอบแต่เป็นที่น่าสังเกตคือมีการจ้างผู้บริหารระดับสูงที่เกษียณเกือบทั้งหมดบางคนจ้างมาเป็นเวลาเกือบ 10 ปี เครือข่ายฯเห็นว่าการจ้างที่ปรึกษาก็สมควรจ้างได้เท่าที่จำเป็นแต่ไม่ใช่แบบเหมาเข่งจำนวนมากเหมือนที่อาชีวศึกษาจ้างอยู่ในขณะนี้เพราะเป็นการใช้จ่ายจากภาษีของประชาชนทั้งสิ้น แต่ประเด็นวิทยาลัยขนาดๆเล็กขาดแคลนบุคลากรและขาดงบประมาณแต่อาชีวศึกษากลับไม่ใส่ใจที่จะแก้ปัญหาได้จึงขอให้รัฐมนตรี ได้ตรวจสอบการจ้างที่ปรึกษาว่าจ้างเกินความจำเป็นหรือไม่หรือเป็นการจ้างเพื่อตอบแทนบุญคุณต่อกันหรือไม่ และตลอดที่ผ่านมาที่ปรึกษาเหล่านี้ก็ไม่ได้สร้างผลงานให้เกิดประโยชน์กับอาชีวศึกษาเจริญรุ่งเรืองแต่อย่างใด
  2. ประเด็นการดำเนินการแต่งตั้งบุคคลซ้ำซ้อนไม่ว่าจะเป็นการที่อาชีวศึกษาจ้างที่ปรึกษาจำนวนมากโดยเป็นที่สังเกตว่าเมื่อบุคคลที่จ้างเป็นที่ปรึกษาเหล่านี้อาชีวศึกษายังสนับสนุนให้ได้รับการแต่งตั้งเป็นคณะกรรมการสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษาอีกตำแหน่งขณะเดียวกันอาชีวศึกษาก็ยังได้แต่งตั้งบุคคลเหล่านี้เพื่อให้ไปดำรงตำแหน่งนายกสภาสถาบันซึ่งบางคนรับตำแหน่ง 2-3 ตำแหน่งในอาชีวศึกษาเป็นการจ้างและแต่งตั้งบุคคลที่มีผลประโยชน์ทับซ้อนกันหรือไม่หรือเลือกประโยชน์ต่อบุคคลใดคนหนึ่งหรือไม่ยกตัวอย่างบางคนเป็นที่ปรึกษาและทำหน้าที่เป็นกรรมการบอร์ดอาชีวะและได้รับการแต่งตั้งให้เป็นนายกสภาสถาบันอีกตำแหน่ง ประเด็นนี้เครือข่ายมองว่าแม้กฎหมายอาจจะไม่ห้ามให้ดำเนินการแต่การแต่งตั้งบุคคลเหล่านี้ให้ทำหน้าที่หลายตำแหน่งที่เกี่ยวเนื่องเอื้อต่อการทำหน้าที่หรือไม่แต่เครือข่ายฯเห็นว่าเป็นการดำเนินการที่ขาดจริยธรรม ขาดธรรมาภิบาลจึงขอให้รัฐมนตรีได้แจ้งให้สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษาได้ปรับแก้กฎเกณฑ์และวิธีการใช้อำนาจแต่งตั้งเพื่อไม่ให้เป็นการเอื้อประโยชน์หรือประโยชน์ทับซ้อนกันต่อไป
  3. ประเด็นสำนักงานคณะการการอาชีวศึกษา (สอศ.)ใช้อำนาจแต่งตั้งผู้ใต้บังคับบัญชาให้ทำหน้าที่ที่ไม่มีกฎหมายรองรับหรือมีกฏหมายให้ทำได้ จากกรณีที่ สอศ.มีพรบ.การอาชีวศึกษา 2551 เพื่อใช้บังคับการบริหารงานในสอศ.โดยพรบ.ฉบับดังกล่าวมีการให้ตั้งสถาบันการอาชีวศึกษาและเป็นส่วนราชการในสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษาและเป็นนิติบุคคลจึงทำให้บุคลากร ผู้บริหาร และสถานศึกษาแยกออกเป็น 2 ส่วนโดยส่วนที่ 1 อยู่ในสังกัดของสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) และส่วนที่ 2 อยู่ในสังกัดสถาบันการอาชีวศึกษา แต่อาชีวศึกษายังไม่มีการกระจายอำนาจจึงทำให้การใช้อำนาจให้เป็นไปตามพรบ.