ระดมสมองแก้ไขปัญหากรณีคนไทยมีปัญหาสถานะทางทะเบียนในภาคตะวันออก

0
98
 สปสช.เขต 6 ระยอง จัดประชุมระดมสมองแก้ไขปัญหากรณีคนไทยที่มีปัญหาสถานะทาง  ทะเบียน เชิญเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานราชการและเอกชน ได้แก่ สำนักทะเบียน กระทรวงมหาดไทย มูลนิธิเพื่อที่อยู่อาศัย ให้ความรู้และแลกเปลี่ยนประสบการณ์แก้ไขปัญหาผู้มีสถานะทางทะเบียน แก่นักสังคมสงเคราะห์ เจ้าหน้าที่งานประกันสุขภาพจากโรงพยาบาลศูนย์ โรงพยาบาลทั่วไปและโรงพยาบาลชุมชนในพื้นที่เขตสุขภาพที่ 6

 เมื่อวันที่ 19 ก.ค.2565 สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ(สปสช.)เขต 6 ระยอง จัดประชุมระดมสมองแก้ไขปัญหากรณีคนไทยที่มีปัญหาสถานะทางทะเบียน เชิญนักสังคมสงเคราะห์ เจ้าหน้าที่งานประกันสุขภาพ จากโรงพยาบาลศูนย์ โรงพยาบาลทั่วไป และโรงพยาบาลชุมชนในพื้นที่เขตสุขภาพที่ 6 รวม 40 คน ผ่านระบบสื่ออิเล็กทรอนิกส์(Zoom) โดยนายวิศิษฏ์  ยี่สุ่นทอง รอง ผอ.สปสช.เขต 6 ระยอง เป็นประธานกล่าวเปิดการประชุม  ได้รับเกียรติจากนายสุมาตร พลเก่ง ผอ.สำนักทะเบียน กระทรวงมหาดไทย  น.ส.วรรณา  แก้วชาติ เจ้าหน้าที่มูลนิธิเพื่อที่อยู่อาศัย  นางชนาทิพย์  มารมย์ ผอ.กอง ฝ่ายขับเคลื่อนภาคีเครือข่าย สปสช. ร่วมเป็นวิทยากรแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในครั้งนี้ด้วย

 “การพิสูจน์สถานะทางทะเบียนมีกระบวนการดำเนินงานที่ค่อนข้างซับซ้อน เกี่ยวข้องกับหลายงานในพื้นที่ ที่ประชุมจะได้ความรู้จาก ผอ.สำนักทะเบียนได้  นักสังคมสงเคราะห์ได้รับข้อมูลเริ่มต้นจากผู้รับบริการที่โรงพยาบาล วันนี้เป็นการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ คาดหวังว่าที่ประชุมจะร่วมคิด แลกเปลี่ยนประสบการณ์ ขับเคลื่อนให้ผู้ที่มีปัญหาสถานะทางทะเบียนได้รับสิทธิเป็นคนไทยคนหนึ่ง  ส่วนกระบวนการจะทำได้เร็วหรือช้าขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายๆอย่าง  ถือว่าเป็นการทำบุญร่วมกันให้ประชาชนได้รับสิทธิ ได้รับบริการด้านสุขภาพ” รอง ผอ.สปสช.กล่าว

 “พื้นที่เขตสุขภาพที่ 6 มีความก้าวหน้าการแก้ไขบุคคลที่มีปัญหาสถานะทางสิทธิกว่าเขตสุขภาพอื่น กล่าวคือ มีหน่วยงานเก็บสิ่งส่งตรวจ DNA ในพื้นที่ 2 แห่ง ได้แก่ รพ.เจ้าพระยาอภัยภูเบศร จ.ปราจีนบุรี รพ.ตราด จ.ตราด  บทบาท สปสช.ที่จะร่วมขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาบุคคลที่มีปัญหาสถานะทางทะเบียน ได้ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงร่วมกันหลายหน่วยงาน เมื่อวันที่ 8 ก.ค.2563  ได้แก่ สสส. สปสช. กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงมหาดไทย กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กรุงเทพมหานคร กระทรวงยุติธรรมโดยสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ มูลนิธิพัฒนาที่อยู่อาศัย องค์การแพลน สปสช.ทำหน้าที่เป็นตัวกลางเชื่อมโยงบทบาทหน้าที่ของแต่ละหน่วยงาน เป็นต้นมา มาจากสาเหตุที่คนไทยมีความครอบคลุมสิทธิการรักษาพยาบาล 99.98% ทำอย่างไรให้คนไทยมีสิทธิหลักประกันสุขภาพแห่งชาติเพิ่มขึ้น  สปสช.นำเสนอเข้าสู่ที่ประชุม 7X7 ในการขับเคลื่อนเรื่องนี้ด้วย ที่ประชุมเสนอให้ รพศ./รพท.ในสังกัดกระทรวงสาธารณสุขเป็นหน่วยงานเก็บสิ่งส่งตรวจแทนสถาบันนิติวิทยาศาสตร์และส่งต่อให้สถาบัน

นิติวิทยาศาสตร์ทำการพิสูจน์อัตลักษณ์บุคคลต่อไป บทบาท สปสช.เป็นหน่วยงานที่ช่วยขับเคลื่อนให้เป็นรูปธรรม เชื่อมโยงหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ที่ผ่านมาพบปัญหาอยู่ 4 ประเด็นหลัก 1)การค้นหาญาติหรือครอบครัวในการยืนยันตัวตนหรือพยาน 2)ค่าใช้จ่ายในการดำเนินการเพื่อพิสูจน์ 3)ค่าใช้จ่ายในการตรวจพิสูจน์ 4)ขาดความเข้าใจในกระบวนการพิสูจน์สถานะของพื้นที่ โดยมีแนวทางแก้ไขปัญหาเหล่านี้แล้วจากการถอดบทเรียน  

