“สยามเทรล 2019” บนเส้นทาง สงคราม 9 ทัพ

0
1140

รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม จุดปืนใหญ่จำลองปล่อยตัวนัก วิ่งเทรล ครั้งยิ่งใหญ่ในรายการ “สยามเทรล”  นักวิ่งกว่าสี่พันคนร่วมวิ่ง บนเส้นทางประวัติศาสตร์สงครามเก้าทัพ ตำบลช่องสะเดา อำเภอเมือง จังหวัดกาญจนบุรี   ชิงเงินรางวัลกว่า 300,000 บาท ท่ามกลางธรรมชาติ ชมวิถีชีวิต ชาวไทยทรงดำ พร้อมทำกิจกรรมสร้างฝายขึ้นใหม่จำนวน 20 ฝาย เพื่ออนุรักษ์ธรรมชาติตามแนวทางโครงการจิตอาสา “เราทำความดี เพื่อชาติ ศาสน์ กษัตริย์” และชมการแสดง แสง สี เสียงย้อนรอยอดีตด้วยสเปเชียล เอฟเฟคตระการตา

เมื่อวันที่ 15 ธ.ค.62  เวลา 06.00 น. ที่ อุทยานประวัติศาสตร์สงครามเก้าทัพ ตำบลช่องสะเดา                      อำเภอเมือง จังหวัดกาญจนบุรี พลเอก ชัยชาญ  ช้างมงคล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นประธานในการปล่อยตัวนักกีฬาวิ่งเทรล ในกิจกรรมการวิ่งตามภูมิประเทศบนเส้นทางประวัติศาสตร์ ภายใต้ชื่อ สยามเทรล 2019  พร้อมด้วย พลเอก ณัฐ  อินทรเจริญ ปลัดกระทรวงกลาโหม พลเอก พรพิพัฒน์ เบญญศรี ผู้บัญชาการทหารสูงสุด นายบวรศักดิ์ วานิช รองผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี  หัวหน้าส่วนราชการ ข้าราชการทหาร ตำรวจ และนักวิ่งเข้าร่วมกิจกรรมเป็นจำนวนมาก

 

สำหรับการจัดงานในครั้งนี้ มีขึ้น 13 – 15 ธ.ค.62 เป็นการดำเนินการตามดำริของ พลเอกประยุทธ์ จันทรโอชา นายกรัฐมนตรี ที่ต้องการใช้การกีฬามาเสริมสร้างความสามัคคีของคนในชาติ  โดยผ่านการเรียนรู้ประวัติศาสตร์ชาติไทยพร้อมกับการเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์  โดยกิจกรรมที่จัดขึ้น คือ การเรียนรู้ทางประวัติศาสาตร์ การทำกิจกรรมสร้างฝายขึ้นมาใหม่ ชมการแสดง แสง สี เสียง ย้อนอดีต  และกิจกรรม การวิ่งเทรล โดยแบ่งออกเป็น 6 ระยะ ได้แก่ 52 กิโลเมตร 36 กิโลเมตร 17 กิโลเมตร 13 กิโลเมตร 5 กิโลเมตรและ 3 กิโลเมตร  ทุกระยะจะได้สัมผัสบรรยากาศธรรมชาติ ป่า เขา แม่น้ำ และร่วมวิ่งไปบนเส้นทางแห่งชัยชนะของสงครามเก้าทัพที่เกิดขึ้นในปี พ.ศ.๒๓๒๘ สมัยรัชกาลที่ ๑  ซึ่งเป็นการจัดวิ่งเทรลที่มีความแปลกใหม่ สร้างสรรค์ และท้าทายโดยมีแนวคิด “วิ่งย้อนเวลา ค้นหาเส้นทางประวัติศาสตร์” โดยการออกแบบเส้นทางการวิ่งโดยทีมงานผู้เชี่ยวชาญในการจัดวิ่งทั้งในระดับประเทศ และต่างประเทศ โดยถือเป็นครั้งแรกของการสร้างเส้นทางวิ่งเทรล บนพื้นที่ช่องสะเดา จังหวัดกาญจนบุรี ซึ่งเคยเป็นสมรภูมิ ประวัติศาสตร์สงคราม 9 ทัพ ที่เกิดขึ้นในอดีต

ในการจัดกิจกรรมครั้งนี้ เพื่อส่งเสริมสุขภาพร่างกาย โดยใช้การวิ่งเทรลเป็นกระแสนำ และเป็นการยกระดับการแข่งขันในระดับนานาชาติ โดยใช้เส้นทางประวัติศาสตร์ ที่ทำให้ผู้เข้าร่วมกิจกรรมได้เข้าใจถึงประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม ทำให้ทราบถึงการสร้างสมัครสมานสามัคคีของคนในชาติ และเพื่อเป็นการเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์ และสร้างจิตสำนึกการอนุรักษ์ธรรมชาติให้กับผู้เข้าร่วมกิจกรรม นอกจากนี้ ยังเป็นการเสริมสร้างความร่วมมือทั้งในส่วนของภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชน เป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยว และกระตุ้นเศรษฐกิจโดยการจำหน่ายสินค้าพื้นเมืองและเผยแพร่วิถีศิลปะวัฒนธรรมท้องถิ่นให้กับผู้เข้าร่วมกิจกรรม…