กำหนดจึงทำให้การใช้อำนาจสั่งการโดยเลขาอาชีวศึกษาเป็นการใช้อำนาจโดยมิชอบตามกฎหมาย ที่ประชุมเครือข่ายฯได้ยกประเด็นการสั่งการบังคับบัญชาหรือการแต่งตั้งบุคลากรในสังกัดให้เป็นไปตามพรบ.การอาชีวศึกษา พ.ศ.2551 นั่นคือการที่สอศ.ออกระเบียบบริหารสถานศึกษา พ.ศ. 2552 ที่ขัดต่อพรบ.แต่ยังไม่ได้รับการแก้ไข จึงเป็นออกระเบียบที่ขัดต่อพรบ.และประเด็นที่สอศ.ได้ออกระเบียบแต่งตั้งประธานอาชีวศึกษาจังหวัด(อศจ.)และประธานอาชีวศึกษาภาค(อศภ.)ให้มาทำหน้าที่เกี่ยวกับเรื่องบุคลากรซึ่งเป็นการออกระเบียบที่ขัดกับ พรบ.อาชีวศึกษา พ.ศ.2551 ซึ่งกระทำไม่ได้ แต่สอศ.ยังได้ออกคำสั่งแต่งตั้งให้ประธานอศจ.อศภ.มีอำนาจออกคำสั่งหรือมอบหมายให้มีหน้าที่ทั้งการพิจารณาเสนอความเห็นชอบการโยกย้าย การพิจารณาเงินเดือนข้าราชการ พิจารณาคุณสมบัติในการสอบบรรจุครูหรือสอบบรรจุครูและล่าสุดให้อำนาจแต่งตั้งบุคคลเป็นคณะกรรมการคัดเลือกการดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการซึ่งถือว่าอาชีวศึกษาออกคำสั่งแต่งตั้งบุคคลหรือตำแหน่งที่ไม่มีโครงสร้างการบริหารและไม่มีกฎหมายรองรับตำแหน่งดังกล่าว ซึ่งเครือข่าย เห็นว่าตำแหน่งอศจ.หรืออศภ.เป็นตำแหน่งที่ไม่มีในโครงสร้างและกำหนดไว้ในพรบการอาชีวศึกษาแต่อย่างใด(ตำแหน่งเถื่อน) อาชีวศึกษาแต่งตั้งให้บุคคลหรือคณะบุคคลทำหน้าที่หรือมีตำแหน่งที่ไม่มีในโครงสร้างมาดำเนินการในเรื่องที่ถูกต้องตามกฎหมายไม่สามารถกระทำได้ จึงขอให้รัฐมนตรีได้สั่งการให้สอศ.ยกเลิกคำสั่งแต่งตั้งและยุบตำแหน่งประธานอาชีวศึกษาจังหวัด(อศจ)หรือประธานอาชีวศึกษาภาค(อศภ)โดยทันทีเพราะเป็นการกระทำที่ขัดต่อพระราชบัญญัติการอาชีวศึกษา พ.ศ. 2551

นายเศรษฐศิษฏ์ ณุวงค์ศรี ประธานค.ร.อ.ท. ได้กล่าวเพิ่มเติมว่าเหตุที่เครือข่ายฯในฐานะภาคประชาชนรวมตัวจัดตั้งเครือข่ายขึ้นมาเพื่อที่จะให้การสนับสนุนสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษาได้มีการพัฒนาสร้างคุณภาพให้ผู้เรียนและดำเนินการทุกอย่างโดยมีหลักธรรมาภิบาลสร้างความสุขให้กับบุคลากรอาชีวศึกษาทั้งประเทศ และหวังอย่างยิ่งว่ารัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการจะฟังเสียงการท้วงติงจากภาคประชาชนบ้าง