คอลัมน์ เดลี่ไทม์
ช่วงนี้เริ่มมีเสียงตั้งคำถามต่อบทบาทการทำงานของ “สมัชชาสุขภาพจังหวัดสมุทรปราการ” หลังมีการขับเคลื่อนประเด็น “หนี้สินครู” จนหลายฝ่ายเริ่มสงสัยว่า สิ่งที่กำลังเกิดขึ้นนั้น ยังอยู่ในกรอบของ “สุขภาวะสาธารณะ” หรือเริ่มกลายเป็น “วาระเฉพาะกลุ่ม” กันแน่
ยอมรับว่า ตามแนวทางของ สำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ หรือ สช. ซึ่งจัดตั้งขึ้นตาม พ.ร.บ.สุขภาพแห่งชาติ พ.ศ.2550 นั้น คำว่า “สุขภาพ” ไม่ได้หมายถึงแค่เรื่องเจ็บป่วยรักษาโรค แต่ครอบคลุมถึงเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม คุณภาพชีวิต ความเป็นธรรม และปัจจัยที่กระทบต่อการดำรงชีวิตของประชาชนด้วย
“หนี้สินครู” หากมองในมิติของความเครียด สุขภาพจิต ภาระครอบครัว และคุณภาพชีวิต ก็สามารถหยิบยกเข้าสู่เวทีสมัชชาสุขภาพได้
ไม่ใช่เรื่องผิดหลักการแต่อย่างใด
แต่ประเด็นสำคัญที่ สังคมกำลังตั้งคำถาม กลับไม่ใช่เรื่อง “ทำได้หรือไม่ได้”
หากแต่อยู่ที่ “วิธีดำเนินการ” และ “ความโปร่งใส” มากกว่า
เพราะข้อมูลที่เริ่มสะท้อนออกมาคือ ประธานสมัชชาสุขภาพจังหวัดสมุทรปราการ ซึ่งอดีตเป็นข้าราชการครู และเคยเกี่ยวข้องกับแวดวงสหกรณ์ครูมาก่อน
กำลังเป็นผู้ขับเคลื่อนเรื่องนี้อย่างชัดเจน โดยอาศัยบทบาทส่วนตัวและเครือข่ายเดิมในการดำเนินกิจกรรม
ที่สำคัญ มีเสียงสะท้อนจากบางฝ่ายว่า การดำเนินการดังกล่าว ไม่ได้ผ่านกระบวนการประชุมร่วมของคณะกรรมการอย่างเป็นทางการ ไม่มีมติร่วมรองรับ และคณะกรรมการหลายคนแทบไม่ได้มีส่วนร่วมรับรู้
หากข้อเท็จจริงเป็นเช่นนั้น ย่อมกลายเป็นคำถามใน เชิงธรรมาภิบาล ทันทีว่า การใช้ชื่อ “สมัชชาสุขภาพจังหวัดสมุทรปราการ” เพื่อขับเคลื่อนวาระดังกล่าว เป็นมติขององค์กร หรือเป็นการขับเคลื่อนโดยบุคคลใดบุคคลหนึ่งกันแน่
เพราะโดยหลักของสมัชชาสุขภาพนั้น หัวใจสำคัญคือ “การมีส่วนร่วม” ไม่ใช่ “การใช้อำนาจนำโดยตัวบุคคล”
ยิ่งเมื่อมีข้อมูลการเชื่อมโยงของประธาน ทำให้บางฝ่ายตั้งข้อสังเกตุถึงความเชื่อมโยงกับบริบทเดิมในแวดวงสหกรณ์ครู
ก็ยิ่งทำให้สังคมตั้งข้อสังเกตถึงเรื่อง “ ความเหมาะสมของบทบาท ” มากขึ้น
วันนี้ ยังไม่ยังไม่ปรากฏการใช้งบประมาณของสมัชชาสุขภาพจังหวัดโดยตรงเพราะการเบิกจ่ายต้องผ่านกลไกคณะกรรมการ
แต่สิ่งที่ คณะกรรมการบางท่าน กับเครือข่ายภาคประชาสังคม จับตามอง คือการใช้ “ชื่อองค์กรสาธารณะ” และ “ความชอบธรรมของเวทีสมัชชา” ไปสนับสนุนวาระที่อาจเกี่ยวโยงกับเครือข่ายของตนเองหรือไม่
ยิ่งเมื่อย้อนกลับไปดูว่า งบประมาณที่ได้รับมานั้น เดิมมีเป้าหมายด้านสุขภาวะ สิ่งแวดล้อม และปัญหาสาธารณะในพื้นที่ เช่น มลภาวะ วัชพืช หรือปัญหาชุมชน แต่หลายเรื่องกลับยังไม่เห็นความคืบหน้าชัดเจน ขณะที่วาระ “หนี้ครู” ถูกผลักดันอย่างเข้มข้น ก็ย่อมทำให้เกิดคำถามตามมาว่า
วันนี้ “สมัชชาสุขภาพจังหวัด” กำลังสะท้อนปัญหาของคนทั้งจังหวัด หรือกำลังกลายเป็นเวทีของคนบางกลุ่มกันแน่
แน่นอนว่า การตั้งคำถาม ไม่ได้หมายความว่า มีใครผิดแล้วในเวลานี้
แค่บอกไว้ตรงนี้
ในสังคมประชาธิปไตย องค์กรที่ใช้ชื่อ “ภาคประชาชน” และ “สุขภาวะสาธารณะ” ยิ่งต้องถูกตรวจสอบได้มากกว่าปกติ
เพราะท้ายที่สุด สิ่งที่สังคมต้องการเห็น ไม่ใช่เพียงการพูดเรื่อง “สุขภาวะ”
แต่คือ “สุขภาวะที่ตั้งอยู่บนความโปร่งใส การมีส่วนร่วม และปราศจากผลประโยชน์ทับซ้อน”
มิฉะนั้น เวทีที่ควรเป็นของประชาชน ทั้งจังหวัด อาจค่อย ๆ ถูกตั้งคำถามว่า กลายเป็นเพียง
เครื่องมือทางเครือข่าย ของใครบางคนไปหรือไม่
ทั้งหมดทั้งมวลที่เขียนมานี้ มองด้วยความเป็นกลางและในนามมุมมองของสื่อ เพื่อตั้งข้อสังเกตเท่านั้น
อย่าหลงประเด็น !
เดลี่ไทม์





