ชะลอเสนอ ศธภ. ไม่ใช่จุดจบ...จุดเริ่มต้นของการตรวจสอบ
กรณีการชะลอเสนอรายชื่อผู้ได้รับการคัดเลือกให้ดำรงตำแหน่งศึกษาธิการภาค (ศธภ.) เพื่อเสนอคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 21 กรกฎาคม 2569 หลังมีกระแสข่าวว่าพบข้อกังขาเกี่ยวกับคุณสมบัติของผู้ได้รับการเสนอชื่อบางราย หากข้อเท็จจริงเป็นไปตามที่ปรากฏ เรื่องนี้ไม่ควรจบลงเพียงแค่การถอนวาระหรือเลื่อนการเสนอ แต่ควรเป็นจุดเริ่มต้นของการตรวจสอบกระบวนการทั้งหมดอย่างจริงจัง
เพราะการแต่งตั้งข้าราชการระดับสูง ไม่ใช่เรื่องของบุคคลใดบุคคลหนึ่ง แต่เป็นเรื่องของ "ระบบคุณธรรม" ที่ประชาชนคาดหวังว่าจะดำเนินไปอย่างโปร่งใส เป็นธรรม และตรวจสอบได้
คำถามสำคัญคือ ใครเป็นผู้ตรวจสอบคุณสมบัติของผู้ได้รับการคัดเลือก และได้ตรวจสอบอย่างครบถ้วนตามกฎหมาย ระเบียบ และหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้องหรือไม่ หากเกิดข้อผิดพลาดขึ้นจริง ความรับผิดชอบย่อมไม่ควรตกอยู่เพียงที่การถอนเรื่อง แต่ต้องมีการตรวจสอบว่าความผิดพลาดเกิดขึ้นในขั้นตอนใด และเกิดจากสาเหตุใด
อีกประเด็นที่สังคมควรได้รับคำตอบ คือ กระบวนการสรรหาและการสัมภาษณ์ ได้พิจารณาจากข้อมูลที่ถูกต้องครบถ้วนหรือไม่ คณะกรรมการใช้ดุลพินิจบนพื้นฐานของหลักคุณธรรม ความโปร่งใส ความเสมอภาค และความสามารถของผู้สมัครตามที่กฎหมายกำหนดหรือไม่
นอกจากนี้ ขั้นตอนการกลั่นกรองก่อนเสนอเข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรี ก็เป็นอีกจุดหนึ่งที่ต้องมีคำอธิบายอย่างชัดเจนว่า ได้มีการตรวจสอบเอกสาร หลักฐาน และคุณสมบัติของผู้ได้รับการเสนอชื่อครบถ้วนแล้วหรือไม่ เพราะหากการตรวจสอบทำได้รอบคอบตั้งแต่ต้น ปัญหาย่อมไม่ควรไปปรากฏในช่วงสุดท้ายของกระบวนการ
หากผลการตรวจสอบพบว่า มีการละเลยหน้าที่ ความประมาท หรือการดำเนินการที่ไม่เป็นไปตามกฎหมายและระเบียบ ก็ควรมีการพิจารณาความรับผิดชอบของผู้เกี่ยวข้องตามข้อเท็จจริงและตามกฎหมาย โดยไม่เลือกปฏิบัติ
สิ่งที่สังคมต้องการไม่ใช่เพียงการถอนวาระหรือเลื่อนการพิจารณา แต่ต้องการคำอธิบายที่ชัดเจน ต้องการความจริง และต้องการเห็นว่าระบบราชการสามารถตรวจสอบตัวเองได้
ความเชื่อมั่นของประชาชนจะเกิดขึ้นได้ ก็ต่อเมื่อทุกขั้นตอนของการบริหารงานบุคคลสามารถอธิบายได้ โปร่งใส และพร้อมรับการตรวจสอบ
หากกระทรวงศึกษาธิการสามารถเปิดเผยข้อเท็จจริง ตรวจสอบกระบวนการอย่างตรงไปตรงมา และดำเนินการตามกฎหมายกับทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องเมื่อพบข้อบกพร่อง ก็จะเป็นการยืนยันว่าระบบคุณธรรชะลอเสนอ ศธภ. ไม่ใช่จุดจบ...แต่คือจุดเริ่มต้นของการตรวจสอบ
