งามไส้ !ทำได้ไหม แกนนำระดับภาค ไล่ยืมเงินโครงการ เกือบทุกแห่ง หลัง สภาองค์กรของผู้บริโภค โอนให้พื้นที่ทำกิจกรรม  

0
1542

งามไส้ ! แกนนำระดับภาค ไล่ยืมเงินโครงการ เกือบทุกแห่ง หลัง สภาองค์กรของผู้บริโภค โอนให้พื้นที่ทำกิจกรรม  

ความเป็นมา  วันที่ 9 ธันวาคม 2563 ราชกิจจานุเบกษาประกาศจัดตั้งสภาองค์กรของผู้บริโภค” เป็นตัวแทนของประชาชน ทำหน้าที่เป็นปากเป็นเสียงเคียงคู่ผู้บริโภคในการให้ความคิดเห็นที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชนทุกคน 

โดยได้รับงบประมาณเป็นทุนประเดิมในการดำเนินการจำนวน 350 ล้านบาท

มีการประชุมสมาชิกครั้งแรกเมื่อวันที่ 6 มกราคม 2564 โดยสภาองค์กรของผู้บริโภคถือเป็นองค์กรคุ้มครองผู้บริโภคที่เป็นนวัตกรรมใหม่ของประเทศไทย ที่ได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากภาครัฐ และเป็นตัวแทนของผู้บริโภคโดยตรงในการดำเนินการเรื่องร้องเรียนต่าง ๆ ตามที่ระบุไว้ใน พ.ร.บ.การจัดตั้งสภาองค์กรของผู้บริโภค พ.ศ.2562  

สภาองค์กรของผู้บริโภค เป็นองค์กรที่ดูแลผลประโยชน์พิทักษ์สิทธิประชาชน ในเรื่องของการถูกเอารัดเปรียบ ทำหน้าที่เป็นฝ่ายตรวจสอบ เป็นตัวคัดทาน ทั้งสอดส่องด้านคุ้มครองผู้บริโภค เป็นการทำงานคู่ขนานกับสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคหรือ สคบ.ซึ่งเป็นหน่วยงานภาครัฐ 

เป็นแถวหน้าของภาคประชาชนคอยปกป้องสิทธิให้ประชาชนไม่ถูกริรอดสิทธิหรือถูกเอาเปรียบ อย่างกรณีการถูกหลอกลวงจากการขายสินค้าทางออนไลน์ การถูกหลอกลวงจากแก๊งคอลเซ็นเตอร์ การให้ข้อมูลในเรื่องทางการค้า ปัญหาด้านบริการ  ค่ารถไฟฟ้า ที่ยังหาข้อยุติไม่ได้  นับว่าเป็นคุณประโยชน์อย่างยิ่งที่ประชาชนจะได้รับ  

 

เป็นการสื่อสารหรือการทำงานของภาคประชาชนสู่ประชาชนโดยตรง รับข้อมูลข่าวสารเพื่อที่จะนำไปแก้ไขหรือส่งต่อให้ส่วนราชการหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องรับผิดชอบนำไปแก้ไข

ลักษณะการทำงานโดยใช้ภาคประชาชนที่จิตอาสาเป็นแกนหลัก จัดตั้งคณะกรรมการตามพื้นที่ ทั่วประเทศ ทั้งระดับภาคระดับจังหวัด  เป็นศูนย์รับเรื่องร้องเรียนในพื้นที่

สภาองค์กรของผู้บริโภค ได้จัดสรรงบประมาณทำโครงการเพื่อนำงบประมาณลงสู่พื้นที่ระดับจังหวัดให้เครือข่ายจิตอาสานำไปทำกิจกรรมการรณรงค์ต่างๆ อย่างเช่นปัจจุบันนี้ได้รณรงค์เรื่องของความปลอดภัยทางถนนในเรื่องของทางม้าลาย ความปลอดภัย จากใช้รถรับจ้างสาธาณะ 

สิ่งที่น่าเสียดายเมื่อแกนนำทำตัว  อันไม่เหมาะสมมีพฤติการณ์เป็นที่ไม่ไว้เนื้อเชื่อใจให้กับสมาชิกที่เป็นจิตอาสาลงมาทำงานกันเอง 

เมื่อวันที่ 18 กรกฎาคม 2565 ที่สำนักงาน  สภาองค์กรของผู้บริโภค อาคาร G TOWER ถนนพระราม 9 กรุงเทพ  นายวิโรจน์ เวทยาวงศ์ คณะทำงาน ศูนย์คุ้มผู้บริโภค สภาองค์กรของผู้บริโภคจังหวัดสมุทรปราการ ได้เข้ายื่นหนังสือต่อ นางสาวสารี  อ๋องสมหวัง   เลขาธิการสภาองค์กรของผู้บริโภค ให้ตรวจสอบพพฤติกรรม เจ้าหน้าที่ แกนนำภาคตะวันออก โดยได้รับการประสานจากเครือข่ายภาคตะวันออกที่ไดรับผลกระทบ

