” ร้องสื่อฯ ชาวหอมศีล ไม่ยอมให้ทุบสะพานลอย ”  

0
83
ชาวบ้านกว่า 100 คน รวมตัวประท้วงฯ หน่วยงานภาครัฐฯ ไม่โปร่งใส แอบเปิดเวทีแสดงความคิดเห็น เอาคนนอกพื้นที่ เห็นชอบให้ทุบสะพานลอยคนข้าม เกรงว่าหากไม่มีสะพานลอยฯ ต้องเกิดอุบัติเหตุ รถชนคนตายอย่างแน่นอน  วอนผ่านสื่อฯ ถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ให้มาคุยกับชาวบ้านก่อน

ผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่ไปยังบริเวณสะพานลอยคนข้าม ใกล้หน้าวัดหอมศีล ต.บางพลีน้อย อ.บางบ่อ จ.สมุทรปราการ ริมถนนบางนา-ตราด กม.34 ขาเข้ากรุงเทพมหานคร  พบชาวบ้านกว่า 100 คน รวมตัวประท้วงหน่วยงานภาครัฐแห่งหนึ่ง  ถึงความไม่โปร่งใส แอบไปทำเวทีประชาพิจารณ์ ฯ มีมติเห็นชอบให้ทุบสะพานลอยคนข้าม ที่ชาวบ้านในพื้นที่ ต.หอมศีลและ ใกล้เคียง ทั้งเด็กนักเรียน คนทำงาน คนชรา ผู้ป่วย รวมถึงแรงงานต่างด้าว ใช้สำหรับเดินข้ามทุกเช้า-เย็น ถ้าหากไม่มีสะพานลอยคนข้าม เกรงว่า ต้องเกิดอุบัติเหตุฯ รถชนคนข้ามถนนได้รับบาดเจ็บ หรือ ตาย อย่างแน่นอน เนื่องจาก เป็นถนน 8 เลน ที่มีความกว้างอย่างมาก ซึ่งจากการสอบถามชาวบ้านส่วนใหญ่พูดไปในทางเดียวกัน คือ ไม่เห็นด้วย ให้รื้อสะพานลอย ไม่รู้เรื่อง ไม่เคยมีใครมาแจ้งให้เข้าร่วมเวทีประชาพิจารณ์ ในวันที่ 2 เมษายน 2565 เวลา 9.00 – 12.00 น. ณ ศาลาการเปรียญวัดบางพลีน้อย มารู้เรื่องก็เมื่อมีคนมาบอกว่าสะพานลอยที่ใช้กันเป็นประจำ กำลังจะถูกรื้อถอนออกไป 

นายชานินท์  อาชีพพนักงานบริษัทฯ อยู่หมู่ 4 ต.บางพลีน้อย อ.บางบ่อ จ.สมุทรปราการ กล่าวว่า ชาวบ้านหมู่ 3 และ 4  ต.หอมศีล อ.บางบ่อ จ.สมุทรปราการ รวมถึงชาว ต.บางปะกง บางส่วน รวมตัวกันวันนี้ ต้องการมาร้องสื่อฯ ไม่ต้องการให้รื้อสะพานลอยคนข้ามออกไป เนื่องจากสะพานลอยฯ แห่งนี้ มีความสำคัญ ชาวบ้านทุกเพศทุกวัน ทุกอาชีพ และเด็กนักเรียน  ต้องใช้เดินข้าม เพื่อความปลอดภัย เนื่องจากถนนบางนา-ตราด มีความกว้างมาก หากจะรื้อฯ ขอให้สร้างสะพานแห่งใหม่ ให้เสร็จก่อน ชาวบ้านจะได้ไม่เดือดร้อน ส่วนหลังจากรื้อฯออกแล้ว จะสร้างเป็นสะพานกลับรถ ซึ่งจุดทางลง ห่างไกลออกไป ชาวบ้านฯ ก็ไม่ได้รับประโยชน์อะไร และที่สำคัญ การทำเวทีประชาพิจารณ์นั้น ชาวบ้านผู้ใช้สะพานลอยฯ หมู่ 3 และ หมู่ 4 ไม่รู้เรื่อง ไม่เคยได้รับข้อมูลใด ๆ ทั้งสิ้น แต่ชาวบ้านที่เข้าร่วมเวทีฯ รับฟังความคิดเห็นกลับเป็นชาวบ้านหมู่อื่น ๆ ที่ไม่ได้เกี่ยวข้อง หรือมีผลกระทบ 

ดังนั้น จึงต้องการออกมาร้องผ่านสื่อฯ ถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องขอให้มาสอบถามความคิดเห็นของชาวบ้าน หมู่ 3 และ 4 ก่อน ที่จะมีการลงมือทำอะไรไป 

