อคม.เขต 6 ระยอง ติดตามมาตรฐาน 5 โรงพยาบาล ยกระดับรักษาหลอดเลือดหัวใจผ่านสายสวน
อคม. ตรวจความพร้อมบุคลากร–ห้องสวนหัวใจ–ระบบฉุกเฉิน พร้อมติดตามเวลาเปิดหลอดเลือด อัตราแทรกซ้อนและการเสียชีวิต เพื่อให้ผู้ป่วยบัตรทองได้รับบริการที่ปลอดภัยตามมาตรฐาน
อคม. ตรวจความพร้อมบุคลากร–ห้องสวนหัวใจ–ระบบฉุกเฉิน พร้อมติดตามเวลาเปิดหลอดเลือด อัตราแทรกซ้อนและการเสียชีวิต เพื่อให้ผู้ป่วยบัตรทองได้รับบริการที่ปลอดภัยตามมาตรฐาน
เมื่อวันที่ 18 และ 21 กันยายน 2569 คณะอนุกรรมการควบคุมคุณภาพและมาตรฐานบริการสาธารณสุข เขต 6 ระยอง หรือ อคม.เขต 6 ระยอง ร่วมกับคณะกรรมการพัฒนาระบบบริการสุขภาพ หรือ Service Plan สาขาหัวใจ เขตสุขภาพที่ 6 จัดประชุมกำกับติดตามคุณภาพและมาตรฐานของหน่วยบริการที่ขึ้นทะเบียนเป็นหน่วยบริการรับส่งต่อ สำหรับการรักษาโรคหลอดเลือดโคโรนารีผ่านสายสวน ในระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ
การติดตามครั้งนี้ครอบคลุมหน่วยบริการจำนวน 5 แห่ง ได้แก่ โรงพยาบาลชลบุรี โรงพยาบาลพระปกเกล้า โรงพยาบาลสมเด็จพระบรมราชเทวี ณ ศรีราชา โรงพยาบาลสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ และโรงพยาบาลพญาไทศรีราชา

โดยมี นายแพทย์ประสิทธิ์ ทองสดายุ ผู้ทรงคุณวุฒิจากราชวิทยาลัยเฉพาะทางศัลยกรรม และรองประธาน อคม.เขต 6 ระยอง เป็นประธานการประชุม พร้อมรับฟังการนำเสนอผลการดำเนินงานของแต่ละหน่วยบริการ ในการรักษาโรคหลอดเลือดโคโรนารีผ่านสายสวน หรือ Percutaneous Coronary Intervention: PCI ตามเกณฑ์มาตรฐานของ สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ( สปสช.)
การกำกับติดตามครอบคลุมมาตรฐานสำคัญ 4 มิติ ประกอบด้วย
มิติแรก มาตรฐานด้านโครงสร้างและอัตรากำลัง โดยตรวจสอบความพร้อมของบุคลากรเฉพาะทาง ทั้งอายุรแพทย์โรคหัวใจอนุสาขาหัตถการปฏิบัติรักษาผ่านสายสวน พยาบาลวิชาชีพที่ผ่านการอบรมปฏิบัติงานในห้องสวนหัวใจ รวมถึงนักรังสีการแพทย์หรือเจ้าพนักงานรังสีการแพทย์
นอกจากนี้ ยังติดตามความพร้อมของระบบสนับสนุนกรณีฉุกเฉิน เช่น ระบบส่งต่อผู้ป่วย ศัลยแพทย์ทรวงอกและหัวใจสำหรับรองรับกรณีเกิดภาวะแทรกซ้อนรุนแรงและจำเป็นต้องผ่าตัดหลอดเลือดหัวใจฉุกเฉิน ตลอดจนความพร้อมของธนาคารเลือด ห้องผู้ป่วยวิกฤต หรือ ICU และห้องผู้ป่วยโรคหัวใจวิกฤต หรือ CCU
ส่วนเครื่องมือและสถานที่ ต้องมีความพร้อมทั้งเครื่องเอกซเรย์สำหรับตรวจสวนหัวใจและหลอดเลือด เครื่องกระตุกหัวใจ เครื่องควบคุมการให้สารน้ำ ระบบไฟฟ้าสำรองฉุกเฉิน รวมถึงมาตรการควบคุมการติดเชื้อและการป้องกันอันตรายจากรังสี
มิติที่สอง มาตรฐานกระบวนการดูแลผู้ป่วย ครอบคลุมตั้งแต่ระยะก่อนทำหัตถการ ระหว่างทำหัตถการ และภายหลังทำหัตถการ เพื่อให้ผู้ป่วยได้รับการดูแลอย่างต่อเนื่องและปลอดภัย
มิติที่สาม ตัวชี้วัดคุณภาพทางคลินิกและผลลัพธ์การรักษา ได้แก่ ระยะเวลาตั้งแต่ผู้ป่วยมาถึงโรงพยาบาลจนสามารถเปิดหลอดเลือดหัวใจได้ หรือ Door-to-Balloon Time อัตราการเกิดภาวะแทรกซ้อนรุนแรง และอัตราการเสียชีวิตระหว่างรักษาในโรงพยาบาล
มิติที่สี่ กลไกการกำกับติดตามและตรวจสอบ โดยหน่วยบริการต้องมีการทบทวนเวชระเบียนอย่างเป็นระบบ รวมทั้งประชุมทบทวนกรณีผู้ป่วยเสียชีวิตและเกิดภาวะแทรกซ้อน หรือ Morbidity and Mortality Conference เป็นประจำทุกเดือน เพื่อนำปัญหาและข้อเสนอแนะมาปรับปรุงคุณภาพบริการอย่างต่อเนื่อง
การประชุมกำกับติดตามครั้งนี้ มีเป้าหมายเพื่อให้หน่วยบริการทั้ง 5 แห่ง รักษาคุณภาพและมาตรฐานการดูแลผู้ป่วยโรคหลอดเลือดหัวใจ ตลอดจนสร้างความมั่นใจว่าประชาชนในระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติจะได้รับบริการรักษาผ่านสายสวนหัวใจอย่างรวดเร็ว ปลอดภัย และเป็นไปตามมาตรฐานวิชาชีพอย่างเท่าเทียมกัน.