สธ.จับมือ ตร. คุมเข้ม  ห้ามขาย แอลกอฮอล์ ให้เด็ก  ต่ำกว่า 20 ปี .! ส่วน สมุทรปราการ ตรวจ จับ กว่า 6 หมื่นราย!

0
383

กระทรวงสาธารณสุข โดยกรมควบคุมโรค จับมือกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เข้มมาตรการดำเนินการกับผู้จำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ให้เด็กอายุต่ำกว่า 20 ปี  หากพบการบาดเจ็บจะดำเนินการตรวจหาปริมาณแอลกอฮอล์ในเลือดและสอบสวนหาร้านค้าที่จำหน่ายให้กับเด็ก

เมื่อวันที่ 29 ธันวาคม 2562 นายแพทย์สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า เมื่อวันที่ 18 ธันวาคม 2562 ที่กระทรวงสาธารณสุข นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ร่วมกับเครือข่ายแถลงข่าว “สธ.ใส่ใจคนไทย เที่ยวปีใหม่ปลอดภัย” เนื่องในเทศกาลปีใหม่ 2563 ซึ่งนายแพทย์แท้จริง  ศิริพานิช เลขาธิการมูลนิธิเมาไม่ขับ กล่าวในที่ประชุมว่าจำนวนผู้บาดเจ็บ เสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางถนน ส่วนใหญ่เป็นเด็กและเยาวชนอายุไม่ถึง 20 ปี ซึ่งตามกฎหมายแล้วเด็กที่ดื่มแล้วเกิดอุบัติเหตุถือว่าไม่ผิดกฎหมาย แต่ร้านค้าที่จำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ให้เด็กนั้นถือว่ามีความผิด ดังนั้น จึงมีนโยบายบังคับใช้กฎหมายเอาผิดกับผู้ที่ขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ให้กับเด็กอายุต่ำกว่า 20 ปี อย่างจริงจัง

 

นายแพทย์สุวรรณชัย กล่าวต่อไปว่า กระทรวงสาธารณสุข โดยกรมควบคุมโรค ได้ร่วมกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ดำเนินการตรวจหาปริมาณแอลกอฮอล์ในเลือดของเด็กที่เกิดอุบัติเหตุ บาดเจ็บที่มารักษาที่โรงพยาบาล และให้ความร่วมมือกับตำรวจสอบสวนหาร้านค้าที่จำหน่ายให้กับเด็ก ซึ่งได้รับงบประมาณสนับสนุนจากกองทุนเลขสวยมาดำเนินการตลอดทั้งปี 

 

 ด้านนายแพทย์พงศ์เทพ วงศ์วัชรไพบูลย์ รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลน่านด้านบริการปฐมภูมิ ได้ดำเนินการป้องกันอุบัติเหตุช่วงเทศกาลตามข้อสั่งการของกระทรวงสาธารณสุขอย่างเข้มข้น โดยดำเนินการประสานงานกับสถานีตำรวจภูธร เพื่อแจ้งตำรวจมาดำเนินการตรวจระดับแอลกอฮอล์ทางลมหายใจ สำหรับกรณีที่ไม่สามารถเป่าได้ให้ส่งตรวจระดับแอลกอฮอล์ในเลือด และดำเนินการสอบสวนเยาวชนที่ประสบอุบัติเหตุจากดื่มสุราแล้วขับขี่ และส่งข้อมูลให้ทางตำรวจดำเนินคดีต่อไป

 จากกรณีที่มีรายงานในพื้นที่จังหวัดน่าน พบเยาวชนดื่มสุราประสบอุบัติเหตุจักรยานยนต์ล้ม ศีรษะกระแทกพื้นอย่างแรงจนหมดสติ และลมหายใจมีกลิ่นแอลกอฮอล์ ได้ส่งตรวจหาระดับแอลกอฮอล์ในเลือด ได้รับไว้รักษาในโรงพยาบาล จึงได้ประสานแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพื่อสอบหาผู้จำหน่ายตามนโยบายของกระทรวงสาธารณสุข โดยผู้บังคับการ พล.ต.ต.สัณห์ โพธิ์รักษา ได้สอบสวนพบว่าเยาวชนหญิงอายุ 17 ปี ให้การว่าดื่มสุราจริง สำหรับกรณีนี้เยาวชนรายนี้ต้องถูกดำเนินคดีในความผิดฐานขับขี่รถโดยประมาท และแฟนซึ่งมีอายุ 21 ปี กระทำผิดตาม พรบ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พ.ศ.2551 หรือเอาผิดกับผู้ปกครองหรือผู้ใหญ่ที่สนับสนุนให้เด็กอายุต่ำกว่า 18 ปีดื่มแอลกอฮอล์ เป็นการกระทำผิดตามพรบ.คุ้มครองเด็ก พ.ศ.2546  รวมถึงพี่สาวแฟนมีความผิดฐานสนับสนุนให้เด็กอายุต่ำกว่า 18 ปี ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ต้องถูกดำเนินคดีในความผิดตามพรบ.คุ้มครองเด็ก พ.ศ.2546  

