เศรษฐกิจ

Daily Times Online ส.อ.ท. จับมือมูลนิธิสถาบันพลังงานทางเลือกฯ เดินหน้าผลักดันพลังงานชีวภาพ หนุนอุตสาหกรรมไทยสู่เศรษฐกิจสีเขียวและเป้าหมาย Net Zero สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เดินหน้า

ส.อ.ท. จับมือมูลนิธิสถาบันพลังงานทางเลือกฯ เดินหน้าผลักดันพลังงานชีวภาพ หนุนอุตสาหกรรมไทยสู่เศรษฐกิจสีเขียวและเป้าหมาย Net Zero

บรรณาธิการ 13 กรกฎาคม 2569 30 ครั้ง
Daily Times Online    ส.อ.ท. จับมือมูลนิธิสถาบันพลังงานทางเลือกฯ เดินหน้าผลักดันพลังงานชีวภาพ หนุนอุตสาหกรรมไทยสู่เศรษฐกิจสีเขียวและเป้าหมาย Net Zero      สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เดินหน้า
     ส.อ.ท. จับมือมูลนิธิสถาบันพลังงานทางเลือกฯ เดินหน้าผลักดันพลังงานชีวภาพ หนุนอุตสาหกรรมไทยสู่เศรษฐกิจสีเขียวและเป้าหมาย Net Zero
     สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เดินหน้าขับเคลื่อนเศรษฐกิจสีเขียวและการใช้พลังงานสะอาด โดย นางพิมพ์ใจ ลี้อิสสระนุกูล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย พร้อมด้วย นายมงคล เฮงโรจนโสภณ รองประธาน ส.อ.ท. และประธานสถาบันพลังงานเพื่ออุตสาหกรรม ให้การต้อนรับคณะผู้บริหารจากมูลนิธิสถาบันพลังงานทางเลือกแห่งประเทศไทย 
     นำโดย นายสุเมฆ ปัณฑรานุวงศ์ ประธานมูลนิธิสถาบันพลังงานทางเลือกแห่งประเทศไทย ณ ห้อง 1011 PEP Healthy, Tasty สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย เพื่อหารือแนวทางความร่วมมือในการผลักดันการใช้พลังงานชีวภาพและยกระดับอุตสาหกรรมไทยสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน
     โอกาสนี้ คณะผู้บริหารมูลนิธิสถาบันพลังงานทางเลือกแห่งประเทศไทยได้ร่วมแสดงความยินดีกับนางพิมพ์ใจ ลี้อิสสระนุกูล ในโอกาสเข้ารับตำแหน่งประธาน ส.อ.ท. วาระปี 2569–2571 พร้อมหารือแนวทางขับเคลื่อนอุตสาหกรรมไทยด้วยพลังงานทางเลือก โดยมุ่งผลักดัน พลังงานชีวมวล (Biomass) และ เอทานอล (Ethanol) ให้เป็นกลไกสำคัญในการเชื่อมโยงภาคพลังงาน ภาคอุตสาหกรรม และภาคเกษตร เพื่อสนับสนุนการพัฒนา Green Logistics และขับเคลื่อนประเทศสู่สังคมคาร์บอนต่ำ อันเป็นส่วนสำคัญในการบรรลุเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero)
     ที่ประชุมได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับบทบาทของพลังงานชีวมวลในการเสริมความมั่นคงด้านพลังงานในฐานะ Renewable Firm Energy รวมถึงการผลักดันเอทานอลให้เป็น Strategic Fuel ในช่วงเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน โดยหารือถึงการส่งเสริมการใช้เชื้อเพลิงชีวภาพ ทั้ง E20, Biodiesel และเชื้อเพลิงอากาศยานยั่งยืน (SAF) ซึ่งประเทศไทยมีศักยภาพในการผลิตภายในประเทศ สามารถลดการนำเข้าพลังงาน เพิ่มการพึ่งพาตนเอง สร้างรายได้ให้ภาคเกษตร และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของภาคอุตสาหกรรม ควบคู่กับการดูแลสิ่งแวดล้อม
     นอกจากนี้ ทั้งสองฝ่ายยังเห็นพ้องถึงความสำคัญของการสร้างความรู้และความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับการใช้พลังงานชีวภาพ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นในประสิทธิภาพของเชื้อเพลิงชีวภาพที่สามารถทดแทนเชื้อเพลิงฟอสซิลได้อย่างมีประสิทธิผล อันจะช่วยกระตุ้นความต้องการใช้ภายในประเทศ (Demand Driven) และเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญในการพัฒนาอุตสาหกรรมพลังงานชีวภาพของไทยให้เติบโตอย่างมั่นคง พร้อมยกระดับเศรษฐกิจสีเขียวและการพัฒนาที่ยั่งยืนของประเทศในระยะยาว

แชร์:

ข่าวที่เกี่ยวข้อง