ทอท. จ๋อย! เซ็นทรัล เฮ! ศาลปกครอง สั่งคุ้มครองให้เปิดทาง เปิดให้บริการ 31 ส.ค.นี้

0
825

 

ศาลปกครองกลางมีคำสั่งกำหนดมาตรการ หรือวิธีการชั่วคราวก่อนการพิพากษา ในคดีที่ บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) หรือ ซีพีเอ็น ยื่นฟ้อง บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ ทอท. กรณี บมจ.ท่าอากาศยานไทย ตั้งเต็นท์ขวางทางเข้า-ออกโครงการเซ็นทรัล วิลเลจ ลักชัวรี่ เอาท์เล็ต ทำให้ บมจ.เซ็นทรัลพัฒนา เสียหาย โดยศาลปกครองกลางมีคำสั่งให้ บมจ.ท่าอากาศยานไทย ดำเนินการรื้อถอนสิ่งกีดขวางใดๆ ออกไปจากเขตทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 370 บริเวณทางเข้า-ออกหน้าโครงการเซ็นทรัลฯ และยุติการดำเนินการใดๆ อันเป็นการขัดขวาง รบกวน หรือก่อให้เกิดอุปสรรคต่อการใช้ประโยชน์ในโครงการดังกล่าว

เนื่องจากศาลฯ เห็นว่า ข้ออ้างของ บมจ.ท่าอากาศยานไทย ที่ว่า โครงการดังกล่าวจะส่งผลกระทบต่อโครงการพัฒนาท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ระยะที่ 2 และก่อให้เกิดความเสียหายทางด้านการเงิน เศรษฐกิจ และการให้บริการสาธารณะต่างๆ ของท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เป็นเพียงการคาดการณ์เท่านั้น

นอกจากนี้ บริเวณที่พิพาท เป็นเขตทางซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 370 ซึ่งอยู่ในความดูแลของกรมทางหลวง บมจ.ท่าอากาศยานไทย เป็นเพียงหน่วยงานที่ได้รับสิทธิการใช้ประโยชน์ในที่ราชพัสดุเท่านั้น มิได้มีอำนาจอื่นเกี่ยวกับที่ราชพัสดุดังกล่าว ดังนั้น การที่ศาลจะมีคำสั่งกำหนดมาตรการหรือวิธีการคุ้มครองเพื่อบรรเทาทุกข์ชั่วคราวก่อนการพิพากษา ตามคำขอของ บมจ.เซ็นทรัลฯ จึงไม่เป็นการเสียหายหรือเป็นอุปสรรคต่อการบริหารงานของ บมจ.ท่าอากาศยานไทย

เซ็นทรัล วิลเลจ เปิดพรุ่งนี้ เตรียมที่จอดรถ 1,500 คัน หลังศาลสั่งให้เปิดทางเชื่อม

นายปรีชา เอกคุณากูล กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จํากัด (มหาชน) หรือ CPN กล่าวว่า ซีพีเอ็น และพันธมิตรร้านค้า กว่า 150 ร้าน และพนักงานกว่า 1,000 คน ขอขอบคุณภาครัฐ ศาลปกครอง ประชาชน สื่อมวลชน และผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทุกภาคส่วน ที่มีความจริงใจ ช่วยสนับสนุนให้เกิดความเป็นธรรม และช่วยคลี่คลายสถานการณ์ต่างๆ ให้โครงการเซ็นทรัล วิลเลจ ลักชูรี่ เอาท์เล็ตระดับโลกแห่งแรกของไทย สามารถเปิดให้บริการได้ตามกำหนดวันพรุ่งนี้ (31 ส.ค.) ตั้งแต่เวลา 10:39 – 22:00 น. ตามที่ได้ตั้งใจไว้ ด้วยบริษัทมุ่งหวังประโยชน์ทางเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวของชาติเป็นสำคัญ โดยมีที่จอดรถ 1,500 คัน และบริการรถ Shuttle Bus รับ-ส่งฟรี 2 จุดจากในเมือง เซ็นทรัลเวิลด์ และ BTS อุดมสุข

