ภาคประชาชนยื่นร่าง พ.ร.บ.ขยะแห่งชาติเข้าสภา สางวิกฤตขยะไทย ปลดล็อกอำนาจท้องถิ่น

ชงตั้งสำนักงานขยะแห่งชาติ - กองทุนขยะยั่งยืน ชูหลักผู้ก่อมลพิษต้องจ่าย แก้ปัญหาลักลอบทิ้งขยะ -ไฟไหม้บ่อขยะทั่วประเทศ

บรรณาธิการ 18 มิถุนายน 2569 107 ครั้ง
ภาคประชาชนยื่นร่าง พ.ร.บ.ขยะแห่งชาติเข้าสภา สางวิกฤตขยะไทย ปลดล็อกอำนาจท้องถิ่น

 ชงตั้งสำนักงานขยะแห่งชาติ - กองทุนขยะยั่งยืน ชูหลักผู้ก่อมลพิษต้องจ่าย แก้ปัญหาลักลอบทิ้งขยะ -ไฟไหม้บ่อขยะทั่วประเทศ


วันที่ 17 มิถุนายน 2569  ห้องแถลงข่าว ชั้น 1 อาคารรัฐสภา พล.ต.ต.วิชัย สังข์ประไพ ที่ปรึกษาประธานรัฐสภา เป็นผู้แทนรับร่างพระราชบัญญัติการบริหารจัดการขยะมูลฝอยอย่างยั่งยืน พ.ศ. .... จากนางสมพร มโนรัตน์ ประธานศูนย์พัฒนาการเมืองภาคพลเมือง สถาบันพระปกเกล้าจังหวัดอ่างทอง พร้อมเครือข่ายภาคพลเมืองจากหลายจังหวัดทั่วประเทศ ซึ่งร่วมกันเข้าชื่อเสนอร่างกฎหมายตามสิทธิที่รัฐธรรมนูญ


นางสมพร กล่าวว่า การเสนอร่างกฎหมายฉบับนี้เกิดจากความห่วงใยต่อวิกฤตปัญหาขยะมูลฝอยที่สะสมและทวีความรุนแรงขึ้นอย่างต่อเนื่อง แม้ภาครัฐจะใช้งบประมาณจำนวนมากในการแก้ไขปัญหา แต่ยังไม่สามารถลดปริมาณขยะหรือยกระดับประสิทธิภาพการจัดการได้อย่างเป็นรูปธรรม


ปัจจุบันประเทศไทยมีขยะมูลฝอยเฉลี่ยกว่า 26-27 ล้านตันต่อปี โดยมีการกำจัดอย่างถูกต้องเพียงบางส่วน ขณะที่ขยะจำนวนมากยังถูกกำจัดไม่ถูกวิธี ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม สุขภาพของประชาชน และคุณภาพชีวิตของชุมชนในหลายพื้นที่ทั่วประเทศ



ทั้งนี้ เครือข่ายศูนย์พัฒนาการเมืองภาคพลเมือง สถาบันพระปกเกล้า ได้ร่วมกันศึกษาปัญหาและยกร่างกฎหมายเป็นเวลากว่า 6 เดือน โดยเห็นว่ากฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการจัดการขยะในปัจจุบันยังมีความซ้ำซ้อน กระจัดกระจาย ท้องถิ่น สาธารสุข สิ่งแวดล้อม หลายหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ไม่สอดคล้องกับแนวคิดการพัฒนาที่ยั่งยืน อีกทั้งยังไม่เอื้อต่อการกระจายอำนาจให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น สามารถบริหารจัดการขยะได้อย่างมีประสิทธิภาพ


สำหรับสาระสำคัญของร่างพระราชบัญญัติฯ มีเป้าหมายหลัก 3 ประการ ได้แก่ การปรับปรุงกฎหมายให้สอดคล้องกับหลักสิทธิมนุษยชนด้านสิ่งแวดล้อมและแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน  การกระจายอำนาจให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมีบทบาทหลักในการบริหารจัดการขยะมูลฝอยในพื้นที่ และการสร้างกฎหมายที่มีเอกภาพ ลดความซ้ำซ้อนของหน่วยงาน พร้อมเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการขยะทั้งระบบ

