สานใจ สานพลัง เสริมศักยภาพ ภาคีแกนนำ ขับเคลื่อนสุขภาวะสู่ ตำบลน่าอยู่

0
602


ความเหลื่อมล้ำสร้างปัญหามหาศาลไทยกำลังตกอยู่ในประเทศที่มีความเหลื่อมล้ำจากอันดับ 11 กลายเป็นอันดับ 3 ของโลก เชื่อได้ว่าไม่สามารถแก้ปัญหาจากส่วนกลางได้

การพัฒนาประเทศไทยที่ผ่านมาพยายามสร้างจากยอดลงสู่ด้านล่างหลายสิ่งหลายอย่างมองแต่ข้างบนเศรษฐกิจก็จะเอาแต่ข้างบน แล้วบอกว่าเมื่อข้างบนใหญ่ก็มองเห็นด้านล่าง  สุดท้ายก็ไม่สำเร็จนำไปสู่ความเหลื่อมล้ำอย่างหนัก

ชุมชนเข้มแข็งจึงเป็นคำตอบทุกเรื่อง เพราะชุมชนเป็นฐานแวดล้อมการพัฒนาประเทศ เมื่อฐานแข็งแรงรองรับ ประเทศชาติก็มั่นคง  

ดังนั้นเพื่อให้การปฏิรูปประเทศในประเด็นต่างๆเกิดมีการผลักดันขับเคลื่อนอย่างเป็นรูปประธรรมเกิดจากการมีส่วนร่วมจากภาคีเครือข่ายที่เกี่ยวข้องในทุกระดับจึงจำเป็นที่ต้องอาศัยกลไกการดำเนินงานในระดับพื้นที่  ก่อให้เกิดแนวคิดของกระบวนการสมัชชาขึ้น

คณะกรรมการพัฒนาและขับเคลื่อนนโยบายสาธารณะแบบมีส่วนร่วมจังหวัดสมุทรปราการ (สมัชชาสุขภาพจังหวัดสมุทรปราการ) นำโดยนางศรีประไพ กาญจนกัณทร  และคณะ ลงพื้นที่อำเภอบางเสาธงสมุทรปราการ เพื่อสนับสนุนและทำความเข้าใจโครงการธรรมนูญสุขภาพ (พื้นที่ธรรมนูญสุขภาพตำบล)โดยจัดเป็นเวทีธรรมนูญสุขภาพในพื้นที่ของตำบลศีรษะจรเข้ใหญ่ และตำบลศีรษะจรเข้น้อย ใช้ห้องประชุมอำเภอบางเสาธง มี รพ. สต .ศีรษะจรเข้ใหญ่ รพ. สต.ศีรษะจรเข้น้อย อบต.ศีรษะจรเข้ใหญ่

นอกจากนี้มีตัวแทนจากชาวบ้านแต่ละหมู่ มี ผอ. รพ. สต. ศีรษะจรเข้ใหญ่ ผอ.รพ.สต.ศีรษะจรเข้น้อย นายอำเภอบางเสาธง อสม. กลุ่มผู้สูงอายุ  เครือข่ายองค์กรต่างๆ เข้าร่วม

อย่างไรก็ตามในที่ประชุมได้มีผู้แทนจากหมุ่บ้าน ในพื้นที่ ร่วมกันแสดงความคิดเห็นและวิเคราะห์สถานการณ์พื้นที่ เพื่อทำเป็นธรรมนูญสุขภาพ นำเอาข้อดีข้อเสียในแต่ละเรื่องมาเป็นบรรทัดฐาน ทำข้อตกลงร่วมกัน ทั้งตำบลศีรษะจรเข้ใหญ่ และศีรษะจรเข้น้อย ที่จะขับเคลื่อนและปฏิบัติร่วมกัน โดยมีเป้าหมายร่วมกันคือธรรมนูญตำบล เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิต มีกลุ่มเป้าหมายผู้สูงวัย การจัดการดูแลปัญหาสุนัขจรจัด อุบัติภัยทางถนน  ระบบสวัสดิการ ปัญหาการรุกล้ำ สิ่งแวดล้อม กลิ่น ปัญหาคนเปราะบาง ซึ่งจะต้องมีการตรวจสอบและช่วยเหลือ โดยการสนับสนุนของสำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ (สช )

ในเวทีประชุมได้มี นายธฤต สำราญเวทย์ รองผู้ว่าการจังหวัดสมุทรปราการ นายกำธร เวหน นายอำเภอบางเสาธง ได้เข้าร่วมสังเกตการณ์ พร้อมกับได้ แสดงความคิดเห็นถึงการบริหารจัดการของภาคประชาชน โดยประชาชนในท้องที่ จะต้องเป็นผู้กำหนดข้อตกลงการอยู่ร่วมกัน การรับทราบปัญหา การแก้ปัญหา โดยการบูรณาการร่วมกัน มิใช่เป็นข้อกำหนดของทางราชการ เพราะความสำเร็จจะเกิดขึ้นได้ยาก ส่วนราชการอย่าทำตัวเป็นคุณพ่อ รู้แล้ว มันหมดสมัยไปแล้ว นายธฤต สำราญเวทย์ กล่าว

สำหรับเวที่สานพลังภาคี สมัชชาเครือข่ายระดับอำเภอ คณะทำงาน กรรมการ ได้ลงระดมความคิดเห็นไปก่อนหน้านี้ที่อำเภอบางพลี ไปนี้แล้ว เช่นกัน ทางคณะทำงานจะได้ประมวลสรุปข้อคิดเห็นความต้องการของประชาชนในพื้นที่ ว่าต้องการอะไรแบบไหนเพื่อจะได้รวบรวมนำเสนอในระดับจังหวัด และนำเข้าที่ประชุมสมัชชาในระดับชาติอีกครั้งหนึ่ง เพื่อจะทำเป็นแผนพัฒนานโยบายตาม เป้าประสงค์ของประชาชนในท้องถิ่น ต่อไป