back to top
28.8 C
Samut Prakan
Tuesday, March 10, 2026
spot_img

ข่าวใหม่ล่าสุด

spot_img

สกัด ขยะพิษโลกทะลักไทย

เปิดตู้ต้องสงสัย 18 ตู้ แหลมฉบัง พบขยะอิเล็กทรอนิกส์ปะปนเศษโลหะนับแสนกิโล รัฐบูรณาการร่วม ศุลกากร DSI กรมคุมมลพิษ สกัดเครือข่ายขยะข้ามชาติ

การเปิดตู้สินค้าต้องสงสัยจำนวน 18 ตู้ ที่ท่าเรือแหลมฉบัง จังหวัดชลบุรี โดยความร่วมมือของ กรมศุลกากร กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) และกรมควบคุมมลพิษ กลายเป็นอีกหนึ่งสัญญาณเตือนสำคัญว่า ปัญหา “ขยะพิษข้ามชาติ” กำลังไหลเข้าสู่ประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง
การปฏิบัติการครั้งนี้มี นายสุชาติ ชมกลิ่น รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ลงพื้นที่ติดตามการตรวจสอบด้วยตนเอง หลังพบข้อมูลการลักลอบนำเข้าของเสียอันตรายจากต่างประเทศ โดยอำพรางเอกสารสำแดงสินค้าเป็นเพียง “เศษโลหะ” หรือ “เศษเหล็ก”
ผลการเปิดตรวจพบว่า ภายในตู้สินค้าหลายตู้มี แผงวงจรอิเล็กทรอนิกส์และชิ้นส่วนอุปกรณ์ไฟฟ้า ปะปนอยู่กับเศษโลหะจำนวนมาก ซึ่งเข้าข่าย “ขยะอิเล็กทรอนิกส์” ที่จัดเป็นของเสียอันตรายตามกฎหมายสิ่งแวดล้อม
เฉพาะตู้สินค้ากลุ่มแรก 12 ตู้ ที่สำแดงว่าเป็น “เศษเหล็ก” จากประเทศเฮติ พบขยะอิเล็กทรอนิกส์ปะปนจำนวนมาก น้ำหนักรวมกว่า 284,919 กิโลกรัม มูลค่ากว่า 2.53 ล้านบาท
ขณะที่อีก 4 ตู้ เป็นสินค้าที่ได้ข้อมูลจากเครือข่าย Basel Action Network (BAN) ซึ่งเป็นองค์กรระหว่างประเทศที่ติดตามการเคลื่อนย้ายขยะอิเล็กทรอนิกส์ โดยสำแดงสินค้าเป็น Metal Scraps และ Mixed Metal จากประเทศสหรัฐอเมริกา
ส่วนอีก 2 ตู้ เป็นตู้ที่กรมศุลกากรอายัดไว้ เนื่องจากผู้นำเข้ามีประวัติอยู่ในเครือข่ายที่ถูกเฝ้าระวัง โดยสำแดงสินค้าเป็น เศษอลูมิเนียม จากสหรัฐอเมริกาและเนเธอร์แลนด์
เหตุการณ์ครั้งนี้จึงไม่ได้เป็นเพียงการจับกุมสินค้าผิดกฎหมาย แต่สะท้อนปัญหาใหญ่ระดับโลกที่หลายฝ่ายกังวลว่า

ประเทศไทยกำลังกลายเป็นปลายทางของ “ขยะพิษโลก”
ขยะอิเล็กทรอนิกส์ หรือ E-Waste เป็นหนึ่งในของเสียที่เพิ่มขึ้นเร็วที่สุดในโลก
หลายประเทศพัฒนาแล้วมีต้นทุนการกำจัดสูง และมีกฎหมายสิ่งแวดล้อมเข้มงวด จึงเกิดขบวนการลักลอบส่งออกขยะมายังประเทศกำลังพัฒนาในเอเชีย
จีน เคยเป็นศูนย์กลางรับขยะ แต่หลังจากจีนประกาศ ห้ามนำเข้าขยะ ขบวนการค้าขยะข้ามชาติจึงหันเป้าหมายมายังประเทศอื่นในภูมิภาค เช่น ไทย เป็นต้น 
ประเทศไทยเองเคยเผชิญการทะลักของขยะอิเล็กทรอนิกส์อย่างหนักในช่วงหลายปีที่ผ่านมา จนต้องออกมาตรการ ห้ามนำเข้าขยะอิเล็กทรอนิกส์ในที่สุด
แต่ถึงแม้จะมีกฎหมายห้ามนำเข้า ขบวนการลักลอบยังใช้วิธี สำแดงสินค้าเท็จ  เพื่อหลีกเลี่ยงการตรวจสอบ  เช่น เศษเหล็ก เศษโลหะ พลาสติกรีไซเคิล ที่ถูกตรวจสอบจับได้ครั้ง   
ปัญหาขยะอิเล็กทรอนิกส์ไม่ได้เป็นเพียงเรื่องการค้าผิดกฎหมาย แต่ยังเกี่ยวข้องกับ สารพิษร้ายแรง ที่ปรากฏเป็นข่าวในพื้นที่ จังหวัด ปราจีน สระแก้ว ฉะเชิงเทรา
อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์จำนวนมากมีสารอันตราย เช่น ตะกั่ว ปรอท แคดเมียม สารหน่วงไฟ

หากถูกนำไปเผาหรือแยกชิ้นส่วนโดยไม่มีมาตรฐาน จะทำให้เกิดการปนเปื้อนใน ดิน น้ำ และอากาศ และส่งผลต่อสุขภาพของชุมชนในระยะยาว
หลายพื้นที่ในเอเชียเคยกลายเป็น “เมืองแยกขยะพิษ” ซึ่งสร้างผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมอย่างรุนแรง
การตรวจพบตู้สินค้าครั้งนี้จะเป็นความสำเร็จของหน่วยงานรัฐ แต่ผู้สันทัดด้านสิ่งแวดล้อมมองว่า การแก้ปัญหาขยะพิษข้ามชาติจำเป็นต้องทำในหลายระดับ เช่น
  1. เพิ่มความเข้มงวดการตรวจสอบท่าเรือ ใช้ระบบบริหารความเสี่ยงและนำเทคโนโลยีตรวจสอบสินค้าให้มากขึ้น
  2. เชื่อมข้อมูลระหว่างประเทศ ทำงานร่วมกับเครือข่ายเฝ้าระวัง ภายในและต่างประเทศ
  3. กฎหมายต้องลงโทษรุนแรงขึ้น เพื่อสกัดขบวนการลักลอบนำเข้า
  4. พัฒนาระบบจัดการขยะอิเล็กทรอนิกส์ในประเทศ เพื่อไม่ให้เกิดตลาดมืดรองรับขยะผิดกฎหมาย
 ประเทศไทยในวันนี้จะยอมเป็น “ปลายทางขยะโลก” หรือไม่
ฉะนั้นการเปิดตู้ต้องสงสัย 18 ตู้ที่แหลมฉบัง อาจเป็นเพียงส่วนเล็กของปัญหาที่ใหญ่กว่านั้น
เพราะตราบใดที่การค้าขยะพิษยังสร้างกำไรมหาศาล
และการควบคุมยังมีช่องว่าง
ประเทศไทยก็ยังเสี่ยงที่จะกลายเป็น
ที่ทิ้งขยะของโลก โดยไม่รู้ตัว

เพิ่มเพื่อน Line Official

spot_img

ข่าวใหม่ล่าสุด

ข่าวเด็ด ห้ามพลาด