ตร.แจงปม จับ “อัจฉริยะ” สอบคดีพนันทายผลมวย
ตำรวจตั้งคณะพนักงานสืบสวนสอบสวนขยายผลเครือข่ายพนันทายผลชกมวย หลังพบเส้นเงินเกี่ยวข้องกับวงพนันกว่า 1,000 ล้านบาท ก่อนขอศาลออกหมายจับ “อัจฉริยะ” ปมบัญชีชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรมมีเงินหมุนเวียน 168 ล้านบาท เบื้องต้นแจ้ง 4 ข้อหา เจ้าตัวให้การปฏิเสธ
บรรณาธิการ
4 ตุลาคม 2569
20 ครั้ง
พบเส้นเงินบัญชีชมรมฯ หมุนเวียน 168 ล้าน เจ้าตัวปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา
ตำรวจตั้งคณะพนักงานสืบสวนสอบสวนขยายผลเครือข่ายพนันทายผลชกมวย หลังพบเส้นเงินเกี่ยวข้องกับวงพนันกว่า 1,000 ล้านบาท ก่อนขอศาลออกหมายจับ “อัจฉริยะ” ปมบัญชีชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรมมีเงินหมุนเวียน 168 ล้านบาท เบื้องต้นแจ้ง 4 ข้อหา เจ้าตัวให้การปฏิเสธ
พล.ต.ต.ศิริวัฒน์ ดีพอ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า ตร.จับ “อัจฉริยะ”ครั้งนี้ โดยที่ทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติตั้งคณะพนักงานสืบสวนสอบสวน มี พล.ต.อ.อิทธิพล อัจฉริยะประดิษฐ์ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เป็นหัวหน้าคณะ พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เป็นรองหัวหน้าคณะ และส่วนตนร่วมเป็นพนักงานสืบสวนสอบสวนในคดีนี้ด้วย
คดีเริ่มจากเมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ตำรวจ สน.บึงกุ่มจับกุมผู้จัดให้มีการเล่นพนันทายผลชกมวย 4 ราย ก่อนสืบสวนขยายผล และเมื่อเดือนกรกฎาคม ตำรวจไซเบอร์เปิดปฏิบัติการจับกุมผู้ต้องหาเพิ่มอีก 6 ราย ซึ่งตำรวจระบุว่าอยู่ในเครือข่ายเดียวกัน คือเครือข่าย “พักยกวาไรตี้” ทายผลมวย
จากการตรวจสอบเส้นทางการเงิน ตำรวจพบยอดเงินที่เกี่ยวข้องกับวงพนันกว่า 1,000 ล้านบาท จึงเสนอให้ตั้งคณะพนักงานสืบสวนสอบสวนของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อตรวจสอบต่อ โดยพบว่าบัญชีของชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม ซึ่งนายอัจฉริยะเป็นผู้มีอำนาจสั่งจ่ายเพียงผู้เดียว มีเส้นเงินเกี่ยวข้องกับเว็บพนัน และมีการกล่าวหาว่าบัญชีดังกล่าวถูกใช้เล่นพนันด้วย
พล.ต.ต.ศิริวัฒน์ระบุว่า บัญชีชมรมฯ มีเงินหมุนเวียนตั้งแต่เปิดบัญชีประมาณ 168 ล้านบาท ส่วนบัญชีส่วนตัวมีเงินหมุนเวียนประมาณ 190 ล้านบาท ซึ่งตำรวจจะตรวจสอบรายละเอียดเพิ่มเติม ก่อนนำพยานหลักฐานไปขอศาลออกหมายจับนายอัจฉริยะ โดยเจ้าหน้าที่จับกุมได้ในพื้นที่ สภ.กระทุ่มแบน
ในชั้นจับกุม นายอัจฉริยะให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา และมีพยานให้ข้อมูลว่าโอนเงินเข้าบัญชีชมรมฯ เพราะต้องการบริจาคเพื่อช่วยเหลือผู้ได้รับความเดือดร้อนจากอาชญากรรม แต่ภายหลังทราบว่าเงินบริจาคถูกนำไปเล่นพนัน ตำรวจระบุว่าข้อมูลดังกล่าวอยู่ในสำนวนและจะต้องสอบสวนต่อไป
เบื้องต้นตำรวจแจ้งข้อหา 4 ข้อหา ได้แก่ ฉ้อโกงประชาชน, นำเข้าข้อมูลอันเป็นเท็จเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์จนทำให้ประชาชนได้รับความเสียหาย, ฟอกเงิน และลักลอบเล่นพนันทายผลชกมวย ทั้งนี้ ขณะนี้ยังไม่มีการตรวจค้น และผู้ต้องหายังถือเป็นผู้บริสุทธิ์จนกว่าศาลจะมีคำพิพากษาถึงที่สุด
รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติยืนยันว่า การดำเนินคดีเป็นไปตามพยานหลักฐาน ไม่มีการกลั่นแกล้ง และตำรวจจะให้ความเป็นธรรมทุกฝ่าย พร้อมระบุว่าสำนักงานตำรวจแห่งชาติจะชี้แจงความคืบหน้าคดีต่อไป เนื่องจากเป็นคดีที่ประชาชนให้ความสนใจอย่างมาก