สมาคมผู้สื่อข่าวส่งเสริมเอสเอ็มอีไทย หนุนรัฐทบทวนเกณฑ์ “ไทยช่วยไทย พลัส” เปิดทาง SME ในระบบภาษีเข้าร่วมโครงการ

ชี้ผู้ประกอบการร้านอาหารและธุรกิจขนาดเล็กที่จดทะเบียนถูกต้องยังเข้าไม่ถึงสิทธิ์ เสนอเปิดโอกาสเข้าร่วมช่วง 3 เดือนสุดท้าย หวังกระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากอย่างทั่วถึง

บรรณาธิการ 19 มิถุนายน 2569 4 ครั้ง
สมาคมผู้สื่อข่าวส่งเสริมเอสเอ็มอีไทย หนุนรัฐทบทวนเกณฑ์ “ไทยช่วยไทย พลัส” เปิดทาง SME ในระบบภาษีเข้าร่วมโครงการ

ชี้ผู้ประกอการร้านอาหารและธุรกิจขนาดเล็กที่จดทะเบียนถูกต้องยังเข้าไม่ถึงสิทธิ์ เสนอเปิดโอกาสเข้าร่วมช่วง 3 เดือนสุดท้าย หวังกระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากอย่างทั่วถึง


สมาคมผู้สื่อข่าวส่งเสริมเอสเอ็มอีไทย ออกแถลงการณ์สนับสนุนให้รัฐบาลและกระทรวงการคลังพิจารณาทบทวนหลักเกณฑ์โครงการ “ไทยช่วยไทย พลัส (60/40)” เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการร้านอาหารและธุรกิจเอสเอ็มอีที่อยู่ในระบบภาษี สามารถเข้าถึงมาตรการสนับสนุนของภาครัฐได้อย่างเป็นธรรมมากขึ้น



นายจรัญ ชุ่มเงิน  นายกสมาคมผู้สื่อข่าวส่งเสริมเอสเอ็มอีไทย  กล่าวว่า สมาคมฯ ขอชื่นชมรัฐบาลและกระทรวงการคลังที่ดำเนินโครงการไทยช่วยไทย พลัส เพื่อช่วยลดภาระค่าครองชีพของประชาชน กระตุ้นการใช้จ่าย และเพิ่มสภาพคล่องทางเศรษฐกิจในช่วงที่ภาวะเศรษฐกิจยังมีความเปราะบาง


อย่างไรก็ตาม สมาคมฯ ได้รับข้อเสนอและข้อร้องเรียนจากผู้ประกอบการร้านอาหารและธุรกิจเอสเอ็มอีจำนวนหนึ่ง ซึ่งแม้จะเป็นผู้ประกอบการที่จดทะเบียนถูกต้อง อยู่ในระบบภาษี และปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด แต่กลับยังไม่สามารถเข้าร่วมโครงการดังกล่าวได้ ส่งผลให้เสียโอกาสในการเข้าถึงมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ


สมาคมผู้สื่อข่าวส่งเสริมเอสเอ็มอีไทย เห็นว่า การส่งเสริมให้ผู้ประกอบการเข้าสู่ระบบภาษีเป็นนโยบายสำคัญของประเทศ ดังนั้น การกำหนดหลักเกณฑ์ที่เอื้อต่อผู้ประกอบการที่ดำเนินธุรกิจอย่างถูกต้องตามกฎหมาย จะช่วยสร้างแรงจูงใจให้ธุรกิจขนาดเล็กและขนาดกลางเข้าสู่ระบบมากขึ้น อันจะนำไปสู่การยกระดับมาตรฐานเศรษฐกิจฐานรากของประเทศในระยะยาว


ทั้งนี้ สมาคมฯ ขอเสนอให้รัฐบาลและกระทรวงการคลังพิจารณาปรับปรุงหลักเกณฑ์การเข้าร่วมโครงการไทยช่วยไทย พลัส โดยเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการร้านอาหารและเอสเอ็มอีขนาดเล็กที่จดทะเบียนนิติบุคคลและเสียภาษีอย่างถูกต้อง สามารถเข้าร่วมโครงการได้ในช่วงระยะเวลา 3 เดือนสุดท้ายของมาตรการ ระหว่างเดือนกรกฎาคม-กันยายน 2569


นายจรัญ กล่าวเพิ่มเติมว่า หากมีการเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการกลุ่มดังกล่าวเข้าร่วมโครงการ จะช่วยให้เม็ดเงินจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจกระจายลงสู่ธุรกิจฐานรากได้อย่างทั่วถึง เกิดการจ้างงาน เพิ่มรายได้ให้กับผู้ประกอบการรายย่อย และช่วยเสริมสร้างความเชื่อมั่นต่อภาครัฐในการส่งเสริมผู้ประกอบการที่ปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเป็นธรรม


“การช่วยเหลือผู้ประกอบการที่อยู่ในระบบภาษีอย่างถูกต้อง ไม่เพียงเป็นการสร้างความเป็นธรรมทางเศรษฐกิจ แต่ยังเป็นการส่งเสริมวัฒนธรรมการประกอบธุรกิจที่โปร่งใส และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของธุรกิจเอสเอ็มอีไทยอย่างยั่งยืน” นายจรัญ กล่าว


แชร์: