นายก อบจ.อุบลฯ ฮั้วสร้างศูนย์การเรียนรู้ชุมชน 4 ร.ร.-สตง.ชี้มูลอาญา-ชดใช้เงิน 49 ล.

0
278

 

 

“…ผู้เสนอราคาโครงการศูนย์การเรียนรู้ชุมชนในสถานศึกษา (Knowledge Center) ของอบจ.อุบลราชธานีให้กับโรงเรียนในสังกัด จำนวน 4 แห่ง ประกอบด้วย โรงเรียนห้วยข่าพิทยาคม อำเภอบุณฑริก โรงเรียนเบ็ตตี้ดูเมน 2 ช่องเม็ก อำเภอสิรินธร โรงเรียนแก้งเหนือพิทยาคม อำเภอเขมราฐ และโรงเรียนเหล่างามพิทยาคม อำเภอโพธิ์ไทร เป็นผู้รับจ้างซึ่งเป็นบุคคลกลุ่มเดียวกัน … นายกอบจ.อุบลราชธานี (ในขณะนั้น) อนุมัติให้ผู้อำนวยการกองการศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม รวมทั้งพนักงานของบริษัทจำหน่ายโปรแกรมสื่อการเรียนการสอน และผู้ยื่นเสนอราคากับองค์การบริหารส่วนจังหวัดอุบลราชธานีเข้าร่วมประชุมชี้แจงรายละเอียด ทั้ง 4 โครงการ กับคณะกรรมการบริหารและจัดหาระบบคอมพิวเตอร์ของกระทรวงมหาดไทยในฐานะผู้ประสานงานของอบจ.อุบลราชธานี…”

ครงการจัดซื้อจัดจ้าง ของ องค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) อุบลราชธานี ที่ถูกตรวจพบปัญหาความไม่โปร่งใสในขั้นตอนปฏิบัติงานจนเป็นเหตุทำให้ผู้บริหารระดับสูง ถูกสอบสวนและฟ้องร้องดำเนินคดีทางกฎหมายจำนวนหลายคดีในขณะนี้ 

นอกเหนือจากคดีที่สำนักข่าวอิศรา (www.isranews.org) นำข้อมูลมาเสนอให้สาธารณชนได้รับทราบไปก่อนหน้านี้แล้ว จำนวน 3 คดี คือ

  1. คดีการทุจริตจัดซื้อครุภัณฑ์ส่งเสริมการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี งบอุดหนุนจากกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น 2550 ที่มีองค์การค้าของคุรุสภา ศึกษาภัณฑ์พาณิชย์ สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา (สกสค.) เป็นผู้ขาย วงเงิน 9.9 ล้านบาท โดยมีการจ่ายเงินล่วงหน้า 50% เป็นเงิน 4.4 ล้านบาท ให้กับผู้ขาย ทั้ง ๆ ที่ไม่มีหลักประกันในการชำระเงินล่วงหน้า โดยเมื่อวันที่ 31 มี.ค. 2563 ที่ผ่านมา ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 3 มีคำพิพากษาจำคุก 20 ปีไม่รอลงอาญานายพรชัย โควสุรัตน์ อดีตนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) อุบลราชธานี กับพวก ไปแล้ว
  2. คดีจัดจ้างโครงการก่อสร้างสะพานคอนกรีตเสริมเหล็ก วงเงิน 2.7 ล้านบาท และการก่อสร้างถนนลาดยาง 4 ช่องจราจร วงเงิน 30 ล้านบาท
  3. คดี อบจ.อุบลราชธานี ทำสัญญากับเอกชนรายหนึ่งเพื่อเช่ารถขุดจำนวน 40 คัน รับเหมาเครื่องจักรกลหนัก (รถขุดตีนตะขาบ) และจักรยานยนต์กู้ชีพ รวมเป็นเงินประมาณ 114 ล้านบาท

(อ่านประกอบ :  สำรวจคดีค้าง‘พรชัย โควสุรัตน์’ถูก ป.ป.ช.ฟัน-ก่อนโดนคุก 20 ปีจัดซื้อครุภัณฑ์ สกสค.