โดยซีพีเอ็นได้เตรียมพร้อมอำนวยความสะดวกให้กับลูกค้ากลุ่มแรกของเซ็นทรัล วิลเลจ อย่างเต็มที่ ด้วยที่จอดรถที่รองรับรถยนต์ได้กว่า 1,500 คัน พร้อมเสริมมาตรการในการบรรเทาการจราจร โดยยังยืนยันได้รับอนุญาตจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตามกฎหมายผังเมือง มีความปลอดภัยต่อการบิน ทั้งความสูง และไม่มีกิจกรรมใด ๆ ที่จะกระทบ หรือรบกวนการบิน เป็นไปตามมาตรฐานองค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ (ICAO) ทุกประการ โดย ลูกค้าสามารถเดินทางมาได้สะดวกด้วยเส้นทางต่างๆ ดังนี้ : 

  • บริการฟรีรถรับส่ง (Free Shuttle Bus) จากเซ็นทรัลเวิลด์ ออกวันละ 3 รอบ คือ 11.00, 15.00 และ 19.00 น. และ จากป้ายรถประจำทาง สถานีบีทีเอสอุดมสุข หมุนเวียน วันละ 5 รอบ คือ 10.00, 12.30,15.00, 18.00 และ 20.30
  • ขนส่งสาธารณะ (รถไฟฟ้าบีทีเอส-แอร์พอร์ต เรล ลิงก์-รถประจำทาง) เดินทางได้สะดวกด้วยรถไฟฟ้า BTS ลงสถานีอุดมสุขใช้ทางออก 1,3 หรือ 5 แล้วต่อ Shuttle Bus มายังโครงการ หรือ เดินทางด้วย แอร์พอร์ต เรล ลิงก์ ลงที่สถานีสุวรรณภูมิ แล้วเรียก Taxi หรือ หากเดินทางด้วยรถประจำทาง สาย 558 (สนามบินสุวรรณภูมิ-เซ็นทรัล พระราม 2) ลงป้าย วิทยาลัยเกริกแล้วเดินต่อ 450 เมตร 
  • รถยนต์ส่วนตัว เดินทางมุ่งหน้ายังสนามบินสุวรรณภูมิ จากนั้นใช้ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 370 
  • บริการ GRAB ด้วยโปรโมชั่นพิเศษ ตั้งแต่ 31 ส.ค. ถึง 30 ก.ย. 2562 ใช้ GrabCar Premium and SUV เดินทางไป-กลับ เซ็นทรัลเวิลด์ หรือ เซ็นทรัล วิลเลจ ราคาเดียว 450 บาท ใส่โค้ด “SVB450” หรือใช้ GrabCar Luxe เดินทางไป-กลับ เซ็นทรัลเวิลด์ หรือ เซ็นทรัลวิลเลจ ลดทันที 300 บาท ใส่โค้ด “SVB300” *ส่วนลดต่อวันมีจำนวนจำกัด

เรื่องที่ดินจบ แต่รอเคลียร์ปมทางเชื่อมเข้า-ออกโครงการ

นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยภายหลังการหารือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องประเด็นข้อพิพาทระหว่าง บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) (ทอท.) กับ บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) (CPN) ว่าที่ประชุมได้ข้อสรุปว่าพื้นที่โครงการเซ็นทรัลวิลเลจของซีพีเอ็นอยู่นอกเขตครอบครองของ ทอท. และกรมธนารักษ์ ซึ่งโครงการอยู่นอกเขตเส้นสีแดงที่ ทอท.รับผิดชอบ ดังนั้นจึงไม่เป็นการรุกล้ำ

แต่ในส่วนของปัญหาทางเชื่อมเข้าออกโครงการ ยังไม่ได้สรุปว่าใครจะเป็นผู้อนุญาต จึงได้ให้รองปลัดกระทรวงคมนาคม เป็นเจ้าภาพในการนัดประชุม 4 หน่วยงาน ประกอบไปด้วย กรมธนารักษ์ ทอท. กรมทางหลวง และจังหวัดสมุทรปราการ คาดว่าจะได้ข้อสรุปภายในสัปดาห์หน้า หากที่ประชุมมอบหมายให้กรมทางหลวงเป็นผู้ให้อนุญาตเอกชนดำเนินการ ซีพีเอ็นไม่ต้องขออนุญาตใหม่ เนื่องจากที่ผ่านมา ได้ขออนุญาตเชื่อมทางจากกรมทางหลวงแล้ว แต่หากที่ประชุมมอบหมายให้กรมธนารักษ์ หรือ หน่วยงานอื่นทางซีพีเอ็นจะต้องขออนุญาตใหม่