กล่าวคือ ได้รับการร้องเรียนว่าแกนนำระดับภาค(ตะวันออก) ได้โทรศัพท์ไปยืมเงินโครงการเกือบทุกแห่งที่มีงบประมาณลงไป  บางพื้นที่ยืมได้ บางที่ยืมไม่ได้  โดยขอยืมเงินโครงการรายละ 20,000 – 30,000 บาท บางคนก็ยืมส่วนตัวโดยบอกว่าเอาไปหมุนให้กับโครงการที่ยังไม่ได้รับงบประมาณ แล้วจะนำมาคืนภายหลัง

ยังกล่าวอ้างถึงองค์กร อื่นที่ทำงานด้วย โดยบอกว่า ยังไม่ได้รับเงินสนับสนุน ยังค้าง นับ ล้านบาท 

จากการยืนยันจากสมาชิกว่า ตอนนี้มีการให้ยืมเงินไปแล้ว ร่วมสองแสนบาท (ส่วนตัวและองค์กร)

บางโครงการก็ได้ให้ยืมเงินไป บางพื้นที่ก็ไม่ได้ให้เงิน บางคนก็ให้เงินส่วนตัว ต่างระบุเป็นเสียงเดียวกันว่ามันไม่เหมาะสม มายืมเงินโครงการได้ไง พื้นที่ไหนงบประมาณยังไม่ลงไม่พร้อมก็ให้รอไว้ก่อน 

บางพื้นที่ก็เห็นดีเห็นงามด้วย ถือว่าช่วยเหลือกันและกัน แต่หลายคนก็บ่นว่า ถ้าจะยืมให้โครงการอื่นไปทำกิจกรรม ทำไมไม่โอนเงินจากโครงการไปโครงการเลยซึ่งมีระบบบัญชีอยู่แล้ว  ที่ทำปัจจุบันคือการโอนใเข้าบัญชีส่วนตัว 

เอาไปใช้ในกิจกรรมโครงการจริงหรือ?

ในภาคตะวันออกมี กว่า 30 โครงการ งบประมาณต่ำสุด 40,000 บาท ถึง200,000 บาท

มีการประชุมทางระบบ ZOOM บอกว่ามีค่าประชุม บางครั้งไม่ได้จ่ายค่าเบี้ยประชุมให้ เมื่อสมาชิกถวงถามก็ถูกโต้ตอบในทางไม่ดี

การกรกระทำของแกนนำคนดังกล่าว สมาชิกเขาสงสัยในพฤติกรรม เป็นที่เคลือบแคลงใจของสมาชิก  และหลายคนถามว่าจะเอาเงินจากที่ไหนมาทำกิจกรรมในเมื่อได้ให้แกนนำยืมไปแล้ว  ซึ่งตอนนี้ก็ไม่ได้คืนให้เลยสักคน

ทั้งนี้ ได้รับข้อมูลจากสมาชิก ที่เป็นเอกสารการโอนเงิน คลิปเสียง ต่างๆ ไว้ ซึ่งเป็นการยืนยันการยืมเงิน และขอให้เป็นสื่อกลาง ให้ทางสภาองค์กรคุ้มครองผู้บริโภคช่วยตรวจสอบพฤติกรรมอย่างนี้ของบุคคลคนนี้ว่าเหมาะสมหรือไม่อย่างไร?

สามารถทำได้หรือไม่ ? หรือทางสภาองค์กรคุ้มครองผู้บริโภคอนุญาตให้ทำได้

อย่างไรสมาชิกอยากให้ทางสภาฯ ช่วยตรวจสอบและชี้แจงการกระทำของบุคคลดังกล่าวว่าถูกต้องหรือไม่อย่างไรและช่วยชี้แจงให้สมาชิกเครือข่ายได้รับทราบด้วยเพื่อจะได้เป็นแนวทางปฎิบัติ

มิเช่นนั้นจะเป็นตราบาปหมดความเชื่อถือเพราะเป็นองค์กรที่ทำหน้าที่ปกป้องผลประโยชน์ของประชาชนเป็นหลัก 

เมื่อองค์กรโดนร้องเรียนเสียเอง โดยการประพฤติตนไม่เหมาะสมของคนคนเดียว เสมือนปลาเน่า ต้องรีบเอาออก อย่าปล่อยจนกลิ่นเหม็นไปด้วยทั้งหมด

สงสารจิตอาสาที่ตั้งใจทำเพื่อเป็นกระบอกเสียงช่วยแบ่งเบาภาครัฐ ลดช่องว่างการฉ้อฉลถูกเอาเปรียบให้ลดน้อย

จะสร้างความเชื่อถือให้ประชาชนได้อย่างไรหรือจะจบลงด้วยเงินก้อนแรกที่ได้รับจากรัฐบาลก็สุดแล้วแต่

ทางด้านนางสาวสารี  อ๋องสมหวัง เลขาธิการสภาองค์กรของผู้บริโภค กล่าวภายหลังได้รับข้อร้องเรียนแล้วรับปากว่าจะดำเนินการตั้งกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงให้เร็วที่สุดโดยจะไม่ปกป้อง เพราะทำให้องค์กรเสียหายและจะตรวจเฉพาะเงินของโครงการเท่านั้น ส่วนอื่นไม่เกี่ยวข้อง