กมธ.สารพิษฯ ปูด 2 นักวิชาการต้าน 3 สารเคมีถูกขู่ฆ่า จี้ “เฉลิมชัย” ตอบไม่ยกเลิก

0
911

ประธาน กมธ.สารพิษฯ ปูด 2 นักวิชาการถูกขู่ฆ่า เจ้าตัวเชื่อเป็นสูตรของบริษัทค้าสารเคมี หลังต้าน 3 สารเคมี จี้ รมว.เกษตรฯ แจงไม่ยกเลิก สวนทางกรมวิชาการเกษตรชี้เป็นวัตถุอันตรายประเภท 4 ด้าน

เมื่อวัน 2 ต.ค.62 ที่รัฐสภา นายชวลิต วิชยสุทธิ์ ส.ส.นครพนม พรรคเพื่อไทย ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) คณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาศึกษาแนวทางการควบคุมการใช้สารเคมีในภาคอุตสาหกรรม สภาผู้แทนราษฎร พร้อมคณะ แถลงว่าก่อนหน้านี้ทาง กมธ.มีมติเชิญรัฐมนตรีทั้ง 4 กระทรวงที่เกี่ยวข้อง ทั้งกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงอุตสาหกรรม และกระทรวงสาธารณสุข มาให้ข้อมูลต่อที่ประชุม กมธ. แต่ปรากฏว่ารัฐมนตรีทั้ง 4 คนไม่มาโดยอ้างติดภารกิจ ซึ่ง กมธ.จะยังคงรอให้รัฐมนตรีทั้งหมดมาชี้แจงในครั้งต่อไป

นายชวลิต กล่าวอีกว่า ส่วนที่นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้สั่งให้ทำตามมติของคณะกรรมการวัตถุอันตรายในการให้จำกัดการใช้วัตถุอันตรายพาราควอต ไกลโฟเซต และคลอร์ไพริฟอส ที่ยังไม่ยกเลิกสารเคมีทั้ง 3 ตัว โดยให้มีมาตรการเพียงแค่จำกัดการใช้งาน ทั้งที่ข้าราชการประจำกรมวิชาการเกษตรทำหนังสือแจ้งไปยังปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม เมื่อวันที่ 17 ก.ย. เพื่อขอให้จัดเป็นวัตถุอันตรายชนิดที่ 4 ห้ามผลิต นำเข้า ส่งออก และจำหน่าย ดังนั้นจึงเป็นเรื่องที่นายเฉลิมชัยต้องตอบสังคมว่ามีเหตุผลอย่างไรที่มีความเห็นแตกต่างจากรัฐมนตรีคนอื่นๆ

“เป็นเรื่องที่น่าเสียใจ ผมทราบว่ากรรมาธิการสองคนถูกขู่ฆ่าจากการทำงานต่อต้านการใช้สารเคมีร้ายแรง 3 ตัวนี้ ซึ่งกรรมาธิการให้กำลังใจและแนะนำให้แจ้งความเป็นหลักฐาน เพื่อที่จะทำให้เรื่องนี้เป็นที่รู้จักและรับรู้ของพี่น้องประชาชนให้ได้มากที่สุด กมธ.ต้องไม่มีภาระและความกังวลใดๆ ในอันที่จะทำงานให้กับประชาชน ขอยืนยันว่าคณะกรรมาธิการมีจุดยืนที่ชัดเจนที่จะระงับยับยั้งการตายผ่อนส่งของคนไทยที่จะได้รับพิษภัยจากสารเคมีร้ายแรงที่ได้มีการศึกษาตามมาอย่างช้านาน” นายชวลิตกล่าว