นอกจากนี้ ร่างกฎหมายยังนำหลักการสากลมาปรับใช้ อาทิ หลักผู้ก่อมลพิษเป็นผู้จ่าย  หลักความรับผิดชอบที่เพิ่มขึ้นของผู้ผลิต รวมถึงการใช้เครื่องมือทางเศรษฐศาสตร์เพื่อจูงใจให้ทุกภาคส่วนร่วมลดปริมาณขยะและเพิ่มการนำทรัพยากรกลับมาใช้ประโยชน์


อีกหนึ่งสาระสำคัญ คือ การจัดตั้ง “สำนักงานบริหารจัดการขยะมูลฝอยแห่งชาติ” และ “กองทุนเพื่อการบริหารจัดการขยะมูลฝอยอย่างยั่งยืน” เพื่อเป็นกลไกกลางในการกำหนดนโยบาย สนับสนุนงบประมาณ และขับเคลื่อนการบริหารจัดการขยะอย่างครบวงจรทั่วประเทศ


ด้าน พล.ต.ต.วิชัย สังข์ประไพ กล่าวว่า ประธานรัฐสภาให้ความสำคัญกับปัญหาการจัดการขยะมูลฝอยเป็นอย่างมาก เนื่องจากเป็นปัญหาที่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อคุณภาพชีวิตของประชาชน สิ่งแวดล้อม และการพัฒนาประเทศ พร้อมชื่นชมภาคประชาชนที่ใช้สิทธิตามรัฐธรรมนูญเข้ามามีส่วนร่วมในการเสนอร่างกฎหมาย และยืนยันว่าจะนำเรื่องเข้าสู่กระบวนการพิจารณาตามขั้นตอนของรัฐสภาต่อไป


ขณะที่ ดร.วิโรจน์ เวทยาวงศ์ รองประธานศูนย์พัฒนาการเมืองภาคพลเมือง สถาบันพระปกเกล้าจังหวัดสมุทรปราการ กล่าวว่า หากร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ได้รับการพิจารณาและบังคับใช้อย่างจริงจัง เชื่อว่าจะเป็นเครื่องมือสำคัญในการแก้ไขปัญหาขยะของประเทศได้อย่างเป็นระบบและมีประสิทธิภาพมากขึ้น ปัจจุบันจังหวัดสมุทรปราการ กำลังเผชิญปัญหาด้านการจัดการขยะที่มีความซับซ้อนและส่งผลกระทบต่อประชาชนในหลายพื้นที่ มีขยะรอการกำจัดร่วม 3,000 ตันต่อวัน


ทั้งกรณีการลักลอบนำขยะอุตสาหกรรมและขยะอันตรายไปทิ้งในพื้นที่ต่าง ๆ การนำขยะไปทิ้งในที่ดินเอกชนโดยไม่ได้รับอนุญาต รวมถึงปัญหาไฟไหม้ในสถานที่กำจัดขยะ แหล่งแยก ซึ่งสร้างผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสุขภาพของประชาชนโดยตรง


“หากมีกฎหมายกลางที่กำหนดบทบาทหน้าที่ของทุกหน่วยงานอย่างชัดเจน มีระบบกำกับดูแล การบังคับใช้กฎหมาย และบทลงโทษที่มีประสิทธิภาพ จะช่วยให้การจัดการขยะของประเทศเป็นไปอย่างมีระเบียบมากขึ้น ลดช่องว่างในการบังคับใช้กฎหมาย และช่วยคลี่คลายปัญหาที่เกิดขึ้นในพื้นที่ต่าง ๆ ได้ดีกว่าที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน”

การยื่นร่างพระราชบัญญัติการบริหารจัดการขยะมูลฝอยอย่างยั่งยืนในครั้งนี้ ถือเป็นอีกก้าวสำคัญของภาคประชาชนในการผลักดันการปฏิรูประบบการจัดการขยะของประเทศ จากแนวคิดที่มุ่งเน้นเพียงการเก็บและกำจัดขยะ ไปสู่การบริหารจัดการทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพตามหลักการพัฒนาที่ยั่งยืน เพื่อสร้างสิ่งแวดล้อมที่ดีและคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นให้กับประชาชนในระยะยาว

แชร์: