พม. แถลงนายกรัฐมนตรีเตรียมลงเรือล่องคลองเปรมประชากร ตรวจเยี่ยมการพัฒนาชุมชนริมคลอง 

0
806

 

พม. แถลงนายกรัฐมนตรีเตรียมลงเรือล่องคลองเปรมประชากร ตรวจเยี่ยมการพัฒนาชุมชนริมคลอง พร้อมด้วยการจัดงานวันเด็กแห่งชาติ 2563 และงาน “พลังสวัสดิการชุมชน เพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน 2020”

ที่บริเวณโถงชั้น 1 กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ สะพานขาว กรุงเทพฯ นางเทพวัลย์ ภรณวลัย รองอธิบดีกรมกิจการเด็กและเยาวชน นายธนัช นฤพรพงศ์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) และ นายปาลิน ธำรงรัตนศิลป์ คณะทำงานติดตามและพัฒนากองทุนสวัสดิการชุมชน สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) ร่วมแถลงข่าวการดำเนินงานตามภารกิจสำคัญของกระทรวง พม. ดังนี้ 1) การจัดงานวันเด็กแห่งชาติ ประจำปี 2563 2) การพัฒนาที่อยู่อาศัยชุมชนคลองเปรมประชากร และ 3) การพัฒนากองทุนสวัสดิการชุมชน ยกระดับการยกร่างกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมระบบสวัสดิการชุมชน โดยมี นายแฉล้ม ทองเกลา ผู้อำนวยการกองเผยแพร่และประชาสัมพันธ์ สำนักงานปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมันคงของมนุษย์ เป็นผู้ดำเนินการแถลงข่าว

 

นางเทพวัลย์ กล่าวว่า ด้วยมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2507 กำหนดให้วันเสาร์ที่สองของเดือนมกราคมของทุกปีเป็นวันเด็กแห่งชาติ โดยมีหน่วยงานต่างๆ ทั้งภาครัฐและภาคเอกชน ร่วมจัดกิจกรรมดังกล่าว และในปี 2563 พลเอกประยุทธ์จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้ให้คำขวัญเนื่องในวันเด็กแห่งชาติ ปี 2563 ว่า เด็กไทยยุคใหม่ รู้รักสามัคคี รู้หน้าที่พลเมืองไทย โดยใช้ ฮีโร่ตัวจิ๋ว เป็นตราสัญลักษณ์ในการจัดงานวันเด็กแห่งชาติต่อเนื่องกันเป็นเวลา 5 ปี ระหว่างปี 2561 – 2565 ทั้งนี้ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) โดยกรมกิจการเด็กและเยาวชน (ดย.) ได้รับมอบหมายให้ดำเนินการจัดงานวันเด็กแห่งชาติเป็นประจำทุกปีในภาพรวมของกระทรวง พม. ร่วมกับหน่วยงานสังกัดกระทรวง พม. ภายใต้แนวคิด สุดยอดเด็กไทย ประกอบด้วย 3 เรื่อง คือ 1) พลเมืองเด็กดี 2) เด็กยุคดิจิตอล และ 3) เด็กรักสิ่งแวดล้อม เพื่อส่งเสริมให้เด็กได้พัฒนาตนเอง ผ่านการเรียนรู้จากกิจกรรมควบคู่ไปกับความสนุกสนานเพลิดเพลิน ทำให้เด็กกล้าคิด กล้าแสดงออกอย่างสร้างสรรค์ และเหมาะสมตามวัย สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงของโลกและสังคมในปัจจุบัน ซึ่งจะจัดขึ้นในวันเสาร์ที่ 11 มกราคม 2563 เวลา 07.30 – 15.30 น. ณ ภายในบริเวณสถานสงเคราะห์เด็กหญิงบ้านราชวิถี แขวงทุ่งพญาไท เขตราชเทวี กรุงเทพมหานคร โดยมีนายจุติ ไกรฤกษ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (รมว.พม.) เป็นประธานในพิธีเปิดงาน ซึ่งมีกิจกรรมที่สำคัญ ประกอบด้วย 1) โซนกิจกรรมสร้างสรรค์ (KID THINK) ประกอบด้วยกิจกรรมจากหน่วยงานสังกัดกระทรวง พม. การแสดงความสามารถของนักฟุตบอลเยาวชนจากสถานสงเคราะห์เยาวชนมูลนิธิมหาราชและสถานสงเคราะห์เด็กหญิงบ้านราชวิถี 2) โซนกิจกรรมภาคเอกชนและองค์กรเครือข่าย ประกอบด้วย กิจกรรมจาก บริษัท ซี พี แรม จำกัด บริษัท ธนชาติโบรกเกอร์ จำกัด บริษัท ไทยน้ำทิพย์ จำกัด มูลนิธิลมมายใจไร้มลทิน บริษัท แลคตาซอย จำกัด และสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ 3) โซนกิจกรรมกลางแจ้ง (HAPPY KID) ประกอบด้วยเครื่องเล่นสำหรับเด็ก ได้แก่ ผาจำลองบ้านลม รถไฟเด็ก และปีนผาจำลอง 4) โซนกิจกรรมบนเวที (KID STAGE) ประกอบด้วย การแสดงบนเวทีของเด็กในสถานรองรับสังกัดกระทรวง พม. สภาเด็กและเยาวชนแห่งประเทศไทย ตัวแทนเครือข่ายเด็กและเยาวชน และศิลปินนักร้อง อาทิ ใบเฟิร์น ไมค์ทองคำ และเอ อภิรักษ์ ไมค์ทองคำ และ 5) โซนอาหารและเครื่องดื่ม บริการฟรีสำหรับเด็กและผู้ปกครอง เช่น ไส้กรอก เฟรนฟราย ลูกชิ้นทอด และข้าวผัด เป็นต้น

นายธนัช กล่าวว่า สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) หรือ พอช. ได้กำหนดจัดงาน คืนบ้านใหม่ให้พี่น้อง คืนสายคลองให้ส่วนรวม ที่ชุมชนประชาร่วมใจ 2 เขตหลักสี่ กทม. ในวันจันทร์ที่ 13 มกราคม 2563 นับเป็นความร่วมมือของ ภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง เพื่อร่วมกันพัฒนาคลองเปรมประชากรให้เป็นไปตามแผนแม่บทโครงสร้างพื้นฐานระบบคลองและการพัฒนาชุมชนริมคลองเปรมประชากร ตามที่คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบเมื่อวันที่ 9 เมษายน 2562 โดยในวันนั้น พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี จะเดินทางลงพื้นที่เพื่อเป็นประธานในพิธี พร้อมด้วยพลเอก อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย นายจุติ ไกรฤกษ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ พลตำรวจเอก อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร นายฉัตรชัย พรหมเลิศ ปลัดกระทรวงมหาดไทย นายพินิจ บุญเลิศ ผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานี และพลโท ธรรมนูญ วิถี แม่ทัพภาคที่ 1 พร้อมด้วยผู้บริหารและผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรีและคณะ จะลงเรือตรวจเยี่ยมพื้นที่จากท่าเรือวัดเสมียนนารี เขตจตุจักร ไปยังชุมชนประชาร่วมใจ 2 เขตจตุจักร เพื่อทำพิธียกเสาเอกสร้างบ้านใหม่ให้แก่ประชาชนที่รื้อย้ายบ้านเรือนออกจากแนวคลองเปรมประชากร อีกทั้งมอบสัญญาเช่าที่ดินราชพัสดุ เนื้อที่ 10 ไร่เศษ และมอบใบอนุญาตก่อสร้างบ้าน 210 หลัง ให้แก่ผู้แทนชุมชนประชาร่วมใจ 2 

นายธนัช กล่าวต่อไปว่า ชุมชนประชาร่วมใจ 2 ถือเป็นชุมชนแห่งแรกในคลองเปรมประชากรที่ชาวชุมชนร่วมใจกันรื้อย้าย บ้านเรือนออกจากแนวคลอง เพื่อให้รัฐบาลดำเนินการพัฒนาคลองเปรมประชากรทั้งระบบ โดยมีชุมชนที่เข้าร่วมทั้งหมด 32 ชุมชน ในพื้นที่เขตกรุงเทพฯ และ 6 หมู่บ้านในพื้นที่เขตจังหวัดปทุมธานี รวมทั้งหมด 6,386 ครัวเรือน ซึ่งชุมชนทั้งหมดที่เข้าร่วมโครงการพัฒนาคลองเปรมประชากร จะต้องรื้อย้ายบ้านเรือนออกจากแนวคลองและแนวก่อสร้างเขื่อนระบายน้ำ และปรับผังชุมชนเพื่อก่อสร้างบ้านและชุมชนใหม่ในที่ดินเดิม ซึ่งชุมชนจะต้องรวมตัวกันจัดตั้งเป็นสหกรณ์เคหสถานเพื่อให้มีสถานะเป็นนิติบุคคลและร่วมกันบริหารจัดการโครงการฯ โดยทำสัญญาเช่าที่ดินราชพัสดุจากกรมธนารักษ์อย่างถูกต้อง เป็นระยะเวลาเช่าช่วงแรก 30 ปีในอัตรา ค่าเช่าผ่อนปรน ส่งผลให้มีการเปลี่ยนสถานะจากผู้บุกรุกเป็นชุมชนที่เช่าที่ดินอย่างถูกกฎหมาย ซึ่ง พอช.จะให้การสนับงบประมาณแก่ชุมชนดำเนินการภายในปี 2563 – 2564 โดยคาดการณ์ว่าจะใช้งบประมาณทั้งสิ้น 3,514.46 ล้านบาท แบ่งออกเป็น งบสนับสนุนประชาชนกลุ่มเป้าหมาย 1,215.50 ล้านบาท และเงินกู้เพื่อปลูกสร้างบ้าน 2,298.96 ล้านบาท 

นายปาลิน กล่าวว่า นอกจากนี้ พอช. ได้กำหนดจัดงาน พลังสวัสดิการชุมชน เพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน 2020 ระหว่างวันที่ 14-15 มกราคม 2563 ณ ห้องประชุมไพบูลย์วัฒนศิริธรรม ชั้น 1 สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) เขตบางกะปิ กทม. โดยมีการลงนามความร่วมมือร่วมกันระหว่างองค์กรภาคีเครือข่าย 4 องค์กร ได้แก่ 1) เครือข่ายสวัสดิการชุมชน 2) พอช. 3) สถาบันพระปกเกล้า และ 4) วิทยาลัยพัฒนศาสตร์ ป๋วย อึ๊งภากรณ์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เพื่อร่วมกันขับเคลื่อน ร่างพระราชบัญญัติส่งเสริมสวัสดิการของชุมชน พ.ศ…… เป็นเป้าหมายในการยกระดับสวัสดิการชุมชนให้เข้มแข็ง โดยมีกฎหมายรองรับให้เป็นระบบหนึ่งของสวัสดิการสังคมของประเทศ ซึ่งสอดคล้องกับรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2561 หมวด 3 สิทธิและเสรีภาพของ ปวงชนชาวไทย มาตรา 43 ที่ระบุว่า บุคคลและชุมชนมีสิทธิ (4) จัดให้มีระบบสวัสดิการของชุมชน สิทธิการจัดให้มีระบบสวัสดิการของชุมชน หมายรวมถึงสิทธิที่จะร่วมกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หรือรัฐในการดำเนินการดังกล่าวด้วย นอกจากนี้ ร่าง พ.ร.บ. ดังกล่าว ยังมีการเสนอให้มีการแต่งตั้งคณะกรรมการส่งเสริมระบบสวัสดิการของชุมชนแห่งชาติ โดยมีรัฐมนตรีว่าการกระทรวง พม. เป็นประธาน ทำหน้าที่เสนอแนะและให้ความเห็นต่อคณะรัฐมนตรีด้านนโยบายการจัดสวัสดิการของชุมชน สร้างความร่วมมือกับ ภาคีเครือข่าย รวมทั้งมีมาตรการส่งเสริม สนับสนุนการจัดตั้งและพัฒนาความเข้มแข็งของกองทุนสวัสดิการชุมชน เป็นต้น

นายปาลิน กล่าวต่อไปว่า สำหรับการผลักดันร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าว เกิดจากกลุ่มและองค์กรชุมชนในพื้นที่ต่างๆ ได้รวมตัวกันจัดตั้งกองทุนสวัสดิการชุมชนในระดับตำบล เพื่อนำเงินกองทุนมาช่วยเหลือกันตั้งแต่ปี 2548 ด้วยแนวคิดหลักคือ การให้อย่างมีคุณค่าและรับอย่างมีศักดิ์ศรี โดยสมาชิกกองทุนจะต้องสมทบเงิน วันละ 1 บาท หรือปีละ 365 บาท โดยมีองค์กรปกครองท้องถิ่นและหน่วยงานรัฐ เช่น พอช. ร่วมสมทบเงินเข้ากองทุนในสัดส่วน 1 ต่อ 1 และได้เปิดโอกาสให้ภาคส่วนต่างๆ