ที่ห้องประชุมโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบางน้ำผึ้ง อำเภอพระประแดงสมุทรปราการ เมื่อวันที่ 28 เมษายน 2569 เครือข่ายประชาคมสร้างเสริมสุขภาวะจังหวัดสมุทรปราการ ได้จัดการประชุมประจำเดือน โดยมีนายขวัญเมือง อยู่นาน เป็นประธานเปิดการประชุม พร้อมทั้งคณะทำงานและภาคีเครือข่ายเข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง ภายในเวทีมีการนำเสนอทิศทางการดำเนินงานสำคัญของจังหวัด โดยคุณกมลชนก ภัทรสิทธิกฤษ ได้นำเสนอ “โครงการสานพลังเครือข่ายประชาคม บูรณาการรัฐ เอกชน และประชาสังคม เพื่อสร้างพื้นที่สร้างสรรค์และระบบนิเวศสุขภาวะ” ซึ่งมุ่งพัฒนาระบบสุขภาวะเชิงพื้นที่ในช่วงปี 2569–2570

การนำเสนอชี้ให้เห็นว่า จังหวัดสมุทรปราการกำลังเผชิญ “ปัญหาสุขภาวะเชิงโครงสร้าง” ภายใต้บริบทเมืองอุตสาหกรรมที่มีประชากรแฝงสูงกว่า 2.6 ล้านคน ส่งผลให้เกิดแรงกดดันต่อระบบสาธารณสุขและสังคม โดยเฉพาะในกลุ่มเด็กและเยาวชนที่เผชิญความเสี่ยงจากพฤติกรรมการดื่มสุรา ยาสูบ สุขภาพจิต และพฤติกรรมเสี่ยงรูปแบบใหม่ เช่น การพนันออนไลน์และการใช้สื่อดิจิทัลอย่างเข้มข้น
ข้อมูลเชิงประจักษ์ระบุว่า อัตราการดื่มแอลกอฮอล์ในประชากรอายุ 15 ปีขึ้นไปเพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ 35.3 ในปี 2567 ขณะที่เยาวชนยังคงมีสัดส่วนผู้ดื่มประมาณ 1 ใน 20 คน สะท้อนว่าพฤติกรรมเสี่ยงยังฝังอยู่ในวิถีชีวิตของชุมชนเมือง และมีแนวโน้มเชื่อมโยงกับปัญหาโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) ในระยะยาว
โครงการดังกล่าวจึงนำกรอบแนวคิด Determinants of Health (DOH) มาใช้เป็นฐานในการวิเคราะห์และออกแบบการดำเนินงาน โดยเน้นการจัดการ “ปัจจัยกำหนดสุขภาพ” อย่างเป็นองค์รวม ทั้งด้านพฤติกรรม สภาพแวดล้อม และระบบบริการสุขภาพ ควบคู่กับเครื่องมือวิเคราะห์เชิงระบบ เช่น Problem Tree และการกำหนดผลลัพธ์เชิงยุทธศาสตร์ (Co-creation Outcomes)
ในเชิงพื้นที่ พบว่า จังหวัดสมุทรปราการยังมี “พื้นที่เสี่ยง” สูงถึงร้อยละ 65 ขณะที่พื้นที่สร้างสรรค์มีเพียงร้อยละ 27 ซึ่งสะท้อนความจำเป็นในการลงทุนเชิงโครงสร้างเพื่อปรับสภาพแวดล้อมให้เอื้อต่อพฤติกรรมสุขภาพ โดยโครงการได้พัฒนา “พื้นที่สร้างสรรค์” ทั้งในรูปแบบกีฬา ดนตรี อีสปอร์ต และกิจกรรมชุมชน รวมถึงการรณรงค์งานบุญปลอดเหล้าในทั้ง 6 อำเภอ
ผลลัพธ์เชิงประจักษ์จากการดำเนินงานที่ผ่านมาแสดงให้เห็นแนวโน้มเชิงบวก โดยพฤติกรรมการสูบบุหรี่ลดลงจากร้อยละ 5.0 เหลือ 1.5 และการดื่มสุราลดลงจากร้อยละ 11.0 เหลือ 3.5 ในกลุ่มเยาวชนเป้าหมาย ขณะเดียวกันพฤติกรรมเสี่ยงในครอบครัวก็มีแนวโน้มลดลงในหลายมิติ

นายขวัญเมือง อยู่นาน กล่าวถึง การวิเคราะห์ของคณะทำงานยังชี้ให้เห็น “ช่องว่างเชิงระบบ (GAP)” ที่สำคัญ ได้แก่การส่งเสริมสนับสนุนที่ขาดความต่อเนื่องและระยะเวลาดำเนินงานที่เพิ่มขึ้นขณะที่ปัญหาสังคมสูงขึ้น นอกจากนี้ ยังขาด Data Platform กลางเพื่อเชื่อมโยงข้อมูลเชิงพื้นที่และระบบสุขภาพจิตและการป้องกันยังเน้นปลายเหตุ มากกว่าต้นน้ำ
ในมิติเชิงนโยบาย โครงการเสนอให้ยกระดับการทำงานจาก “โครงการ” ไปสู่ “ระบบนิเวศสุขภาวะ (Health Ecosystem)” โดยใช้เครือข่ายกว่า 30 หน่วยงานเป็นฐานความร่วมมือ และพัฒนาบทบาทของภาคประชาสังคมในฐานะ “ตัวกลางเชื่อมโยงความรู้และนโยบาย (Knowledge Broker)” เพื่อขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างอย่างยั่งยืน
ทั้งนี้ ที่ประชุมเห็นพ้องว่า การสร้างพื้นที่สร้างสรรค์และกิจกรรมเชิงบวกสำหรับเด็กและเยาวชน ไม่เพียงเป็นการลดพฤติกรรมเสี่ยงในระยะสั้น แต่เป็นกลไกสำคัญในการสร้าง “ภูมิคุ้มกันทางสังคม” และยกระดับคุณภาพประชากรในระยะยาว ภายใต้แนวคิด “สร้างนำซ่อม” ซึ่งเน้นการป้องกันตั้งแต่ต้นน้ำควบคู่กับการแก้ไขปัญหาเชิงระบบ
ในโอกาสเดียวกัน ภายหลังการประชุม คณะทำงานและภาคีเครือข่ายได้ร่วมกิจกรรมรดน้ำขอพรเนื่องในเทศกาลสงกรานต์ประจำปีเพื่อสืบสานประเพณีไทยและเสริมสร้างความสัมพันธ์อันดีภายในเครือข่าย