 ที่ผ่านมาได้พัฒนาศักยภาพแกนนำเพื่อช่วยเหลือคนไทยที่มีปัญหาสถานะทางทะเบียน  พัฒนาศักยภาพการช่วยเหลือพระสงฆ์สามเณรที่มีปัญหาสถานะทางทะเบียนราษฎร์ ทำหนังสือขอความร่วมมือศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่งช่วยเหลือคนไทยที่มีปัญหา  จัดทำข้อเสนอจัดตั้งกองทุนคนไทยสิทธิ พัฒนาเครือข่ายการตรวจสารพันธุกรรมเพื่อพิสูจน์สถานะทางทะเบียน ประชุมนักสังคมสงเคราะห์ร่วมกับสมาคมนักสังคมสงเคราะห์ทางการแพทย์ไทย ทำหนังสือซักซ้อมแนวทางการลงทะเบียนผู้มีสิทธิหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ  หนังสือซักซ้อมแนวทางการคัดรายการทะเบียนราษฎรของบุคคลที่อยู่ทะเบียนบ้านกลาง เพื่อแก้ไขปัญหาที่ผ่านมา  ในโอกาสต่อไปจะมีการพัฒนาโปรแกรมความช่วยเหลือผู้มีปัญหาสถานะทางสิทธิเพื่อให้เกิดความคล่องตัว เชื่อมโยงข้อมูลในการดำเนินงานมากยิ่งขึ้น  พัฒนาศักยภาพเจ้าหน้าที่ในภูมิภาค พัฒนาหลักสูตรที่เกี่ยวข้องต่อไป ขยายเครือข่ายและพัฒนาศักยภาพแกนนำภาคประชาชนในระดับพื้นที่  ขยายเครือข่ายหน่วยจัดเก็บสารพันธุกรรมอย่างน้อย 1 เขต 1 หน่วย” นางชนาทิพย์ กล่าว

 “ระหว่างปี 2563-65 มูลนิธิเพื่อที่อยู่อาศัยได้รวบรวมเคสที่มีชื่อ ที่อยู่ชัดเจนและผ่านกระบวนการพิสูจน์สิทธิแล้ว ได้จำนวน 726 ราย ในจำนวนนี้สามารถทำบัตรประจำตัวประชาชนเลขศูนย์ได้ 476 ราย เป็นการเพิ่มโอกาสให้มีสิทธิในการดำเนินงานชีวิตได้ปกติเหมือนคนไทยทั่วๆไป สิ่งดีๆเหล่านี้มีจุดเริ่มต้นที่สุขภาพที่ 6 นี้จากความร่วมมือของทุกภาคส่วน จังหวัดอื่นในเขตสุขภาพที่ 6 ที่ยังขับเคลื่อนได้ไม่มากเท่าจังหวัดปราจีนบุรี ตราด เนื่องจากจำนวนบุคลากรของมูลนิธิเพื่อพัฒนาที่อยู่อาศัยมีน้อย และตั้งใจที่จะทำให้เกิดทุกภาคในประเทศไทย มีระยะเวลาการทำงานค่อนข้างมากที่จะให้เกิดขึ้นเป็นรูปธรรม  ในทางนโยบายต้องการเห็นว่าประชาชนผู้มีปัญหาสถานะทางทะเบียนสามารถดำเนินการยื่นคำร้องได้ด้วยตนเองในการแจ้งความประสงค์ได้ที่ที่ว่าการอำเภอตามที่อยู่จริงได้เลย โดยไม่มีการเรียกรับเงิน อาจส่งผลให้ผู้มีปัญหาสถานะทางทะเบียนเสียโอกาสในการเข้าถึงสิทธิการรักษาพยาบาลและสิทธิอื่นๆได้  ทางมูลนิธิฯขับเคลื่อนให้เกิดมีหน่วยงานเก็บสิ่งตรวจส่งตรวจให้ครอบคลุมทุกภูมิภาค และพัฒนาศักยภาพภาคีเครือข่ายที่เกี่ยวข้องให้มีความรู้ตามบทบาทในการขับเคลื่อนภารกิจนี้ 

สิ่งสำคัญทางสำนักทะเบียน กรมการปกครอง และสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ ซึ่งเป็นหน่วยงานภาครัฐให้ความร่วมมือขับเคลื่อนและประสานงานหน้างานเมื่อเกิดปัญหาอุปสรรคได้ทันที  ข้อมูลจำนวนผู้มีปัญหาสถานะทางสิทธิว่ามีจำนวนเท่าใดไม่สามารถตอบได้เพราะยังไม่มีหน่วยงานใดสำรวจ  ทางมูลนิธิฯเองระมัดระวังในการทำการสำรวจเนื่องจากเป็นช่องทางให้เกิดการทุจริต  จะดำเนินการอย่างค่อยๆเป็นค่อยๆไป” น.ส.วรรณา กล่าวในท้ายที่สุด

 ผู้เข้าร่วมประชุมได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นและสอบถามแนวทางแก้ไขปัญหาเคสที่ประสบ เช่น เลขบัตรประจำตัวประชาชนของพระสงฆ์ผิดพลาด ไม่มีคู่เทียบในการพิสูจน์สถานะ เป็นต้น