ถึงแล้ว .. เรือผลักดันน้ำ !!

0
235
กองทัพเรือ ได้ลำเลียงเรือผลักดันน้ำจำนวน 25 ลำ จากภารกิจการผลักดันน้ำในพื้นที่จังหวัดสกลนคร  ไปที่สะพานพิบูลมังสาหาร อ.พิบูลมังสาหาร จ.อุบลราชธานี


กองทัพเรือ ได้ลำเลียงเรือผลักดันน้ำจำนวน 25 ลำ ที่เสร็จสิ้นภารกิจการผลักดันน้ำในพื้นที่จังหวัดสกลนคร  ไปที่สะพานพิบูลมังสาหาร อ.พิบูลมังสาหาร จ.อุบลราชธานี เร่งระบายน้ำในลำน้ำมูล ออกแม่น้ำโขง ที่ท่วมขังในหลายพื้นที่ของจังหวัดอุบลราชธานีให้ไหลลงสู่แม่น้ำโขงโดยเร็วที่สุด 

 เมื่อวันที่ 21 ก.ย.เวลา 21.00 น.    เรือชุดแรก เดินทางไปโดยโดยรถยนต์ จำนวน 14 ลำ  จากภารกิจการผลักดันน้ำในพื้นที่จังหวัดสกลนคร ไปถึงที่สะพานพิบูลมังสาหาร อ.พิบูลมังสาหาร จ.อุบลราชธานี  ได้ทำการติดตั้งและเริ่มเดินเครื่องได้ทันที ส่วนชุดที่ 2 จะเดินทางไปถึง จ.อุบลราชธานี ในวันที่(22/9/62) จากนั้นจะเริ่มติดตั้งและเดินเครื่องผลักดันน้ำ

สำหรับ เรือผลักดันน้ำของกองทัพเรือนั้น ได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เป็นแนวทางในการแก้ไขปัญหาน้ำท่วม น้ำหลากมาตั้งแต่ปี 2538 ซึ่งแนวความคิดนี้ ปัจจุบันกรมชลประทานได้นำไปดัดแปลงระบบ เพื่อใช้แก้ไขปัญหาระบบน้ำทั่วประเทศ 

จากองค์ความรู้ ในการสร้างเรือผลักดันน้ำ ที่คงมีอยู่ทำให้ กองทัพเรือสร้างเรือผลักดันน้ำขึ้นใหม่เพื่อให้ทันต่อการนำไปใช้ในพื้นที่ประสบอุทกภัย ในปี 2554 ทั้งยังสนองต่อพระราชดำริแนวคิดปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ด้วยการนำอุปกรณ์ เครื่องยนต์ที่มีอยู่เดิมมาผลิตและพัฒนาขึ้นใหม่เป็น 3 ขนาด คือขนาด 320 แรงม้า ผลักดันน้ำได้ 150,000 ลูกบาศก์เมตร/วันขนาด 220 แรงม้า ผลักดันน้ำได้ 100,000 ลูกบาศก์เมตร/วัน และขนาด 120 แรงม้า ผลักดันน้ำได้ 30,000 ลูกบาศก์เมตร/วัน เรือผลักดันน้ำนับว่าเป็นประโยชน์ต่อการระบายน้ำเป็นอย่างมาก เพราะเป็นการระบายน้ำออกสู่ทะเลได้ครั้งละปริมาณมาก อีกทั้งยังสามารถชะล้างไล่ดินเลนที่ตกตะกอนอยู่ก้นแอ่งให้หมดไป ทำให้น้ำไหลได้สะดวกมากขึ้น โดยเฉพาะพื้นที่เป็นแอ่ง เป็นบึงและคอขวด เนื่องจากเป็นที่ลุ่มระบายน้ำออกได้ลำบากและไหลได้ไม่เร็ว

#SaveUbon