ท่ามกลางสถานการณ์ความตึงเครียดและการสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง โดยเฉพาะความขัดแย้งระหว่าง อิหร่านและอิสราเอล ได้กลายเป็นอีกหนึ่งบททดสอบสำคัญของแรงงานไทยที่ไปทำงานในต่างประเทศ ซึ่งปัจจุบันมีอยู่เป็นจำนวนมากในหลายประเทศของภูมิภาคนี้
แรงงานไทยจำนวนไม่น้อยเดินทางไปทำงานในต่างแดน เพื่อหารายได้ส่งกลับมายังครอบครัวและนำเม็ดเงินเข้าสู่ประเทศไทยปีละหลายหมื่นล้านบาท ถือเป็นกำลังสำคัญของเศรษฐกิจไทยในระดับครัวเรือน แต่เมื่อเกิดสถานการณ์สงครามหรือความไม่สงบขึ้นในพื้นที่ทำงาน สิ่งแรกที่เกิดขึ้นคือความไม่แน่นอนของชีวิตและการจ้างงาน
หลายคนต้องเผชิญความเสี่ยงทั้งด้านความปลอดภัย การถูกเลิกจ้าง หรือการหยุดงานกะทันหัน ส่งผลให้ต้องเดินทางกลับประเทศก่อนกำหนด กลายเป็นภาวะ “ตกงานฉับพลัน” ที่สร้างผลกระทบทั้งต่อแรงงานและครอบครัวที่รอรายได้จากต่างแดน
ล่าสุดเมื่อวันที่ 12 มีนาคม 2569 ที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ จังหวัดสมุทรปราการ กระทรวงแรงงานได้ให้การต้อนรับแรงงานไทยที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง
นางสาวตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ได้มอบหมายให้ นายพิเชษฐ์ ทองพันธ์ รองปลัดกระทรวงแรงงาน เดินทางไปรับและดูแลแรงงานไทยที่เดินทางกลับจาก ประเทศอิหร่าน จำนวน 18 คน พร้อมอำนวยความสะดวกและดูแลสิทธิประโยชน์ต่าง ๆ ที่แรงงานพึงได้รับ
ในโอกาสเดียวกัน นายบัญชา ยืนยงจงเจริญ รองอธิบดีกรมการกงสุล และ นางวรพรรณี ดำรงมณี รองอธิบดีกรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ ได้ร่วมให้การต้อนรับ พร้อมประสานการช่วยเหลือแรงงานไทยที่เดินทางกลับประเทศ
ก่อนหน้านี้ยังมีแรงงานไทยที่เดินทางกลับจาก ประเทศบาห์เรน จำนวน 17 คน ทำให้จนถึงขณะนี้มีแรงงานไทยที่เดินทางกลับถึงประเทศไทยแล้ว รวม 35 คน
นอกจากนี้ยังมีแรงงานไทยที่เตรียมเดินทางกลับเพิ่มเติมอีก 33 คน แบ่งเป็นจากประเทศบาห์เรน 6 คน และจากประเทศอิหร่าน 27 คน ขณะที่มีแรงงานไทยที่แสดงความประสงค์จะเดินทางกลับประเทศแล้ว เกือบ 1,000 คน
นายพิเชษฐ์ ทองพันธ์ รองปลัดกระทรวงแรงงาน เปิดเผยว่า กระทรวงแรงงานได้กำหนดมาตรการดูแลแรงงานไทยที่ได้รับผลกระทบไว้อย่างเป็นระบบ 3 ขั้นตอน ได้แก่ 1. การช่วยเหลือในประเทศต้นทางแรงงานต้องลงทะเบียนผ่านทูตแรงงาน และแอปพลิเคชัน SMART TOEA พร้อมเปิดพิกัดตำแหน่งที่อยู่ เพื่อให้หน่วยงานสามารถติดต่อและช่วยเหลือได้อย่างรวดเร็ว รวมถึงดูแลเรื่องอาหาร ที่พักชั่วคราว และเอกสารการเดินทาง 2. การดูแลเมื่อเดินทางถึงประเทศไทยเจ้าหน้าที่กระทรวงแรงงานจะรอรับที่สนามบิน โดยให้แรงงานสแกน QR Code เพื่อแจ้งความประสงค์ เช่น ต้องการหางานทำในประเทศไทย ต้องการกลับไปทำงานต่างประเทศเมื่อสถานการณ์คลี่คลาย
ต้องการฝึกทักษะอาชีพหรือฝึกภาษา 3. การติดตามถึงภูมิลำเนา ข้อมูลแรงงานจะถูกส่งต่อไปยังสำนักงานแรงงานจังหวัดและหน่วยงานในพื้นที่ เพื่อเข้าไปติดตาม เยี่ยมเยียน และช่วยเหลือแรงงานถึงบ้าน
ทั้งนี้ แรงงานที่ยังไม่ได้ลงทะเบียนรับความช่วยเหลือ สามารถติดต่อได้ที่ สำนักงานแรงงานจังหวัดทั่วประเทศ หรือโทรสายด่วนกระทรวงแรงงาน 1506
สถานการณ์ความขัดแย้งที่เกิดขึ้นในหลายพื้นที่ของโลก สะท้อนให้เห็นความจริงข้อหนึ่งว่า
“สงครามไม่เคยมีผู้ชนะอย่างแท้จริง” เพราะทุกฝ่ายต่างต้องสูญเสีย ไม่ว่าจะเป็นชีวิต เศรษฐกิจ หรือความมั่นคงของมนุษย์
รายงานสถานการณ์ล่าสุด ทรัมป์ ระบุว่า เพียง 6 วันแรกของการสู้รบ ได้สร้างความเสียหายทางเศรษฐกิจอย่างมหาศาล สหรัฐอเมริกาโดยมีการใช้งบประมาณไปแล้วกว่า 11,300 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 3.6 แสนล้านบาท และยังมีการเสนอของบประมาณเพิ่มเติมอีก 50,000 ล้านดอลลาร์
ขณะที่ยอดผู้เสียชีวิตจากการสู้รบมีรายงานแล้วประมาณ 2,000 คน ส่วนใหญ่เป็นพลเรือนใน อิหร่านและเลบานอน
สำหรับแรงงานไทยในต่างแดน ความหวังที่ยิ่งใหญ่ที่สุดไม่ใช่เพียงรายได้ แต่คือการได้ กลับบ้านอย่างปลอดภัย
วันนี้แรงงานไทยชุดแรกได้เดินทางกลับถึงแผ่นดินเกิดแล้ว แต่ยังมีแรงงานอีกจำนวนมากที่กำลังรอการอพยพกลับประเทศ
และสิ่งที่คนไทยทุกคนต่างภาวนาเหมือนกัน คือ ขอให้ไฟสงครามยุติลงโดยเร็ว เพื่อให้ชีวิตมนุษย์ไม่ต้องสูญเสียมากไปกว่านี้