ส่วนประเด็นเรื่องความปลอดภัยทางการบิน พื้นที่โครงการเซ็นทรัลวิลเลจอยู่ในความรับผิดชอบของสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (กพท.) ซึ่งอยู่นอกเหนือพื้นที่สีแดงของ ทอท. ในประเด็นนี้ กพท.ได้มีประกาศ พ.ร.บ.การเดินอากาศ ฉบับที่ 4/2562 มีผลบังคับใช้เมื่อเดือน มิ.ย.ที่ผ่านมา โดยมีข้อบังคับ 4 ข้อ ประกอบไปด้วย การปล่อยแสงเลเซอร์ คลื่นเสียง อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ และกิจกรรมอื่นๆ ซึ่งขณะนี้ กพท.อยู่ระหว่างทำประกาศเสนอองค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ (ICAO)

โดยที่ประชุมได้มีมติให้ กพท.ทำหนังสือแจ้งซีพีเอ็นทราบว่าผลการตรวจสอบโครงการฯปลอดภัยหรือไม่ และให้ซีพีเอ็น ทำหนังสือรายงาน กพท. ในประเด็นข้อสังเกตถึงกิจกรรมที่มีความกังวลในเรื่องความปลอดภัย

นอกจากนี้ให้ กพท.เร่งจัดทำรายงานความปลอดภัยทางการบินให้ ICAO อนุมัติ และจัดส่งให้กับเอกชนในพื้นที่รับทราบเป็นแนวทางเดียวกัน และให้ ทอท.นำสิ่งกีดขวางออกนอกพื้นที่โครงการ รวมถึงให้ ทอท.และซีพีเอ็นทำความเข้าใจกับประชนให้รับทราบตรงกันด้วย

“วันนี้ที่ประชุมดูเฉพาะในกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับกระทรวงคมนาคม ซึ่งซีพีเอ็นไม่ได้รุกล้ำพื้นที่ส่วนเรื่องอื่นๆ ก็ให้ซีพีเอ็นไปคุยกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่อไป” นายศักดิ์สยาม กล่าว

นายปรีชา เอกคุณากูล กรรมการผู้จัดการใหญ่ และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ในส่วนของประเด็นด้านข้อกฎหมายผังเมือง ยืนยันว่าซีพีเอ็นได้ปฎิบัติตามกฎหมายผังเมืองอย่างเคร่งครัด ซึ่งได้รับอนุญาตอย่างถูกต้องในการก่อสร้างในพื้นที่สีเขียวไม่เกินร้อยละ 10 ของที่ดินพื้นที่สีเขียวบริเวณดังกล่าว ได้รับรับอนุญาตจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตามกฎหมายผังเมือง และไม่เคยมีการขอปรับผังเมืองแต่อย่างใด จึงเชื่อว่าจะไม่มีปัญหา โดยยืนยันว่าโครงการเซ็นทรัลวิลเลจจะเปิดให้บริการในวันที่ 31 ส.ค.นี้ ตามกำหนดการณ์เดิมอย่างแน่นอน

“เบื้องต้นการเปิดให้บริการจะเริ่มทันทีในวันพรุ่งนี้ แต่จะมีร้านค้าที่พร้อมให้บริการเพียงร้อยละ 70 จากทั้งหมดกว่า 150 ร้านค้า คาดว่าจะเปิดเต็มรูปแบบภายใน 2 เดือน ส่วนกำหนดการณ์พิธีเปิดหลังเลื่อนออกไปขณะนี้ยังไม่ได้สรุป คาดว่าโครงการเซ็นทรัลวิลเลจจะสร้างยอดขายกว่า 30,000 ล้านบาทต่อปี” นายปรีชา กล่าว

อย่างไรก็ตาม ล่าสุดสร้างศาลปกครองมีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราว หลังจากที่ซีพีเอ็นยื่นฟ้อง ทอท. ปิดพื้นที่ทางเข้าออกโครงการฯ ซึ่งนายนิตินัย ศิริสมรรถการ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ ทอท. ยืนยันว่า จะรื้อถอนเต้นท์และสิ่งกีดขวางออกภายใน 30 ส.ค. 2562

ขอบคุณ ข้อมูล  Voice Online