มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ร่วมกับ มูลนิธิเพื่อการพัฒนาดิจิทัล และ สมาคมอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ไทย จัดพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความเข้าใจ (MOU) (เมื่อวันที่ 21 พฤษภาคม 2569) เพื่อผนึกกำลังขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ดิจิทัลและปัญญาประดิษฐ์ (AI) ของประเทศ มุ่งพัฒนาศักยภาพบุคลากรให้พร้อมรับความเปลี่ยนแปลงของโลกเทคโนโลยีพร้อมผลักดันแนวคิด “Prompt-Harness Capital” ให้เป็นกลไกสำคัญในการสร้างทุนมนุษย์ยุคใหม่

พิธีลงนามครั้งนี้ได้รับเกียรติจาก ศาสตราจารย์ ดร.ศุภสวัสดิ์ ชัชวาลย์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์, ดร.วิฑูรย์ สิมะโชคดี ประธานกรรมการมูลนิธิเพื่อการพัฒนาดิจิทัล และ ดร.นรัตถ์ สาระมาน นายกสมาคมอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ไทย ร่วมลงนามในฐานะผู้แทนหลักของทั้งสามหน่วยงาน พร้อมด้วย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ชยกฤต อัศวธิตานนท์ รองอธิการบดีฝ่ายบริหารทรัพยากรมนุษย์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์, ดร.สุรพันธ์ เมฆนาวิน รองประธานฝ่ายโครงการ มูลนิธิเพื่อการพัฒนาดิจิทัล และนางสาวยุวดี แซ่โก่ย เลขาธิการสมาคมอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ไทย ร่วมเป็นสักขีพยาน

ศาสตราจารย์ ดร.ศุภสวัสดิ์ ชัชวาลย์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กล่าวว่า มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์มุ่งขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ดิจิทัลเพื่อยกระดับองค์กรสู่มาตรฐานสากล โดยให้ความสำคัญกับการพัฒนาบุคลากรสายสนับสนุนวิชาการ ซึ่งถือเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนมหาวิทยาลัย ผ่านแนวคิด “Prompt-Harness Capital” หรือการยกระดับทักษะการใช้งานและสั่งการ AI (Prompt Engineering) ให้กลายเป็นทุนมนุษย์รูปแบบใหม่ที่สร้างมูลค่าได้จริง ทั้งนี้ มหาวิทยาลัยจะนำ AI มาประยุกต์ใช้ในการปรับปรุงกระบวนการทำงานให้มีความรวดเร็ว คล่องตัว และสามารถวัดผลได้อย่างชัดเจน ช่วยลดต้นทุนการดำเนินงาน (Cost Reduction) ควบคู่กับการเพิ่มประสิทธิภาพและผลิตภาพ (Productivity) ขององค์กรอย่างยั่งยืน
ด้าน ดร.วิฑูรย์ สิมะโชคดี ประธานกรรมการมูลนิธิเพื่อการพัฒนาดิจิทัล กล่าวว่า มูลนิธิเพื่อการพัฒนาดิจิทัลพร้อมสนับสนุนการพัฒนากำลังคนผ่านยุทธศาสตร์ “Digital & AI Workforce” โดยร่วมวางแผนและจัดทำโรดแมประยะยาว 3 ปี เริ่มต้นจากโครงการนำร่อง (Pilot Project) เพื่อประเมินผลและต่อยอดอย่างเป็นระบบ พร้อมมอบหมายให้นางสาวยุวดี แซ่โก่ย ทำหน้าที่ผู้บริหารโครงการ ดูแลการส่งมอบองค์ความรู้ เครื่องมือ และการอบรมเชิงวิชาการ เพื่อยกระดับบุคลากรให้สามารถปรับตัวเท่าทันการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยี และเสริมศักยภาพองค์กรให้แข่งขันได้ในระดับสากล โดยเน้นย้ำว่า การร่วมมือครั้งนี้ Prompt-Harness Capital จะต้องนำไปสู่การปฏิบัติและวัดผลได้จริง
ขณะที่ ดร.นรัตถ์ สาระมาน นายกสมาคมอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ไทย กล่าวว่า สมาคมพร้อมสนับสนุนการพัฒนาทักษะดิจิทัลของเยาวชนผ่านระบบสหกิจศึกษาและหลักสูตรฝึกปฏิบัติ เพื่อบ่มเพาะนักศึกษาให้มีทักษะด้านการวิเคราะห์ธุรกิจ (Business Analysis) และต่อยอดสู่การเป็นนักพัฒนาระบบ (System Developer) มืออาชีพ ซึ่งจะช่วยลดช่องว่างทางทักษะ (Skill Gap) ของกำลังคนรุ่นใหม่ พร้อมเตรียมความพร้อมก่อนเข้าสู่ตลาดแรงงาน และสร้างบุคลากรดิจิทัลที่มีคุณภาพตรงตามความต้องการ (Match & Fit) ของภาคธุรกิจและอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ไทย

สำหรับบันทึกข้อตกลงความเข้าใจ (MOU) ฉบับนี้ มีผลบังคับใช้เป็นระยะเวลา 5 ปี ครอบคลุมความร่วมมือด้านการแลกเปลี่ยนนักศึกษา นักวิชาการ และบุคลากร การดำเนินกิจกรรมทางวิชาการและการวิจัยร่วมกัน การแลกเปลี่ยนข้อมูลและเอกสารวิชาการ การให้คำปรึกษาและฝึกอบรมด้านดิจิทัลและ AI การสนับสนุนการพัฒนาองค์กรสู่มาตรฐานสากล การบริการชุมชนและสังคมเพื่อยกระดับทักษะดิจิทัลแก่คนทุกช่วงวัย ตลอดจนการสนับสนุนการฝึกปฏิบัติและสหกิจศึกษาสำหรับนักศึกษา รวมถึงการจัดกิจกรรมความร่วมมืออื่น ๆ ตามที่ทั้งสามฝ่ายเห็นชอบร่วมกัน เพื่อผลักดันกรอบความร่วมมือดังกล่าวไปสู่การดำเนินโครงการที่เป็นรูปธรรม อันเป็นส่วนหนึ่งในการยกระดับศักยภาพกำลังคนดิจิทัลและขับเคลื่อนประเทศไทยสู่อนาคตเศรษฐกิจ AI อย่างยั่งยืน






