สมุทรปราการ : สนามเดือด วัดพลัง ‘คลื่นส้ม’ กับ ‘บ้านใหญ่–เสื้อแดง’
การเมืองสมุทรปราการกำลังเข้าสู่โค้งสุดท้ายของศึกเลือกตั้ง 8 กุมภาพันธ์ 2569 และครั้งนี้ไม่ใช่เพียงการเลือก สส.ธรรมดา หากแต่เป็น “สนามวัดอนาคตการเมืองปากน้ำ” ระหว่างการเมืองแบบใหม่กับระบอบบ้านใหญ่ที่พยายามฟื้นคืนชีพ
สัญญาณสำคัญเริ่มต้นขึ้นเมื่อ พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหอกช่วยหาเสียงช่วงสุดท้าย พร้อมโพสต์ข้อความ
“สมุทรปราการ : เมืองหลวงก้าวไกลในความทรงจำ 8 คน 8 เขต 8 ความทรงจำ”
คำสั้นๆ แต่ชัดเจนว่านี่คือการส่งสัญญาณตรงถึง “ด้อมส้มปากน้ำ” ก่อนขึ้นเวทีปราศรัยใหญ่ที่ตลาดแบล็คมาร์เก็ต BTS แพรกษา เพื่อช่วยผู้สมัครพรรคประชาชนทั้ง 8 เขต เมื่อ 25 มค.ที่ผ่านมา
ย้อนดูประวัติศาสตร์ สมุทรปราการเคยเป็น “เมืองหลวงเสื้อแดง” อย่างแข็งแรงในช่วงปี 2548–2554 ก่อนจะถูกคั่นด้วยกระแสอนุรักษ์นิยมปี 2562 เปิดทางให้บ้านใหญ่อัศวเหมกลับมายึดพื้นที่ 5 ที่นั่ง
แต่ปี 2566 ถูกเขย่าด้วย คลื่นส้มกวาดเรียบทั้ง 8 เขต พรรคเพื่อไทยผิดหวังซ้ำซ้อน ขณะที่อดีต สส.สายบ้านใหญ่พ่ายแพ้แบบหมดรูป
พ.ศ.นี้ เลือกตั้ง บ้านใหญ่ ตัดสินใจ “รวมสี” จับมือเพื่อไทย วางกลยุทธการเมืองแบบเดียวกับ “ชลบุรีโมเดล” เพื่อสกัดพรรคประชาชน
ผู้สมัคร สส.ทั้ง 8 เขต ถูกคัดสรรอย่างรอบคอบ แบ่งพื้นที่กันลง ลดปัญหาตัดคะแนนกันเอง เป้าหมายชัดคือ
ต้องไม่ปล่อยให้พรรคประชาชนยึดทั้งจังหวัดอีกครั้ง
แม้การต่อสู้หลักจะอยู่ระหว่างส้มกับบ้านใหญ่–แดง แต่ค่ายสีน้ำเงิน และ ฟ้า ยังเป็นตัวแปรสำคัญ โดยหวังเจาะอย่างน้อย 2 เขต จากอดีต สส.ที่มีฐานท้องถิ่นแข็งแรง
ดูผลสำรวจความนิยมล่าสุดสะท้อนชัดว่า พรรคประชาชนยังนำโด่งในระดับจังหวัด
แต่ไม่ประมาท ภูมิใจไทย ที่มาแรงเช่นกัน กลับแซงเพื่อไทยขึ้นมาเป็นอันดับสอง สะท้อนความผันผวนของอารมณ์ผู้เลือกตั้ง
สนามชี้ชะตา อยู่ที่ สมุทรปราการ เขต 1 อัครวัฒน์ อัศวเหม ปะทะ พนิดา มงคลสวัสดิ์
สนามนี้ไม่ใช่แค่แข่งกันแพ้–ชนะ แต่คือการวัดว่า “บ้านใหญ่” ยังมีพลัง+อำนาจจริงหรือไม่ กับเมืองที่เติบโตเร็ว กลายเป็นสังคมคอนโดฯ หมู่บ้านจัดสรร และชนชั้นกลางใหม่
งวดที่แล้ว พนิดาชนะขาดแบบหักปากกาเซียน แต่รอบนี้บริบทเปลี่ยน บ้านใหญ่ได้ชัยชนะในสนามท้องถิ่น และมีข่าวว่า “วัฒนา อัศวเหม” ลงมาบัญชาการเอง
คลื่นส้มยังแรง แต่ไม่ง่ายเหมือนเดิม
ขณะที่พรรคประชาชนยังได้เปรียบจากกระแสเมือง ความเป็นคนรุ่นใหม่ และความคาดหวังว่าจะเข้าไปเป็นรัฐบาลจริง แต่ก็ต้องแบกรับแรงกระแทกจากประเด็นการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีเมื่อปี 2568 และกระแสอื่น ที่กลายเป็นโจทย์ใหญ่ที่ต้องอธิบายกับผู้มีสิทธิ์เลือกตั้ง
สมุทรปราการวันนี้ ไม่ใช่เมืองเดิม การเมืองไม่ใช่สูตรเดิม และผู้เลือกตั้งไม่ใช่คนกลุ่มเดิม
สนามปากน้ำจึงเป็นมากกว่าการเลือก สส. แต่คือสนามวัดว่า
การเมืองแบบบ้านใหญ่ยังไปต่อได้แค่ไหน คลื่นส้มจะยังแรงพอ “ทะลายระบอบอุปถัมภ์” ได้อีกหรือไม่
ก็ระวังตาอยู่แล้วกัน
8 กุมภาพันธ์นี้ คือคำตอบทั้งหมด