กรณีการชะลอเสนอรายชื่อผู้ได้รับการคัดเลือกให้ดำรงตำแหน่งศึกษาธิการภาค (ศธภ.) เพื่อเสนอคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 21 กรกฎาคม 2569 หลังมีกระแสข่าวว่าพบข้อกังขาเกี่ยวกับคุณสมบัติของผู้ได้รับการเสนอชื่อบางราย หากข้อเท็จจริงเป็นไปตามที่ปรากฏ เรื่องนี้ไม่ควรจบลงเพียงแค่การถอนวาระหรือเลื่อนการเสนอ แต่ควรเป็นจุดเริ่มต้นของการตรวจสอบกระบวนการทั้งหมดอย่างจริงจัง
เพราะการแต่งตั้งข้าราชการระดับสูง ไม่ใช่เรื่องของบุคคลใดบุคคลหนึ่ง แต่เป็นเรื่องของ "ระบบคุณธรรม" ที่ประชาชนคาดหวังว่าจะดำเนินไปอย่างโปร่งใส เป็นธรรม และตรวจสอบได้
ที่สำคัญคือ ใครเป็นผู้ตรวจสอบคุณสมบัติของผู้ได้รับการคัดเลือก และได้ตรวจสอบอย่างครบถ้วนตามกฎหมาย ระเบียบ และหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้องหรือไม่ หากเกิดข้อผิดพลาดขึ้นจริง ความรับผิดชอบย่อมไม่ควรตกอยู่เพียงที่การถอนเรื่อง แต่ต้องมีการตรวจสอบว่าความผิดพลาดเกิดขึ้นในขั้นตอนใด และเกิดจากสาเหตุใด
อีกประเด็นที่สังคมควรได้รับคำตอบ คือ กระบวนการสรรหาและการสัมภาษณ์ ได้พิจารณาจากข้อมูลที่ถูกต้องครบถ้วนหรือไม่ คณะกรรมการใช้ดุลพินิจบนพื้นฐานของหลักคุณธรรม ความโปร่งใส ความเสมอภาค และความสามารถของผู้สมัครตามที่กฎหมายกำหนดหรือไม่
นอกจากนี้ ขั้นตอนการกลั่นกรองก่อนเสนอเข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรี ก็เป็นอีกจุดหนึ่งที่ต้องมีคำอธิบายอย่างชัดเจนว่า ได้มีการตรวจสอบเอกสาร หลักฐาน และคุณสมบัติของผู้ได้รับการเสนอชื่อครบถ้วนแล้วหรือไม่ เพราะหากการตรวจสอบทำได้รอบคอบตั้งแต่ต้น ปัญหาย่อมไม่ควรไปปรากฏในช่วงสุดท้ายของกระบวนการ
หากผลการตรวจสอบพบว่า มีการละเลยหน้าที่ ความประมาท หรือการดำเนินการที่ไม่เป็นไปตามกฎหมายและระเบียบ ก็ควรมีการพิจารณาความรับผิดชอบของผู้เกี่ยวข้องตามข้อเท็จจริงและตามกฎหมาย โดยไม่เลือกปฏิบัติ
สิ่งที่สังคมต้องการไม่ใช่เพียงการถอนวาระหรือเลื่อนการพิจารณา แต่ต้องการคำอธิบายที่ชัดเจน ต้องการความจริง และต้องการเห็นว่าระบบราชการสามารถตรวจสอบตัวเองได้
ความเชื่อมั่นของประชาชนจะเกิดขึ้นได้ ก็ต่อเมื่อทุกขั้นตอนของการบริหารงานบุคคลสามารถอธิบายได้ โปร่งใส และพร้อมรับการตรวจสอบ
หากกระทรวงศึกษาธิการสามารถเปิดเผยข้อเท็จจริง ตรวจสอบกระบวนการอย่างตรงไปตรงมา และดำเนินการตามกฎหมายกับทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องเมื่อพบข้อบกพร่อง ก็จะเป็นการยืนยันว่าระบบคุณธรรมไม่ได้มีไว้เพียงเป็นหลักการบนกระดาษ แต่เป็นหลักปฏิบัติที่ใช้ได้จริงกับทุกคนอย่างเสมอภาค
สมโภชน์ สุทธิปัญญา
ที่ปรึกษากฎหมายสมาคมผู้บริหารการศึกษาขั้นพื้นฐาน (แห่งประเทศไทย)