ยังมีอีก 1 คดีจัดซื้อจัดจ้างที่ยังไม่ถูกเปิดเผยข้อมูลต่อสาธารณะ นั้น คือ  โครงการก่อสร้างศูนย์การเรียนรู้ชุมชนในสถานศึกษา (Knowledge Center) ปีงบประมาณ 2556  วงเงินกว่า 151 ล้านบาท

สำนักข่าวอิศรา (www.isranews.org) สืบค้นข้อมูลพบว่า ในช่วงปลายปี 2559 สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) เคยสรุปผลการตรวจสอบโครงการนี้ เป็นทางการระบุว่า  อบจ.อุบลราชธานี ได้ทำโครงการก่อสร้างศูนย์การเรียนรู้ชุมชนในสถานศึกษา (Knowledge Center) ให้กับโรงเรียนในสังกัดจำนวน 4 แห่ง ประกอบด้วยโรงเรียน ห้วยข่าพิทยาคม อำเภอบุณฑริกสัญญาเลขที่ 71/2556 ลงวันที่ 9 สิงหาคม 2556 จำนวนเงิน 37.85 ล้านบาท โรงเรียนเบ็ตตี้ดูเมน 2 ช่องเม็ก อำเภอสิรินธร สัญญาเลขที่ 2/2557 ลงวันที่ 1 พฤศจิกายน 2556 จำนวน เงิน 37.85 ล้านบาท โรงเรียนแก้งเหนือพิทยาคม อำเภอเขมราฐ สัญญาเลขที่ 35/2557 ลงวันที่ 15 มกราคม 2557 จำนวนเงิน 37.84 ล้านบาท และโรงเรียนเหล่างามพิทยาคม อำเภอโพธิ์ไทร สัญญาเลขที่ 36/2557 ลงวันที่ 15 มกราคม 2557 จำนวนเงิน 37.86 ล้านบาท รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 151.40 ล้านบาท

โดยผลการตรวจสอบพบข้อมูลสำคัญดังนี้ 

  1. ผู้เสนอราคาโครงการศูนย์การเรียนรู้ชุมชนในสถานศึกษา (Knowledge Center) ของอบจ.อุบลราชธานีให้กับโรงเรียนในสังกัด จำนวน 4 แห่ง ประกอบด้วย โรงเรียนห้วยข่าพิทยาคม อำเภอบุณฑริก โรงเรียนเบ็ตตี้ดูเมน 2 ช่องเม็ก อำเภอสิรินธร โรงเรียนแก้งเหนือพิทยาคม อำเภอเขมราฐ และโรงเรียนเหล่างามพิทยาคม อำเภอโพธิ์ไทร เป็นผู้รับจ้างซึ่งเป็นบุคคลกลุ่มเดียวกัน
  2. นายกอบจ.อุบลราชธานี (ในขณะนั้น) อนุมัติให้ผู้อำนวยการกองการศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม รวมทั้งพนักงานของบริษัทจำหน่ายโปรแกรมสื่อการเรียนการสอน และผู้ยื่นเสนอราคากับองค์การบริหารส่วนจังหวัดอุบลราชธานีเข้าร่วมประชุมชี้แจงรายละเอียด ทั้ง 4 โครงการ กับคณะกรรมการบริหารและจัดหาระบบคอมพิวเตอร์ของกระทรวงมหาดไทยในฐานะผู้ประสานงานขององค์การบริหารส่วนจังหวัดอุบลราชธานี
  3. คณะกรรมการสืบราคาและกำหนดรายละเอียดคุณลักษณะไม่ได้สืบราคาและกำหนดรายละเอียดคุณลักษณะโดยคณะกรรมการฯได้ลงลายมือชื่อตามเอกสารที่ นักวิชาการศึกษา 6 ว ได้จัดเตรียมไว้ให้ซึ่งเป็นราคาและรายละเอียดคุณลักษณะของผู้เสนอราคา และเป็นชุดเดียวกันกับการเข้าร่วมประชุมชี้แจงรายละเอียดต่อคณะกรรมการบริหารและจัดหาระบบคอมพิวเตอร์ของกระทรวงมหาดไทยทำให้ราชการเสียหาย รวมเป็นเงิน 48.01  ล้านบาท    ****      ข้อมูล สำนักข่าวอิศรา