สอช.จับมือ มูลนิธิพร้อมใจพัฒนา จัดงาน “ เมืองสุขภาวะ สร้างได้ด้วยมือเรา ”

0
746

 

มูลนิธิพร้อมใจพัฒนา และสหพันธ์พัฒนาองค์กรชุมชนคนจนเมืองแห่งชาติ (สอช.)  จัดกิจกรรมนำเครือข่ายขบวนองค์กรชุมชน ๔๐ พื้นที่ ใน ๕ ภูมิภาค กระจายทั่วประเทศ  นำเอกลักษณ์ชิ้นงาน มานำเสนอ เป็นการต่อยอดงานของ พอช.ที่ว่า “ บ้านที่ให้มากกว่าคำว่าบ้าน ” 

เมื่อวันที่ 12 ตุลาคม 62 ที่ห้องประชุมไพบูลย์ วัฒนศิริธรรม สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) เขตบางกะปิ กรุงเทพมหานคร นายดนัย วิริยะสหกิจ คณะทำงานรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวง สาธารณสุขเป็นประธานเปิดงาน  “เมืองสุขภาวะ สร้างได้ด้วยมือเรา” โดยมีนางนิตยา พร้อมพอชื่นบุญ ประธานมูลนิธิพร้อมใจพัฒนา ได้กล่าวรายงานว่า   มูลนิธิพร้อมใจพัฒนา และสหพันธ์พัฒนาองค์กรชุมชนคนจนเมืองแห่งชาติ (สอช.) ซึ่งเป็นองค์กรภาคประชาสังคมได้ดำเนินการสร้างบ้านตามภูมิภาคต่างๆ ได้รับการสนันสนุนจาก พอช. ให้ชาวบ้านได้มีบ้านเป็นของตนเอง  โดยแต่ละชุมชนจะมีพื้นที่ ว่างส่วนกลางจำนวนหนึ่งหรือบริเวณข้่งบ้าน จึงคิดนำมานำมาทำกิจกรรมที่ก่อให้เกิดประโยชน์กับชุมชน ด้วยการสร้างรายได้ ในรูปแบบต่างๆ ซึ่งแต่ละพื้นที่ได้ เน้นการส่งเสริมให้ชุมชนลุกขึ้นมารวมตัวกัน ทำพื้นที่ส่วนกลางให้เกิดประโยชน์สูงสุด  สร้างมูลค่าเพิ่ม ส่งเสริมออาชีพ ให้มีรายได้  

นอกจากนี้ได้มุ่งเน้นเยาวชน ให้เกิดการรวมกลุ่มทำกิจกรรมที่ถนัด ดนตรี ศิลป กลุ่มอาชีพ ที่ดำเนินโครงการการแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยทั่วประเทศ มีภารกิจที่สำคัญ คือ ยกระดับคุณภาพชีวิตของคนในชุมชนให้มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ด้วยพลังของคนชุมชนทุกช่วงวัยเป็นแกนหลัก (ชุมชนเป็นแกนหลักในการพัฒนา) และสร้างความร่วมมือกับภาคีทุกภาคส่วนได้อย่างมีศักดิ์ศรี

มูลนิธิพร้อมใจพัฒนา และสหพันธ์พัฒนาองค์กรชุมชนคนจนเมืองแห่งชาติ (สอช.) ดำเนินงานโครงการ จากสำนักสร้างเสริมวิถีชีวิตสุขภาวะ ภายใต้ชื่อโครงการพื้นที่สร้างสรรค์สุขภาวะคนเมืองและชนบท มีพื้นที่ปฏิบัติการ ๔๐ พื้นที่ ใน ๕ ภูมิภาค กระจายทั่วประเทศ ซึ่งแต่ละพื้นที่ได้ดำเนินกิจกรรม เพื่อส่งเสริมให้ชุมชนลุกขึ้นมารวมตัวกัน สร้างพื้นที่กลาง ที่จะทำให้เกิดการรวมกลุ่มของเยาวชน กลุ่มผู้สูงอายุ และกลุ่มอื่นๆในชุมชนและเมือง ได้มีโอกาสทำกิจกรรมร่วมกัน จนเกิดเป็นขบวนการเรียนรู้ร่วมกันในการ  สร้างสำนึกรักสุขภาพของตนเอง ครอบครัว ชุมชน และเมืองให้ เป็นเมืองแห่งความสุขของทุกคน ได้ดำเนินการตามแผนงานเรียบร้อย จึงได้จัดงานมหกรรมครั้งขึ้นเพื่อเป็นเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกัน และขยายผลไปพื้นที่อื่นๆ ต่อไป ให้ครอบคลุมทั่วประเทศ

นายดนัย วิริยะสหกิจ กล่าวว่า การยกระดับคุณภาพชีวิตให้มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ด้วยพลังของคนชุมชนทุกช่วงวัยเป็นแกนหลักนั้นถือว่าเป็นเรื่องสำคัญยิ่ง ที่จะนำประเทศไปสู่ความมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน ซึ่งจะต้องร่วมมือกับภาคีทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชน เกิดการบูรณาการทำงานที่แท้จริง ซึ่งในทางปฏิบัติอาจจะมีข้อติดขัดบ้างบางประการ เช่น กฎระเบียบ ข้อกฏหมาย แต่สามารถแก้ไขได้ ซึ่งเป็นสิ่งจำเป็นที่ต้องทำ เพื่อเสริมสร้างความสามารถการแข่งขันของประเทศ และเราจะไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง เรามีเป้าหมายตรงกัน ผมพร้อมให้ความร่วมมือกับท่าน และจะช่วยเป็นแกนประสานงานกับหน่วยงานต่างๆ เพื่อให้งานประสบความสำเร็จในเร็ววัน นายดัยกล่าว.