Daily Times Online ศุลกากรสุไหงโก-ลก ผนึกกำลังสกัดโคคาอีนผสมเคตามีนซุกเครื่องแกง มูลค่าทะลุกว่า 39 ล้านบาท ณ ด่านพรมแดนขาเข้า
ด่านศุลกากรสุไหงโก-ลก ผนึกกำลังสกัดโคคาอีนผสมเคตามีนซุกเครื่องแกง มูลค่าทะลุกว่า 39 ล้านบาท ณ ด่านพรมแดนขาเข้า
ฉบับที่ 1/2569 ด่านศุลกากรไหงโก-ลก วันที่ 29 สิงหาคม 2569 ด่านศุลกากรสุไหงโก-ลก ผนึกกำลังสกัดโคคาอีนผสมเคตามีนซุกเครื่องแกง มูลค่าทะลุกว่า 39 ล้านบาท ณ ด่านพรมแดนขาเข้า

กรมศุลกากรเดินหน้ายุทธศาสตร์ Social Protector ผนึกกำลังทหาร ตำรวจ ฝ่ายปกครอง และ ตม. รวบหญิงไทยลักลอบซุกยาเสพติดให้โทษประเภท 2 (โคคาอีน) ผสมวัตถุออกฤทธิ์ประเภท 2 (เคตามีน)
น้ำหนักรวม 13 กิโลกรัม อำพรางมาในกระเป๋าสัมภาระเครื่องแกงผ่านด่านพรมแดนสุไหงโก-ลก เร่งขยายผล
ถึงผู้ร่วมขบวนการ

ภายใต้นโยบายเร่งด่วนของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ที่ได้กำหนดให้
การป้องกันและปราบปรามยาเสพติดเป็นวาระสำคัญของประเทศ โดยมอบหมายให้กรมศุลกากรบูรณาการ
ความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง ในการยกระดับการสกัดกั้นยาเสพติดตั้งแต่ต้นทาง ชายแดน และด่านศุลกากร เพื่อปกป้องประชาชนและสร้างความมั่นคงให้กับประเทศ โดยเน้นการบูรณาการ ความร่วมมือของทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ไม่ให้ประเทศไทยเป็นทางผ่านของการนำเข้าและส่งออกยาเสพติด

โดยนายพันธ์ทอง ลอยกุลนันท์ อธิบดีกรมศุลกากร นายยุทธนา พูลพิพัฒน์ รักษาการในตำแหน่งที่ปรึกษาด้านการพัฒนาและการบริหารการจัดเก็บภาษี และนายพิชยา เจริญสันต์ ผู้อำนวยการสำนักงานศุลกากรภาคที่ 4
ที่มุ่งเน้นบทบาทการเป็น Social Protector เพื่อคุ้มครองสังคมและความมั่นคงของประเทศ พร้อมยกระดับการเฝ้าระวังและปราบปรามการลักลอบนำเข้าสินค้าผิดกฎหมายอย่างจริงจัง เพื่อปกป้องผลประโยชน์ของรัฐ ตลอดจนสุขภาพและความปลอดภัยของประชาชน

ประกอบกับนโยบายของ นายบุญช่วย หอมยามเย็น ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส ในฐานะประธานกรรมการศูนย์สั่งการชายแดนไทยกับประเทศเพื่อนบ้านด้านมาเลเซีย จังหวัดนราธิวาส ที่ได้สั่งการให้ทุกหน่วยงานบูรณาการร่วมกันเพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยคุกคามที่กระทบต่อความมั่นคงตามแนวชายแดน ตามข้อสั่งการของศูนย์บูรณาการด้านความมั่นคงชายแดน (ศบค.ชด.)

ล่าสุด เมื่อวันพุธที่ 19 สิงหาคม 2569 เวลาประมาณ 05.30 น. นายอาทิตย์ ไชยภักดิ์ นายด่านศุลกากร
สุไหงโก-ลก ได้มอบหมายให้ นายกิตติพงศ์ สัจจะธีระกุล ผู้อำนวยการส่วนบริการศุลกากร รักษาการในตำแหน่งผู้อำนวยการส่วนควบคุมทางศุลกากร ดำเนินการตามนโยบายอย่างเคร่งครัด โดยสนธิกำลังร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจกองบังคับการสืบสวนสอบสวนจังหวัดชายแดนภาคใต้ สถานีตำรวจภูธรสุไหงโก-ลก ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดนราธิวาส เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองอำเภอสุไหงโก-ลก และเจ้าหน้าที่ทหารกองบังคับการควบคุมสุริโยทัย เข้าปฏิบัติการตรวจสอบเข้มงวด ณ บริเวณด่านพรมแดนสุไหงโก-ลก (ขาเข้า)

ผลการปฏิบัติงาน เจ้าหน้าที่ประจำงานพรมแดนสุไหงโก-ลก ณ ช่องตรวจยานพาหนะขาเข้า ได้เรียกตรวจสอบรถจักรยานยนต์รับจ้าง และพบกระเป๋าสัมภาระผู้โดยสารต้องสงสัย จึงได้นำเข้าสู่กระบวนการตรวจสอบผ่านเครื่อง X-ray ปรากฏภาพเอกซเรย์มีลักษณะเป็นสีเข้มทึบแสงอัดแน่นตรงกลางและมีน้ำหนักมากผิดปกติ เจ้าหน้าที่จึงเชิญตัวผู้เดินทางหญิงชาวไทย ซึ่งเป็นเจ้าของกระเป๋าสัมภาระดังกล่าวจำนวน 2 ใบ มาขอเปิดตรวจต่อหน้า

จากการตรวจสอบภายในกระเป๋าพบว่าเป็นพริกแห้งและเครื่องแกง แต่บริเวณตรงกลางของห่อมีลักษณะหนาผิดปกติ เจ้าหน้าที่จึงใช้มีดกรีดสำรวจพบห่อพลาสติกสีขาวภายใน เมื่อแกะดูพบเป็นก้อนผงสีขาวอัดแน่น จึงได้นำชุดน้ำยาตรวจสารเสพติดของ ปปส. (MARQUIS REAGENT ONCB 051) มาทดสอบเบื้องต้น ปรากฏว่าน้ำยาเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาล พร้อมทั้งนำส่งตรวจพิสูจน์อย่างเป็นทางการที่ศูนย์พิสูจน์หลักฐานจังหวัดนราธิวาส
ผลการตรวจสอบยืนยันว่าเป็นยาเสพติดให้โทษในประเภท 2 (โคคาอีน) ผสมกับวัตถุออกฤทธิ์ในประเภท 2 (เคตามีน) จำนวนรวม 13 ก้อน น้ำหนักรวม 13 กิโลกรัม มูลค่าความเสียหายและมูลค่าในท้องตลาดรวมกว่า 39 ล้านบาท
การกระทำดังกล่าวเป็นความผิดฐานนำเข้ามาในราชอาณาจักรซึ่งของที่มิได้ผ่านพิธีการศุลกากร
ตามพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ. 2560 ประมวลกฎหมายยาเสพติด และกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง เจ้าหน้าที่จึงได้ควบคุมตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลาง ส่งพนักงานสอบสวนและบูรณาการร่วมกับหน่วยงานยาเสพติดในพื้นที่จังหวัดนราธิวาส ซึ่งขณะนี้กำลังเร่งขยายผลกวาดล้างเครือข่ายขบวนการค้ายาเสพติดข้ามชาติรายนี้ต่อไป