Daily Times Online รวบชายวัย 50 อ้างเป็น ผบช.ภ.1 ย่องบุกรุกบ้านย่านปากน้ำกลางดึก
รวบชายวัย 50 อ้างเป็น ผบช.ภ.1 ย่องบุกรุกบ้านย่านปากน้ำกลางดึก พอเจ้าของบ้านตื่นมาเจอเนียนอ้างเป็นตำรวจจับคดียา เจ้าตัวรับแค่บุกรุก ปฏิเสธลักทรัพย์ พลตำรวจตรี ภัคพงศ์ สายอุบล ผบก.อก.ภ.1 ในฐานะรองโฆษก...
รวบชายวัย 50 อ้างเป็น ผบช.ภ.1 ย่องบุกรุกบ้านย่านปากน้ำกลางดึก พอเจ้าของบ้านตื่นมาเจอเนียนอ้างเป็นตำรวจจับคดียา เจ้าตัวรับแค่บุกรุก ปฏิเสธลักทรัพย์
พลตำรวจตรี ภัคพงศ์ สายอุบล ผบก.อก.ภ.1 ในฐานะรองโฆษก ตำรวจภูธรภาค 1 และ หัวหน้าฝ่ายอำนวยการ ควบคุมงานแถลงข่าวและประชาสัมพันธ์ข่าว ตำรวจภูธรภาค1 เปิดเผยว่า
ความคืบหน้าจากกรณีชายอ้างตัวเป็นผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 เดินสายพูดคุยกับชาวบ้านในพื้นที่จังหวัดสมุทรปราการ จนมีคลิปเผยแพร่ในโลกออนไลน์และกลายเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวางนั้น
เมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม 2569 พ.ต.อ.จักรกฤช ศรีโรจนากูร ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรเมืองสมุทรปราการ เปิดเผยว่า เจ้าหน้าที่สามารถติดตามจับกุมนายสมมาตร ทองนวล อายุ 50 ปี ชายที่ปรากฏอยู่ในคลิปและอ้างตัวเป็นผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 ได้แล้ว
จากการสืบสวนทราบว่า ก่อนหน้าที่คลิปจะถูกเผยแพร่เพียง 1 วัน คือช่วงคืนวันที่ 19 พฤษภาคมที่ผ่านมา ผู้ต้องหารายดังกล่าวได้ก่อเหตุพยายามลักทรัพย์ภายในบ้านพักหลังหนึ่งในพื้นที่ย่านปากน้ำ โดยอาศัยช่วงเวลากลางดึกเข้าไปภายในบ้านพัก ขณะที่เจ้าของบ้านกำลังนอนหลับ ก่อนเจ้าของบ้านจะตื่นขึ้นมาเห็นผู้ก่อเหตุกำลังพยายามหยิบกระเป๋าเงินภายในห้องนอน จึงเกิดการโต้เถียงกันขึ้น
ระหว่างนั้นชายผู้ก่อเหตุได้อ้างตัวว่าเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ และเข้ามาติดตามผู้ต้องหาคดียาเสพติดที่หลบหนีเข้ามาในพื้นที่บ้านดังกล่าว ก่อนจะรีบหลบหนีออกจากบ้านพักไป หลังเกิดเหตุผู้เสียหายได้เข้าแจ้งความไว้กับพนักงานสอบสวน สภ.เมืองสมุทรปราการ เมื่อวันที่ 19 พฤษภาคมที่ผ่านมา
ต่อมาในวันที่ 20 พฤษภาคม เจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวนพบคลิปชายอ้างตัวเป็นผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 เผยแพร่ในสื่อสังคมออนไลน์ จึงตรวจสอบลักษณะบุคคลและพฤติการณ์ ก่อนเชื่อว่าน่าจะเป็นบุคคลเดียวกัน เนื่องจากจุดเกิดเหตุอยู่ในละแวกใกล้เคียงกัน กระทั่งสืบทราบว่าผู้ก่อเหตุพักอาศัยอยู่ในพื้นที่ย่านตำบลบางโปรง จึงนำกำลังเข้าจับกุมตัวได้ในที่สุด
สอบสวนเบื้องต้น นายสมมาตรยอมรับว่าเป็นบุคคลที่ปรากฏอยู่ในคลิปจริง ส่วนคดีบุกรุกเคหสถานในยามวิกาล ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพ แต่ในข้อหาพยายามลักทรัพย์ยังให้การปฏิเสธ โดยอ้างว่าไม่มีเจตนาเข้าไปลักทรัพย์แต่อย่างใด