ทั้งนี้ เมื่อวันที่  28 ธันวาคม 2562 ที่กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ในฐานะประธานการแถลงข่าวของศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนน กล่าวเน้นย้ำถึงนโยบายเอาผิดกับผู้จำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ให้กับเด็กอายุต่ำกว่า 20 ปี โดยได้สั่งการให้โรงพยาบาลทุกแห่งบูรณาการความร่วมมือกับตำรวจในพื้นที่ บังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวด จริงจัง และต่อเนื่อง  และกล่าวชื่นชม โรงพยาบาลน่านว่า เป็นตัวอย่างที่ดี ในการดำเนินการตามนโยบายได้อย่างเป็นรูปธรรม รวมทั้งดำเนินการตามมาตรการ “ตรวจวัดระดับแอลกอฮอล์” ของผู้ขับขี่ทุกราย กรณีเกิดอุบัติเหตุแล้วมีผู้เสียชีวิตหรือบาดเจ็บ สอบถามเพิ่มเติมโทรสายด่วนกรมควบคุมโรค โทร. 1422

 

ทางด้าน จังหวัดสมุทรปราการ นายชาติชาย อุทัยพันธ์ ผวจ.ได้ลงตรวจเยี่ยมจุดตรวจในพื้นที่ต่างๆ เมื่อวันที่ 30/12/62 พร้อม กล่าวว่า การรณรงค์ป้องกันและลดอุบัติเหตุในช่วงเทศกาลปีใหม่ 2563 ของจังหวัดสมุทรปราการ ในวันที่ 27-29 ธันวาคม 2562 ที่ผ่านมา ผลการตรวจตามจุดสกัด/จุดร่วมต่างๆ ตาม 10 มาตรการหลัก 1 ร. 2 ส. 3 ข 4 ม. หรือมาตรการ 10 รสขม (ไม่สวมหมวกนิรภัย,มอเตอร์ไซค์ไม่ปลอดภัย,เมาสุรา,ไม่คาดเข็มขัดนิรภัย,ไม่มีใบขับขี่,ความเร็วเกินกว่ากฎหมายกำหนด, ฝ่าฝืนสัญญาณจราจร, ขับรถย้อนศร, แซงในที่คับขัน, ใช้โทรศัพท์เคลื่อนที่ขณะขับรถ) ได้มีการเรียกตรวจรถทุกชนิด ทั้งรถยนต์ส่วนบุคคล รถแท็กซี่ รถโดยสารประจำทาง รถจักรยานยนต์และอื่นๆ แล้วกว่า 59,000 คัน โดยดำเนินคดีกับผู้กระทำผิด โดยแบ่งเป็น ขับรถเร็วเกินกำหนด 1,0931 ราย รองลงมาได้แก่ ไม่มีใบอนุญาตขับขี่ 5,496 ราย,ไม่สวมหมวกนิรภัย 4,384 ราย, มอเตอร์ไซค์ไม่ปลอดภัย 2,887 ราย,ไม่คาดเข็มขัดนิรภัย 2,169 ราย, ขับรถย้อนศร 1,358 ราย,ใช้โทรศัพท์เคลื่อนที่ขณะขับรถ 1,032 ราย,แซงในที่คับขัน 690 ราย,ฝ่าฝืนสัญญาณจราจร 432 ราย, เมาแล้วขับ 292 ราย 

 

ผวจ. กล่าวเพิ่มเติมว่า ในช่วงเทศกาลปีใหม่ ประชาชนจะเดินทางออกต่างจังหวัด เพื่อกลับภูมิลำเนาและเดินทางท่องเที่ยวจำนวนมาก ทำให้ถนนสายต่างๆในพื้นที่ การจราจรไม่ติดขัด ผู้ขับขี่รถมักจะใช้ความเร็วเกินกว่ากฎหมายกำหนด เมื่อเกิดการตัดหน้ากระชั้นชิด หรือเกิดกรณีต้องหยุดรถกระทัน ทำให้ไม่สามารถหยุดรถได้ทัน ส่งผลให้เกิดอุบัติเหตุตามมา จึงขอให้ผู้ขับขี่รถปฏิบัติตามกฎจราจรอย่างเคร่งครัด ตลอดจนยึดหลักในการขับขี่ปลอดภัย “ตั้งสติก่อนสตาร์ท เร็ว เมา ง่วง โทร แชท ไม่ขับ” เพื่อความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน.