ป.ป.ช. ลงสอบ อบต.บางบ่อ หลังนำงบ ทำถนน พื้นที่เอกชน ชาวบ้านเสียค่าผ่านทาง เป็น แสน ต่อราย

0
825

ป.ป.ช. ภาค 1 ป.ป.ช. สมุทรปราการ  ลงสอบ อบต.บางบ่อ หลังนำงบ ทำถนน พื้นที่เอกชน ชาวบ้านสุดทน จ่ายค่าผ่านทางแพง นับ แสนบาท ยกที่ดินให้เพื่อแลกขอทางออก ถนนส่วนบุคคล “ อย่าเสือกปลด อย่ารู้ดี”

สืบเนื่องจากสำนักงาน ป.ป.ช. สมุทรปราการและสำนักงาน ป.ป.ช. ภาค 1 ได้รับทราบข้อมูลการร้องเรียนของประชาชนที่อาศัยอยู่ในซอยกำนันวิฑูรย์ ถนนรัตนโกสินทร์ 200 ปี พื้นที่รับผิดชอบขององค์การบริหารส่วนตำบลบางบ่อ อำเภอบางบ่อ จังหวัดสมุทรปราการ ที่ได้รับความเดือดร้อนจากการเรียกเก็บค่าผ่านทางเป็นเงินรายละ ถึง หกหลัก จากทายาทของกำนันวิฑูรย์ซึ่งอ้างกรรมสิทธิ์ถนนภายในซอยดังกล่าว 

ซอยกำนันวิฑูรย์มีจำนวน 3 ซอย และมีการก่อสร้างถนนคอนกรีตเสริมเหล็กจากงบประมาณของทางราชการ  อบต. บางบ่อ จึงเกรงว่าการก่อสร้างดังกล่าวอาจเป็นการขัดกันผิดระเบียบงบประมาณ

เมื่อวันที่ 29 มิถุนายน 2565 นายบดินทร์ กรีธาธร ผอ.สำนักงาน ป.ป.ช. ประจำจังหวัดสมุทรปราการ เจ้าหน้าที่ สำนักงาน ป.ป.ช. ภาค 1 พร้อมด้วยสำนักงานที่ดินจังหวัดสมุทรปราการ สาขาบางพลี ได้ร่วมกันลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงเบื้องต้น ณ องค์การบริหารส่วนตำบลบลบ่อ อำเภอบางบ่อ จังหวัดสมุทรปราการ ได้ความว่า 

ซอยกำนันวิทูรย์ 1,2,3, อบต.บางบ่อ มีการทำแผนและมีการจัดทำงบประมาณผ่านขั้นตอนตามระเบียบของแผนและงบประมาณ โดยขณะนั้นมีสมาชิกสภา อบต. เจ้าของที่ดินเป็นคนอุทิศที่ดินให้ แต่ไม่ชัดเจนว่ามีการทำเอกสารอุทิศให้ถูกต้องครบถ้วนหรือไม่ และผู้อุทิศก็ได้เสียชีวิตไปแล้ว 

เจ้าหน้าที่ อบต.ผู้มีหน้าที่รับผิดชอบในปัจจุบันเพิ่งย้ายมาใหม่ ไม่ทราบเรื่อง โดยเจ้าหน้าที่รายดังกล่าว กล่าวว่า ทั้งนี้ทาง อบต.บางบ่อเข้าใจว่าซอยดังกล่าวเป็นภาระจำยอมโดยผลของกฎหมายแล้ว เนื่องจากประชาชนในพื้นที่ได้สัญจรไปมาเป็นเวลานานหลายปีมาแล้ว 

สำหรับกรณีการอุทิศที่ดินให้หลวงนั้น เจ้าหน้าที่ของสำนักงานที่ดินจังหวัดสมุทรปราการ สาขาบางพลี แจ้งว่าเพียงแค่มีเจตนาอุทิศให้สาธารณะก็เพียงพอแล้วไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนแปลงโฉนดต่อย่างใด

จากการลงพื้นที่ของ ป.ป.ช. พบว่า ซอยกำนันวิฑูรย์ 1 ( เดิมชื่อ “สิงห์ทอง 1 ) สภาพถนนเป็นพื้นคอนกรีตเสริมเหล็กยาวประมาณ 500 เมตร หนา 15 เซนติเมตร ซึ่ง อบต.บางบ่อ ใช้งบประมาณ 3,600,000 บาทและขณะก่อสร้างถนนไม่มีบุคคลใดทำการคัดค้านการก่อสร้างถนนในซอยดังกล่าวแต่อย่างใด  

ปัจจุบันบริเวณหน้าปากซอยมีป้ายติดสติ๊กเกอร์แปะบนแผ่นป้ายไม้ระบุข้อความว่า “ถนนส่วนบุคคล 18/01/65 เจ้าของที่ทางนี้บอกว่า อย่าเสือกปลด อย่ารู้ดี”

ทางด้าน นายบดินทร์ กรีธาธร ผอ.สำนักงาน ป.ป.ช. ประจำจังหวัดสมุทรปราการและสำนักงาน ป.ป.ช. ภาค 1 ได้กำชับและให้ข้อเสนอในการก่อสร้างโครงการสาธารณะกับ อบต. ให้ยึดระเบียบ กฎหมาย วิธีปฏิบัติให้ถูกต้องกรณีมีผู้อุทิศที่ดิน เพื่อให้ประชาชนได้ใช้ประโยชน์อย่างแท้จริง

กรณีการอุทิศที่ดินให้หลวงนั้น เจ้าหน้าที่ของสำนักงานที่ดินจังหวัดสมุทรปราการ สาขาบางพลี แจ้งว่าเพียงแค่มีเจตนาอุทิศให้สาธารณะก็เพียงพอแล้วไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนแปลงโฉนดต่อย่างใด

ป.ป.ช. ประจำจังหวัดสมุทรปราการและสำนักงาน ป.ป.ช. ภาค 1 ได้กำชับและให้ข้อเสนอในการก่อสร้างโครงการสาธารณะ ให้ยึดระเบียบ กฎหมาย วิธีปฏิบัติให้ถูกต้องกรณีมีผู้อุทิศที่ดิน เพื่อให้ประชาชนได้ใช้ประโยชน์อย่างคุ้มค่ามากที่สุด และจะดำเนินการติดตามผลการดำเนินการแก้ไขปรับปรุงต่อไป 

ขณะที่ทาง อบต.บางบ่อ เข้าใจว่าซอยดังกล่าวเป็นภาระจำยอมโดยผลของกฎหมายแล้ว เนื่องจากประชาชนในพื้นที่ได้สัญจรไปมาเป็นเวลานานแล้ว  สำหรับกรณีการอุทิศที่ดินให้หลวงนั้น เจ้าหน้าที่ของสำนักงานที่ดินจังหวัดสมุทรปราการ สาขาบางพลี แจ้งว่าเพียงแค่มีเจตนาอุทิศให้สาธารณะก็เพียงพอแล้วไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนแปลงโฉนดต่อย่างใด

สำหรับข้อความ“ถนนส่วนบุคคล 18/01/65 เจ้าของที่ทางนี้บอกว่า อย่าเสือกปลด อย่ารู้ดี” ทราบว่าก่อนหน้านี้ เจ้าหน้าที่ อบต.บางบ่อ ได้เข้าไปปลดป้าย ทางเจ้าของที่ดินจึงเขียนขึ้นมาใหม่อีกครั้ง

ผู้สื่อข่าวได้รับการยืนยันจากชาวบ้านที่อยู่ในพื้นที่ว่า พวกตนได้รับจดหมายจากทายาทเจ้าของที่ดินให้ไปชำระค่าผ่านทาง แต่ไม่ได้ระบุจำนวน พวกตนประมาณร่วม 10 หลังคาเรือน ยังไม่ได้ไปชำระค่าผ่านทางดังกล่าว โดยก่อนหน้านี้ ก็มีบางรายซึ่งมีที่ดินจำนวนมากในซอย ได้มีการยกที่ดินของตนเอง เพื่อแลกกับทางเข้าออกและมีการทำจำยอมไว้กับสำนักงานที่ดินไว้แล้ว ขณะที่กลุ่มของตนเองนั้นมีที่ดินอยู่พอสร้างบ้านอาศัยยังไม่ได้ดำเนินการจ่ายหรือพูดคุยกับเจ้าของที่ดินแต่อย่างใด คิดว่าการที่ อบต.ได้นำงบประมาณลงทำถนนเป็นคอนกรีตเสริมเหล็ก นั้นคือการที่เป็นพื้นที่สาธารณะประโยชน์แล้ว

นอกจากนี้ผู้สื่อข่าวได้รับการยืนยันจากชาวบ้านรายดังกล่าวอีกว่า พวกตนเคยมีหนังสือร้องเรียน กรณีการเรียกเงินค่าผ่านทางไปทางศูนย์ดำรงค์ธรรมอำเภอบางบ่อ  และเคยยื่นไปถึงศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดสมุทรปราการ แต่เรื่องยังเงียบยังไม่มีการติดต่อหรือได้รับการช่วยเหลือจากส่วนราชการที่เกี่ยวข้องแต่อย่างใด 

จึงขอเรียกร้องให้ผู้รับผิดชอบโดยเฉพาะทางอำเภอบางบ่อ หรือทางผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรปราการ ลงมาตรวจสอบข้อมูลดังกล่าวว่าจะจบลงด้วยอย่างไร หรือจะให้ชาวบ้านเดือดร้อนกันแบบนี้ไม่มีการแก้ไขอะไร