มาแล้วโปรเจ็คท์เสือหิว

0
1413

 

 

สูบงบ 4 แสนล้านพุงปลิ้น

 

ไม่น่าเชื่อว่า ข้าราชการและผู้บริหารทัองถิ่นไทยจะขยัน ทำงานเก่ง เขียนโครงการเพื่อช่วยเหลือประชาชนหลายหมื่นโครงการ ในเวลาเพียงไม่ถึง 2 สัปดาห์ด้วยซ้ำ

 

ซูเปอร์ อเมซซิ่ง ไม่คิดว่าชาตินี้จะได้เห็นแบบนี้เป็นบุญตา ทำให้อดสงสัยไม่ได้ว่า ถ้าเก่งกล้าสามารถ มีวิสัยทัศน์ขนาดนี้ ไฉนประเทศไทยจึงยังต้วมเตี้ยมไม่ทันเทียมอารยะประเทศอื่นๆเสียที

 

พลันที่พรก.ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงิน 1 ล้านล้านบาทพร้อมพรก.อีก 2 ฉบับให้อำนาจธนาคารแห่งประเทศไทยจัดเตรียมเงินช่วยเหลือผู้ประกอบการทั้งรายย่อยไปถึงรายใหญ่ของเจ้าสัวผ่านการพิจารณาของสภาผู้แทนฯ โดยไม่ต้องลุ้นในวุฒิสภา จดหมายด่วนราชการก็ส่งตามทันทีไปยังส่วนราชการและองค์กรท้องถิ่นให้เสนอโครงการที่เข้าข่ายนี้ส่งให้กรมและกระทรวงต้นสังกัดเพื่อส่งให้คณะกรรมการกลั่นกรองการใช้เงินกู้พิจารณาภายใน 5 มิถุนายน

 

ไม่น่าเชื่อ โครงการยื่นเสนอแค่นับถึงปลายสัปดาห์ที่ผ่านมามีมากกว่า 3 หมื่น 4 พันโครงการ งบประมาณรวมกันกว่า 8 แสน 4 หมื่นล้าน มากกว่างบตามพรก.ที่จัดแบ่งไว้ 4 แสนล้านบาทกว่าเท่าตัวแล้ว

 

ขนาดส.ว.ที่ถูกมองว่าอยู่ฝ่ายสนับสนุนรัฐบาลอย่างสมชาย แสวงการ ยังตาค้างยกนิ้วให้ว่าเป็นสิ่งสุดแสนมหัศจรรย์

 

ส.ว.สมชาย ฟันธงเปรี้ยง เป็นผลงานการปัดฝุ่นโครงการเก่าๆของราชการและองค์กรปกครองท้องถิ่น แล้วใช้วิธีตัดต่อพันธุกรรม แก้เนื้อหาและเป้าประสงค์ของโครงการเสียใหม่ ให้สอดคล้องกับการฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคมตามกรอบกติกาที่พรก.กู้เงินกำหนดเอาไว้

 

ส.ว.สมชาย ได้เรียกร้องประชาชนให้ช่วยกันตรวจสอบโครงการเหล่านี้ ซึ่งสภาพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติหรือเรียกกันสั้นๆว่า สภาพัฒน์ นำไปขึ้นไว้คร่าวๆบนเวบไซต์ไทยมี (THAIME )ของสภาพัฒน์ฯ ทั้งที่ไม่ตรงตามเป้าหมาย โครงการส่อทุจริตหมกเม็ดไม่โปร่งใส โครงการลักไก่ ที่สำคัญคือโครงการแบบยัดเยียดไม่ตรงตามความต้องการของประชาคมในพื้นที่ เพื่อช่วยกันส่งเสียงดังๆ แล้วส่งความเห็นไปยังรัฐบาล หรือผู้แทนราษฎรทั้งฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้าน หรือผ่านวุฒิสภา รวมทั้งสภาพัฒน์ ซึ่งดร.ทศพร ศิริสัมพันธ์ เลขาฯสภาพัฒน์ เป็นประธานคณะกรรมการกลั่นกรองโครงการเหล่านี้ด้วย

 

การเรียกร้องให้มีการตรวจสอบการใช้งบตามโครงการที่ยื่นเสนอเหล่านี้ ก็สอดคล้องกับภาคส่วนต่างๆ อาทิ ส.ส.ฝ่ายค้านที่ยื่นหนังสือต่อสภาผู้แทนฯให้ตั้งกรรมาธิการวิสามัญตรวจสอบ นอกจากนี้ ยังมีส.ส.ฝ่ายรัฐบาลอย่างพรรคประชาธิปัตย์และพรรคภูมิใจไทยยื่นเสนอญัตติเช่นกัน 

 