ทั้งนี้จากการตรวจสอบประวัติพบว่า ผู้ต้องหาไม่มีอาชีพเป็นหลักแหล่ง ชอบแต่งกายเลียนแบบเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย และมักอ้างตัวเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ เบื้องต้นเจ้าหน้าที่เชื่อว่าผู้ต้องหาจะอาศัยช่วงไม่มีคนอยู่บ้านเข้าไปก่อเหตุลักทรัพย์ แต่หากถูกพบเห็นก็จะอ้างตัวว่าเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้ามาตรวจสอบพื้นที่ทันที
พลตำรวจตรี ภัคพงศ์ สายอุบล ผบก.อก.ภ.1 ในฐานะรองโฆษก ตำรวจภูธรภาค 1 และ หัวหน้าฝ่ายอำนวยการ ควบคุมงานแถลงข่าวและประชาสัมพันธ์ข่าว ตำรวจภูธรภาค1 เปิดเผยว่า
ความคืบหน้าจากกรณีชายอ้างตัวเป็นผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 เดินสายพูดคุยกับชาวบ้านในพื้นที่จังหวัดสมุทรปราการ จนมีคลิปเผยแพร่ในโลกออนไลน์และกลายเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวางนั้น
เมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม 2569 พ.ต.อ.จักรกฤช ศรีโรจนากูร ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรเมืองสมุทรปราการ เปิดเผยว่า เจ้าหน้าที่สามารถติดตามจับกุมนายสมมาตร ทองนวล อายุ 50 ปี ชายที่ปรากฏอยู่ในคลิปและอ้างตัวเป็นผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 ได้แล้ว
จากการสืบสวนทราบว่า ก่อนหน้าที่คลิปจะถูกเผยแพร่เพียง 1 วัน คือช่วงคืนวันที่ 19 พฤษภาคมที่ผ่านมา ผู้ต้องหารายดังกล่าวได้ก่อเหตุพยายามลักทรัพย์ภายในบ้านพักหลังหนึ่งในพื้นที่ย่านปากน้ำ โดยอาศัยช่วงเวลากลางดึกเข้าไปภายในบ้านพัก ขณะที่เจ้าของบ้านกำลังนอนหลับ ก่อนเจ้าของบ้านจะตื่นขึ้นมาเห็นผู้ก่อเหตุกำลังพยายามหยิบกระเป๋าเงินภายในห้องนอน จึงเกิดการโต้เถียงกันขึ้น
ระหว่างนั้นชายผู้ก่อเหตุได้อ้างตัวว่าเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ และเข้ามาติดตามผู้ต้องหาคดียาเสพติดที่หลบหนีเข้ามาในพื้นที่บ้านดังกล่าว ก่อนจะรีบหลบหนีออกจากบ้านพักไป หลังเกิดเหตุผู้เสียหายได้เข้าแจ้งความไว้กับพนักงานสอบสวน สภ.เมืองสมุทรปราการ เมื่อวันที่ 19 พฤษภาคมที่ผ่านมา
ต่อมาในวันที่ 20 พฤษภาคม เจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวนพบคลิปชายอ้างตัวเป็นผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 เผยแพร่ในสื่อสังคมออนไลน์ จึงตรวจสอบลักษณะบุคคลและพฤติการณ์ ก่อนเชื่อว่าน่าจะเป็นบุคคลเดียวกัน เนื่องจากจุดเกิดเหตุอยู่ในละแวกใกล้เคียงกัน กระทั่งสืบทราบว่าผู้ก่อเหตุพักอาศัยอยู่ในพื้นที่ย่านตำบลบางโปรง จึงนำกำลังเข้าจับกุมตัวได้ในที่สุด
สอบสวนเบื้องต้น นายสมมาตรยอมรับว่าเป็นบุคคลที่ปรากฏอยู่ในคลิปจริง ส่วนคดีบุกรุกเคหสถานในยามวิกาล ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพ แต่ในข้อหาพยายามลักทรัพย์ยังให้การปฏิเสธ โดยอ้างว่าไม่มีเจตนาเข้าไปลักทรัพย์แต่อย่างใด
ทั้งนี้จากการตรวจสอบประวัติพบว่า ผู้ต้องหาไม่มีอาชีพเป็นหลักแหล่ง ชอบแต่งกายเลียนแบบเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย และมักอ้างตัวเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ เบื้องต้นเจ้าหน้าที่เชื่อว่าผู้ต้องหาจะอาศัยช่วงไม่มีคนอยู่บ้านเข้าไปก่อเหตุลักทรัพย์ แต่หากถูกพบเห็นก็จะอ้างตัวว่าเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้ามาตรวจสอบพื้นที่ทันที