นายศรชัย ชูวิเชียร รองเลขาธิการ ป.ป.ช. ชูโมเดล “ESP” ต่อยอด 8 ปี STRONG เดินหน้าป้องกันทุจริตเชิงรุก เฝ้าระวังงบรัฐ 1.57 แสนล้าน
ที่ห้องประชุม โรงแรม ทีเค กรุงเทพมหานคร นายศรชัย ชูวิเชียร รองเลขาธิการคณะกรรมการ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ เป็นประธานเปิดกิจกรรมและบรรยายพิเศษในโครงการ “การพัฒนาศักยภาพเครือข่ายภาคประชาชน เพื่อถอนหมุดพื้นที่เสี่ยงทุจริต” รุ่นที่ 1
ครอบคลุมพื้นที่ ภาค 1 ภาค 2 ภาค 3 ภาค 4 และกรุงเทพมหานคร ภายใต้โครงการ เสริมพลัง STRONG ประชาชนถอนหมุดพื้นที่เสี่ยงทุจริต (Empowering STRONG for Proactive Anti-Corruption : ESP) ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569
นายศรชัย ระบุว่า โครงการ ESP ถือเป็นการดำเนินงานปีแรก เพื่อต่อยอดจากโครงการ STRONG – จิตพอเพียงต้านทุจริต ที่ขับเคลื่อนมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2561 รวมระยะเวลากว่า 8 ปี โดยบูรณาการการทำงานร่วมกับสำนักงาน ป.ป.ช. ภาค และสำนักงาน ป.ป.ช. ประจำจังหวัด มุ่งเสริมสร้างความเข้มแข็งให้เครือข่ายภาคประชาชนทั่วประเทศ ให้มีบทบาทเชิงรุกในการป้องกันและเฝ้าระวังการทุจริต
หัวใจสำคัญของโครงการ คือ การปักหมุดพื้นที่เสี่ยงทุจริต (Corruption Risk Mapping) การต้านและลดการทุจริตด้วยกลไกสหยุทธ์เฉพาะกรณี (TaC Team) การทำงานเชิงพื้นที่ (Area-Based) วิเคราะห์ความเสี่ยง และลงพื้นที่ป้องปรามการทุจริตตั้งแต่ต้นทาง
สำหรับปีงบประมาณ 2569 เครือข่าย STRONG ทั่วประเทศ จะเน้นเฝ้าระวังและกำกับติดตาม โครงการงบประมาณมูลค่าสูง ตามนโยบายคณะกรรมการ ป.ป.ช. และเลขาธิการ ป.ป.ช. เพื่อป้องกันการทุจริตเชิงรุกอย่างเป็นระบบ
สรุปประเด็นเสี่ยงทุจริตจากพื้นที่ 4 ภาค
ภาค 1 : ความเจริญด้านอาคาร บ้านจัดสรร การอนุมัติ–อนุญาตล่าช้า นำไปสู่การเรียกรับผลประโยชน์
ภาค 2 (EEC) : การลงทุนและก่อสร้าง การขออนุญาตล่าช้า มีการเรียกรับผลประโยชน์จากนักลงทุน โดยเฉพาะต่างชาติ กระทบเศรษฐกิจระดับชาติ
ภาค 3 : การจัดเก็บเงินนักท่องเที่ยวในเขตอุทยาน ไม่ออกตั๋ว เงินไม่เข้าส่วนกลาง ตรวจสอบแล้วทำให้รัฐได้รายได้คืนหลายร้อยล้านบาท รวมถึงปัญหาซื้อตำแหน่งและบุกรุกป่า
ภาค 4 : การจัดซื้อจัดจ้างและโครงการก่อสร้าง เช่น การขุดลอกคลองซ้ำซากในพื้นที่เดิม
นายศรชัย เน้นย้ำว่า เครือข่าย STRONG ต้องมีองค์ความรู้และข้อมูลเชิงลึก สามารถเข้าไปสอดส่องโครงการที่ใช้งบประมาณสูง และนำข้อมูลแจ้งเบาะแสผ่านช่องทางของ ป.ป.ช. เพื่อมุ่งสู่การ ถอนหมุดพื้นที่เสี่ยงทุจริตอย่างเป็นรูปธรรม
พร้อมย้ำถึงความสำคัญของ กฎหมายคุ้มครองผู้เปิดโปง (Anti-SLAPP) ซึ่งมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 5 มิถุนายน 2568 ช่วยคุ้มครองการทำงานของภาคประชาชน ในช่วงที่รัฐบาลอนุมัติงบประมาณลงพื้นที่กว่า 157,000 ล้านบาท ซึ่ง ป.ป.ช. และเครือข่าย STRONG ต้องทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิด เพื่อไม่ให้เกิดการทุจริตในทุกขั้นตอน
ท้ายที่สุด นายศรชัย ได้ประกาศเปิดกิจกรรม การพัฒนาศักยภาพเครือข่ายภาคประชาชน เพื่อถอนหมุดพื้นที่เสี่ยงทุจริต ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 อย่างเป็นทางการ
“เรารู้นะ…คุณทำอะไร” คือสารสำคัญที่ภาคประชาชนจะนำไปบอกต่อ เพื่อสร้างสังคมโปร่งใส และไม่ทนต่อการทุจริต