ยังมีนักวิชาการ เครือข่ายองค์กรต้อต่านคอรัปชั่น(ประเทศไทย) และอีกหลายองค์กร ต่างเรียกร้องให้มีการเปิดเผยรายละเอียดและตรวจสอบการใช้งบป้องกันบรรดา”เสือหิว”ที่ใช้เครือข่ายบริวาร และประสานความร่วมมือกับข้าราชการและผู้บริหารรวมทั้งสมาชิกสภาท้องถิ่น เนื่องจากเป็นงบก้อนโตในประวัติศาสตร์การกู้ทีเดียว

 

ขณะที่โครงการที่ยื่นเสนอ มีตั้งแต่ทำป้ายบอกแหล่งท่องเที่ยว จัดอบรมสัมนา ขุดคูคลอง ทำอ่างเก็บน้ำ ใช้งบหลักหมื่นถึงหลายหมื่นบาท ซึ่งความจริงเป็นโครงการที่มีปรากฎปกติทุกปีในงบประมาณรายจ่ายประจำปีอยู่แล้ว ไปกระทั่งถึงโครงการขนาดกลางหลักแสนถึงหลักล้านบาทบาท กระทั่งโครงการขนาดใหญ่ใช้งบเป็นหลักร้อยล้านขึ้นไปถึงหลัก 500-600 ล้านบาทหรือสูงกว่าก็มี

หลายโครงการถูกตั้งข้อสงสัยว่าเกี่ยวข้องกับการฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคมตรงไหน เช่น สร้างที่กลับรถรูปเกือกม้ามูลค่า 640 ล้านบาท การสร้างประตูระบายน้ำมูลค่า 460 ล้านบาท การเพิ่มประสิทธิภาพตรวจสอบคุณภาพอากาศ 649 ล้านบาท การเพิ่มศักยภาพการจัดการสุขภาพสัตว์ป่าให้ปลอดโรคมูลค่า 896 ล้านบาท

 

ขณะที่หลายโครงการก็ซ้ำงบปกติและเสนอเข้ามาเป็นจำนวนมากเหมือนก็อปปี้ต่อๆกัน เปลี่ยนแค่ชื่อสถานที่ เช่น ขุดบ่อ-บึงพัฒนาแหล่งน้ำ ซึ่งวิธีการที่ควรจะเป็นคือต้องใช้แรงงานคนเพื่อกระจายรายได้ ไม่ใช่ว่าจ้างผู้รับเหมาหรือเจ้าของรถแบคโฮที่ล้วนแล้วแต่เป็นเครือข่ายนักการเมือง 

 

ยังมีอีกหลายโครงการที่สะท้อนจ้องสวาปามงบแบบมูมมาม กักขฬะ อย่างในพื้นที่ภาคใต้ โครงการสร้างปะการังเทียมถือฮ็อตฮิตมาก โปรเจ็คท์ละ 18-20 ล้านบาทขึ้นไป ทั้งที่เพิ่งทำไปเมื่อปี 59 เพื่อเฉลิมพระเกียรติ 84 พรรษา สมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินีนาถ โดยกรมสรรพาวุธทหารบก ได้ส่งมอบรถถัง ยานยนต์ยุทโธปกรณ์ที่ปลดระวางจำนวนมากให้แบบฟรีๆ

 

การช่วยกันตรวจสอบป้องกันฝูงเปรตจากนรกแย่งกันดูดทึ้งงบประมาณจากการกู้ซึ่งคนรุ่นหลังๆมีภาระต้องชดใช้พร้อมดอกเบี้ย ที่ดีที่สุดและจะมีพลังมาก คือรวมกลุ่มและตรวจสอบจากทางจังหวัดหรือหน่วยงานเจ้าของโครงการในพื้นที่โดยตรง เพราะในเวบ THAIME จะไม่มีรายละเอียดมากนัก จากนั้นช่วยกันทำหนังสือพร้อมลงชื่อสมาชิกและประชาชนในพื้นที่ที่ต่อต้านโครงการ”แอบสูบ”แล้วส่งไปตามองค์กรต่างๆที่ได้แจ้งไว้เบื้องต้น ก่อนคณะกรรมการกลั่นกรองจะพิจารณาเสร็จ และต้องเสนอสู่ที่ประชุมครม.อนุมัติตั้งแต่ต้นเดือนกรกฎาคม 63 เป็นต้นไป

 

พลังประชาชนในยุคสมัยนี้เข้มแข็งและมีพลังมากนะครับ นายกฯ”บิ๊กตู่”คนที่ประกาศจะไม่ให้มีการโกงกินงบมหาศาลก้อนนี้ จะไม่ฟังเชียวหรือ?

 

ประจักษ์ มะวงศ์สา