เศรษฐกิจ

ครม. “มีมติเห็นชอบอนุมัติ” ให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยกรมชลประทาน ดำเนินโครงการ ภายในกรอบวงเงิน 95,000 ล้านบาท

ครม.อนุมัติ 15 ก.ย. 69 บิ๊กโปรเจกต์ชลประทาน 95,000 ล้าน เดินหน้า 6 ปี แก้น้ำท่วม–น้ำแล้ง 8 จังหวัด สมุทรปราการอยู่ในระยะแรก ขุดขยาย “คลองพระองค์เจ้าไชยานุชิต–คลองสำโรง–คลองด่าน” เร่งระบายน้ำลงอ่าวไทย

บรรณาธิการ 17 กันยายน 2569 11 ครั้ง
ครม. “มีมติเห็นชอบอนุมัติ” ให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยกรมชลประทาน ดำเนินโครงการ ภายในกรอบวงเงิน 95,000 ล้านบาท

ครม.อนุมัติ 15 ก.ย. 69 บิ๊กโปรเจกต์ชลประทาน 95,000 ล้าน เดินหน้า 6 ปี แก้น้ำท่วม–น้ำแล้ง 8 จังหวัด สมุทรปราการอยู่ในระยะแรก ขุดขยาย “คลองพระองค์เจ้าไชยานุชิต–คลองสำโรง–คลองด่าน” เร่งระบายน้ำลงอ่าวไทย

เมื่อวันที่ 15 กันยายน 2569 ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบอนุมัติให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยกรมชลประทาน ดำเนิน “โครงการปรับปรุงระบบชลประทานเจ้าพระยาฝั่งตะวันออกตอนล่าง” ภายใต้กรอบวงเงินรวม 95,000 ล้านบาท กำหนดระยะเวลาดำเนินการ 6 ปี ตั้งแต่ปีงบประมาณ 2570–2575

ร้อยเอกหญิงภัทร์ดารัสมิ์ ทองสลวยกร รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงภายหลังการประชุม ครม.ว่า โครงการดังกล่าวมีเป้าหมายเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการน้ำหลาก แก้ไขปัญหาน้ำท่วมซ้ำซาก และเพิ่มปริมาณน้ำสำรองสำหรับใช้ในช่วงฤดูแล้งในพื้นที่ลุ่มน้ำเจ้าพระยาฝั่งตะวันออก

กรอบวงเงินรวม 95,000 ล้านบาท แบ่งแหล่งเงินออกเป็น 2 ส่วน ได้แก่

เงินกู้จำนวน 76,507.29 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 80.53

เงินงบประมาณรายจ่ายประจำปีจำนวน 18,492.71 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 19.47

การก่อสร้างแบ่งออกเป็น 2 ระยะ เพื่อบริหารสถานะทางการคลังและลดความเสี่ยงด้านที่ดิน

ระยะที่ 1 กรอบวงเงิน 40,507 ล้านบาท จะเร่งก่อสร้างและขุดขยายคลองในแนวเหนือ–ใต้ เพื่อเพิ่มทางระบายน้ำลงสู่อ่าวไทยโดยตรง ประกอบด้วย คลองระพีพัฒน์ คลองระพีพัฒน์แยกใต้ คลอง 13 คลองนครเนื่องเขต คลองพระองค์เจ้าไชยานุชิต คลองสำโรง และคลองด่าน

ระบุว่า คลองที่กำหนดไว้ในระยะแรกเป็นพื้นที่ที่มีความพร้อมและไม่มีปัญหาการรุกล้ำ จึงสามารถเร่งดำเนินการได้ก่อน

ระยะที่ 2 กรอบวงเงิน 54,493 ล้านบาท จะดำเนินการก่อสร้างและปรับปรุงระบบชลประทานในส่วนที่เหลือตามลำดับ

โครงการทั้งหมดครอบคลุมโครงข่ายคลองชลประทานหลัก 22 สาย ระยะทางรวมประมาณ 460 กิโลเมตร และอาคารบังคับน้ำ 23 แห่ง ครอบคลุมพื้นที่ 8 จังหวัด ได้แก่ สระบุรี พระนครศรีอยุธยา นครนายก ปทุมธานี นนทบุรี สมุทรปราการ ฉะเชิงเทรา และกรุงเทพมหานคร

เมื่อโครงการแล้วเสร็จ จะเพิ่มความสามารถในการรับน้ำเข้าสู่คลองระพีพัฒน์ จากเดิมประมาณ 210 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที เป็นประมาณ 400 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที และเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำลงสู่อ่าวไทยผ่านคลองชายทะเลเป็นประมาณ 144 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที

รัฐบาลคาดว่าโครงการจะช่วยลดความเสียหายจากอุทกภัยได้เฉลี่ยประมาณ 10,000 ล้านบาทต่อปี ป้องกันน้ำท่วมพื้นที่ชุมชนและเขตเศรษฐกิจสำคัญกว่า 258,000 ไร่ พร้อมเพิ่มปริมาณน้ำกักเก็บสำหรับการอุปโภคและบริโภคในฤดูแล้งได้มากกว่า 17 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อปี

สำหรับจังหวัดสมุทรปราการ คลองพระองค์เจ้าไชยานุชิต คลองสำโรง และคลองด่าน ถูกบรรจุอยู่ในแผนการก่อสร้างระยะแรก ถือเป็นเส้นทางสำคัญในการรับน้ำจากพื้นที่ตอนบนและเร่งระบายน้ำออกสู่อ่าวไทย

อย่างไรก็ตาม ประชาชนในพื้นที่ต้องติดตามต่อไป คือ กรมชลประทานจะเริ่มดำเนินงานบริเวณใดก่อน รูปแบบการขุดขยายคลองและก่อสร้างอาคารชลประทานจะเป็นอย่างไร รวมถึงผลกระทบต่อบ้านเรือน ที่ดิน การสัญจร และสิ่งแวดล้อมของชุมชนริมคลอง

แชร์:

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Daily Times Online “Air to Food“เมื่ออากาศกลายเป็นมื้ออาหาร มหัศจรรย์แห่งไบโอเทคโนโลยี สู่ฮับอาหารแห่งอนาคตของไทย“ ในมุมมองของ”อลงกรณ์-เอฟเคไอไอ“

Daily Times Online “Air to Food“เมื่ออากาศกลายเป็นมื้ออาหาร มหัศจรรย์แห่งไบโอเทคโนโลยี สู่ฮับอาหารแห่งอนาคตของไทย“ ในมุมมองของ”อลงกรณ์-เอฟเคไอไอ“

“Air to Food“เมื่ออากาศกลายเป็นมื้ออาหาร มหัศจรรย์แห่งไบโอเทคโนโลยี สู่ฮับอาหารแห่งอนาคตของไทย“ ในมุ...