นพ.ธีระวัฒน์ เหมะจุฑา ศาสตราจารย์สาขาประสาทวิทยา ภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เปิดเผยกรณี ถูกขู่ฆ่าภายหลังทำงานต่าต้านสารเคมี 3 ตัว ว่าเป็นเรื่องจริง โดยขณะนั้นตนเผยแพร่ข้อมูลเกี่ยวกับสารเคมีในเฟซบุ๊ก แต่ปรากฏว่ามีผู้แสดงความคิดเห็นว่า “หมออัปรีย์ ไม่รู้หรือว่าไม่มีเงาหัวแล้ว” รวมทั้งยังขอให้จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ ซึ่งเป็นสถานที่ทำงานของตน ไต่สวนและตรวจสอบว่าข้อมูลที่เผยแพร่มีผลกระทบต่อชีวิตมนุษย์จริงหรือไม่ โดยทางมหาวิทยาลัยได้ตั้งคณะกรรมการ แต่สำหรับทางโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์รับทราบว่าเราทำอะไรอยู่ จึงทำให้เรื่องเสร็จสิ้นภายในวันเดียว นอกจากนี้ มีการโทรศัพท์มาที่ห้องปฏิบัติการศูนย์วิทยาศาสตร์สุขภาพโรคอุบัติใหม่ ที่ รพ.จุฬาลงกรณ์ พูดด้วยน้ำเสียงค่อนข้างก้าวร้าวถามหาตัวเอง แต่เจ้าหน้าที่ประเมินว่าดูท่าจะไม่ดีจึงขอให้ปลายสายฝากข้อความไว้แทน ซึ่งเขาก็กล่าวด้วยถ้อยคำที่ไม่ดี

นพ.ธีระวัฒน์กล่าวอีกว่า สำหรับกรณีของ น.ส.พวงรัตน์ ขจิตวิชยานุกูล นักวิชาการ นักวิจัยของมหาวิทยาลัยนเรศวร (มน.) นั้น เป็นการถูกข่มขู่ในขณะกำลังจะขึ้นเครื่องบินมาประชุมที่กรุงเทพฯ โดยมีคนเดินตามและถามว่า “จะพูดอะไรอีกหรือ จะพูดเรื่องสารเคมีเหล่านี้ไม่ดีอย่างไรอีกหรือ” ทำให้ต้องเปลี่ยนเที่ยวบินหลายครั้งกว่าจะได้ประชุม นอกจากนี้ กลุ่มคนที่สนับสนุนยังบุกเข้าไปที่มหาวิทยาลัยนเรศวร บีบบังคับให้ผู้บริหารของมหาวิทยาลัยไล่อาจารย์พวงรัตน์ออก ขณะเดียวกันก็มีความพยายามหน่วงเหนี่ยวไม่ให้ได้รับทุนในการวิจัย

“ผมถือว่าการกระทำดังกล่าวเป็นการกระทำที่กักขฬะ หยาบคาบ มีขบวนการทำลายความน่าเชื่อถือข้อมูลทางวิชาการ ข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ เมื่อมีการโต้แย้งทำให้ประชาชนไม่รู้ว่าจะเชื่อใคร ผมอยากบอกว่าไม่ต้องเชื่อเราก็ได้ แต่ขอให้ดูข้อมูลการเสียชีวิต การเกิดโรค เช่น มะเร็ง ความเสี่ยงกับโรคต่างๆ เริ่มทวีคูณขึ้นในพื้นที่ที่มีการใช้สารเคมีอย่างเข้มข้น และลามไปจังหวัดต่อจังหวัด อย่างไรก็ตาม ข้อมูลจาก สปสปช.ระบุว่าตั้งแต่ต้นปีจนถึงต้นเดือน ก.ค.ปี 2562 มีผู้เสียชีวิต 400 กว่าราย และย้อนหลัง 3 ปี ตายปีละ 600 คน ยังไม่รวมผู้ที่เข้า รพ.เพราะเจ็บป่วย เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทั้งหมดเป็นสูตรของบริษัทที่ค้าสารเคมีซึ่งกระบวนการนี้ในต่างประเทศก็เป็นแบบเดียวกัน” นพ.ธีระวัฒน์กล่าว

ข้อมูล MGR ONLINE