ด.ช.ณัฐภัทร  นักเรียนโรงเรียนแห่งหนึ่ง ต.หอมศีล อ.บางปะกง จ.ฉะเชิงเทรา กล่าวว่า  ถ้าไม่มีสะพานลอยคนข้ามฯ แล้ว ตน กับเพื่อน ๆ นักเรียน ที่มีบ้านอยู่อีกฝั่งหนึ่ง จะข้ามถนนบางนา-ตราด ที่มีความกว้างมากถึง 8 เลน ได้อย่างไร ถ้าหากไม่มีสะพานลอยฯ ต้องนั่งรถรับจ้างให้พาข้ามถนน ผู้ปกครองก็ต้องเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นอีก  

นายพรชัย อยู่หมู่ที่ 4 ต.บางพลีน้อย อ.บางบ่อ จ.สมุทรปราการ กล่าวว่า สะพานลอยแห่งนี้ มีอายุประมาณ 15 ปี จากเดิมตอนที่ยังไม่มีสะพานลอย ชาวบ้านในพื้นที่ ต้องเสียชีวิตจากอุบัติเหตุรถชน ขณะเดินข้ามถนนบางนา-ตราด เป็นประจำ จึงเรียกร้องผ่านผู้นำชุมชน ขอให้หน่วยงานภาครัฐฯ นำเงินงบประมาณมาสร้างสะพานลอยให้ หลังจากอนุมัติและสร้างสะพานลอยเสร็จแล้ว ทำให้ชาวบ้านมีความสะดวก ปลอดภัยเป็นอย่างมาก  ถ้าหากสะพานลอยแห่งนี้ ถูกรื้อถอนออกไป ชาวบ้านที่ใช้ประโยชน์จากสะพานลอย คงต้องกลับไปมีชีวิตลำบากเสี่ยงอันตรายเหมือนในอดีตอีกครั้ง 

นางมะยุรี  อายุ 70 ปี ชาวบ้านในพื้นที่ฯ กล่าวว่า ตน ได้รับความเดือดร้อนอย่างมาก ถ้าหากสะพานลอยฯ ถูกรื้อถอนออกไป  ลูกหลาน เวลาไปโรงเรียน จะข้ามถนนบานนา-ตราด ได้อย่างไร ตน ก็ใช้เดินข้ามเวลาต้องไปโรงพยาบาล  ดั้งนั้น สะพานลอยฯ แห่งนี้ มีความจำเป็นกับชาวบ้านในพื้นที่ ต.หอมศีล และใกล้เคียงเป็นอย่างมาก ห้ามรื้อถอนอย่างเด็ดขาด ถ้าหากจะสร้างสะพานกลับรถ ก็ขอให้ขยับห่างออกไปอีกหน่อยคงไม่เป็นไร แต่สะพานลอยแห่งนี้ มีความจำเป็นกับชาวบ้านจริง ๆ และ ที่สำคัญ เวลาทำประชาพิจารณ์ ชาวบ้านในพื้นที่ไม่รู้เรื่องอะไรเลย

ในส่วนตัวแทนคนต่างด้าว MR.AUNG SAN LINN  ชาวเมีนมา ชื่อเล่น ชัย  กล่าวว่า แรงงานต่างด้าว พม่า ลาว กัมพูชา ที่ทำงานในโรงงาน ย่าน อ.บางบ่อ และ อ.บางปะกง พักอาศัยอยู่บริเวณนี้ ต้องเดินข้ามสะพานลอยทุกเช้า-เย็น ถ้าหากไม่มีสะพานลอย แล้วพวกเขาจะทำอย่างไร  ชาวต่างด้าว มาทำงานที่ประเทศไทย ในปี 2565 ต้องเสียภาษีแพงกว่าเดิม พวกเรา ไม่เคยบ่น แต่ ถ้าหากจะมารื้อสะพานลอยแห่งนี้  พวกเราไม่ยอม 

โดย จากการที่ผู้สื่อข่าว ได้ขับรถสำรวจดูสะพานลอยคนข้าม  พบว่า มีสะพานลอยสร้างไว้เป็นระยะทุก ๆ  600 เมตร จะพบ 1 สะพาน  ถ้าหากสะพานลอยหน้าวัดหอมศีล ถูกรื้อถอนออกไป ชาวบ้านในพื้นที่ ต้องเดินถึง 600 เมตร เพื่อมาข้ามสะพานลอย ซึ่งเป็นระยะทางที่ไกลพอสมควร คงต้องฝากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะแขวงทางหลวงสมุทรปราการ ช่วยเข้ามาพูดคุยกับชาวบ้าน เพื่อหาแนวทางในการแก้ไขปัญหา ต่อไป

ขอบคุณข้อมูล Lex    PKTV