วันจันทร์, มีนาคม 4, 2024
หน้าแรกอาชญากรรมชนวน ป.ป.ช.ชี้มูล คนอาชีวะนับร้อย รวมโกงจริงหรือ ?

ชนวน ป.ป.ช.ชี้มูล คนอาชีวะนับร้อย รวมโกงจริงหรือ ?

หลัง ป.ป.ช.ชี้มูลความผิดกับผู้ร่วมดำเนินโครงการจัดซื้อครุภัณฑ์ภายใต้โครงการแผนฟื้นฟูเศรษฐกิจระยะที่ 2 หรือ SP.2 ของสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษาเริ่มตั้งแต่ปี 2553 จวบจนถึงปัจจุบันนี้ 10 กว่าปี จึงกลายเป็นมหากาพย์

การติดตามกระบวนการทุจริตของ ป.ป.ช.  หาผู้กระทำผิดมารับโทษทางแพ่งและอาญาจากมูลเหตุ จัดซื้อจัดจ้างที่ว่าราคาครุภัณฑ์ที่สั่งซื้อ สูงเกินจริงกว่าท้องตลาดอย่างผิดสังเกต

ขาเม้าจาละหวั่น ว่ากันว่า เจ้าของโครงการนี้หรือผู้ที่เกี่ยวข้องร่ำรวยกันเป็นทีม กินกันอิ่มหมีพีมันทั้งนักการเมืองที่เกี่ยวข้อง รวมถึงข้าราชการและบริษัทเอกชน

วันนี้ก็ได้เวลาที่ ป.ป.ช. ลงดาบกับผู้ร่วมขบวนการเหล่านี้แล้ว ทั้งที่เป็นทั้งภาครัฐและเอกชน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง กลุ่มที่เป็นข้าราชการจะได้รับโทษทางแพ่ง อาญา ด้วย

โทษวินัยสถานหนักเพิ่มอีก 1กระทง นั่นคือไล่ออกหรือปลดออก   

เรื่องนี้ ป.ป.ช. ส่งเรื่องแจ้งให้สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษาทราบ ได้ดำเนินการตามกระบวนการกับผู้มีส่วนร่วมในการกระทำผิดในครั้งนั้น  โดยอนุกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรอาชีวศึกษา(อ.ก.ค.ศ.สอศ.)ได้มีมติในการประชุมเมื่อวันที่ 3 พฤศจิกายน 2566 ที่ผ่านมา 

มติบทลงโทษบุคคลที่เป็นข้าราชการแบบยกเข่งคือ ปลดออก ให้ออก สร้างผลกระทบกับข้าราชการที่อยู่ในราชการ ยังไม่เกษียณ งานนี้มีผู้อำนวยการวิทยาลัยกว่า 11 คน ที่จะต้องถูกปลดออกจากราชการด้วย 

สร้างความเจ็บปวดให้กับคนเหล่านี้ แม้ครอบครัวก็มีผลเป็นอย่างยิ่ง

สังคมตั้งข้อสังเกตุว่า ป.ป.ช.หรือสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา(สอศ.)ไม่ดำเนินการเพื่อหาผู้กระทำผิด หรือผู้ที่เป็นสารตั้งต้นของการทุจริตที่แท้จริงเสียก่อน 

คือการแยกให้ออกชัดเจนเป็นอย่างน้อย 3 กลุ่มคือกลุ่มที่ 1 กลุ่มผู้บงการ กลุ่มที่ 2 กลุ่มผู้ร่วมการทำทุจริต และกลุ่มที่ 3 กลุ่มผู้ถูกสั่งและปฏิบัติงานโดยสุจริต

เมื่อได้กลุ่มบุคคลแล้ว มาแยกการบทลงโทษ จาก หนัก เบา ตามมูลเหตุ   ส่วนข้าราชการที่ปฏิบัติหน้าที่ตามคำสั่งนาย โดยสุจริตหรือเป็นข้าราชการชั้นผู้น้อยต้องปฏิบัติตามคำสั่งของผู้บังคับบัญชา ก็ลดหย่อน ไปตาม เพาะไม่ได้มีเจตนาร่วมทุจริตครั้งนี้

สอศ. ซึ่งเป็นต้นสังกัดทำไมไม่ดำเนินการสอบสวนตั้งแต่แรก และไม่แยกผู้บงการ ผู้ร่วม ผู้ปฎิบัติตามให้แยกออกจากกัน หรือว่าไม่สนใจ ใครจะอยู่ส่วนไหน 

แค่มีชื่อร่วม กะเลยเหมา ยกแข่งไปเลย

ไม่สนเจ้านายลูกน้อง

สอศ.ต้องออกมาเป็นผู้ที่จะให้การปกป้องกับผู้ที่ทำหน้าที่โดยสุจริต  เหตุการณ์เช่นนี้จะเป็นชนวนแห่งความยุติธรรมหรืออยุติธรรม ผลมันตกกับคนที่ตั้งใจทำหน้าที่ ปฎิบัติตามคำสั่งนาย 

เรื่องนี้จะมีผลกระทบกับการทำหน้าที่ของบุคลากรในอาชีวะ จะหาคนทำหน้าที่ไม่ได้ ในหน้าที่ ที่สุ่มเสี่ยงการจัดซื้อจัดจ้าง 

จะมีความกล้าหาญพอที่จะทำหน้าที่ ปฎิบัติงานในราชการให้วิทยาลัยฯ อีกต่อไปหรือไม่ เพราะอาจไม่รู้ได้ว่าการทำหน้าที่ ในอีก 5 ปี 10 ปี ข้างหน้าอาจจะเจอกรณีเหมือน sp2 ก็ได้ ใครจะไปรู้

ขณะที่การเรียนสายอาชีวะ คนมาเรียนยากขึ้น ด้วยสถานการณ์ สภาพที่ใครๆ ก็ไม่อยากให้ลูกหลานมาเสี่ยงภัยเรียนอยู่แล้ว

ทางด้าน นายเศรษฐศิษฏ์ ณุวงค์ศรี ประธาน เครือข่ายอาชีวะ มองถึงประเด็นนี้ว่าเป็นความเจ็บปวดที่เกิดขึ้นกับข้าราชการชั้นผู้น้อยที่ตั้งใจปฏิบัติหน้าที่ราชการโดยสุจริตและหวังความก้าวหน้าทางราชการ

ตั้งใจทำงานโดยไม่คิดว่าบทสุดท้ายจะกลายเป็นผู้ต้องหา 

โดยตกเป็นเครื่องมือของกลุ่มผู้ทุจริตได้ ทางเครือข่ายฯ ค.ร.อ.ท.จึงจะได้ขอทำหน้าที่ช่วยเหลือพี่น้องชาวอาชีวะที่ได้รับการลงโทษที่ไม่เป็นธรรม โดยจะเข้ายื่นหนังสือเสนอข้อมูลต่างๆ ต่อคณะกรรมาธิการป้องกันปราบปรามและทุจริตสภาผู้แทนราษฎร  เพื่อให้มีการพิจารณาถึงประเด็นปัญหาต่างๆ ที่อาจจะเป็นข้อมูลใหม่ที่ป.ป.ช.ยังไม่ได้รับทราบในเร็ว  ๆ นี้

ข่าวใหม่ล่าสุด
- Advertisment -spot_img

ข่าวอื่นน่าสนใจ