ถอนประกัน “ทรงชัย นกขมิ้น” คดีเสาไฟกินรี ศาลชี้เสี่ยงยุ่งพยาน คุมตัวเข้าเรือนจำ
ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 1 มีคำสั่งเพิกถอนการปล่อยตัวชั่วคราว นายทรงชัย นกขมิ้น อดีตนายกองค์การบริหารส่วนตำบลราชาเทวะ จังหวัดสมุทรปราการ จำเลยที่ 1 ในคดีทุจริตโครงการจัดซื้อเสาไฟฟ้าประติมากรรมกินรี พร้อมออกหมายขังระหว่างพิจารณา หลังพบพฤติการณ์อันควรเชื่อได้ว่าอาจเข้าไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐาน
ย้อนปมไม่หยุดปฏิบัติหน้าที่ ไม่รายงานการถูกฟ้อง ก่อนชนะเลือกตั้งนายก อบต.อีกสมัย และถูกผู้ว่าฯ สั่งพ้นตำแหน่ง แต่ยังกลับเข้ามามีบทบาทในฐานะ “โฆษกส่วนตัว”
ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 1 มีคำสั่งเพิกถอนการปล่อยตัวชั่วคราว นายทรงชัย นกขมิ้น อดีตนายกองค์การบริหารส่วนตำบลราชาเทวะ จังหวัดสมุทรปราการ จำเลยที่ 1 ในคดีทุจริตโครงการจัดซื้อเสาไฟฟ้าประติมากรรมกินรี พร้อมออกหมายขังระหว่างพิจารณา หลังพบพฤติการณ์อันควรเชื่อได้ว่าอาจเข้าไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐาน
วันที่ 23 กันยายน 2569 ที่ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 1 ศาลนัดฟังคำสั่งเกี่ยวกับการปล่อยตัวชั่วคราวนายทรงชัย ในคดีหมายเลขดำที่ อท 66/2569 ซึ่งอัยการสูงสุดเป็นโจทก์ยื่นฟ้องนายทรงชัยกับพวกรวม 14 คน กรณีโครงการจัดซื้อเสาไฟฟ้าประติมากรรมกินรี พร้อมโคมไฟพลังงานแสงอาทิตย์ของ อบต.ราชาเทวะ
ย้อนปมถูกสั่งให้พ้นจากตำแหน่ง
ก่อนหน้านี้ นายทรงชัยถูกดำเนินคดีเกี่ยวกับการจัดซื้อจัดจ้างเสาไฟกินรี โดยเมื่อวันที่ 16 กรกฎาคม 2568 ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 1 มีคำสั่งประทับรับฟ้องคดีหมายเลขดำที่ อท 72/2568
ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 มาตรา 81 ประกอบมาตรา 93 เมื่อศาลประทับรับฟ้องและไม่มีคำสั่งเป็นอย่างอื่น ผู้ดำรงตำแหน่งดังกล่าวต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่จนกว่าศาลจะมีคำพิพากษา
สำนักงาน ป.ป.ช.ภาค 1 ได้มีหนังสือแจ้งคำสั่งประทับรับฟ้องไปยังผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรปราการและนายทรงชัย เพื่อให้ดำเนินการตามกฎหมาย
ต่อมามีการกล่าวหาว่า นายทรงชัยไม่ได้หยุดปฏิบัติหน้าที่ และไม่ได้รายงานการถูกฟ้องคดีอาญาต่อผู้ว่าราชการจังหวัดหรือนายอำเภอในฐานะผู้กำกับดูแล
นายอำเภอบางพลี จึงมีคำสั่งลงวันที่ 19 กันยายน 2568 แต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริง
ผลการสอบสวนระบุว่า นายทรงชัยมีพฤติการณ์ฝ่าฝืนไม่หยุดปฏิบัติหน้าที่หลังศาลประทับรับฟ้อง รวมทั้งปกปิดหรือไม่รายงานข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการถูกฟ้องคดีอาญาให้ผู้ว่าราชการจังหวัดหรือนายอำเภอรับทราบ
คณะกรรมการสอบสวนจึงเสนอให้ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรปราการ สั่งให้นายทรงชัยพ้นจากตำแหน่ง ตามมาตรา 92 แห่งพระราชบัญญัติสภาตำบลและองค์การบริหารส่วนตำบล
มีคดีแต่ยังลงสมัครเลือกตั้งได้
อย่างไรก็ตามผลจากการถูกฟ้องคดีในขณะนั้นไม่ได้ทำให้นายทรงชัยถูกตัดสิทธิสมัครรับเลือกตั้งโดยอัตโนมัติ เพราะคดียังไม่ถึงที่สุด นายทรงชัยจึงสามารถลงสมัครรับเลือกตั้งนายก อบต.ราชาเทวะได้ และได้รับชัยชนะอีกสมัยในการเลือกตั้งเมื่อปลายปี 2568
ระหว่างรอการรับรองผลเลือกตั้ง เมื่อวันที่ 27 มกราคม 2569 ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรปราการ ได้ออกคำสั่งให้นายทรงชัยพ้นจากตำแหน่ง จากกรณีไม่หยุดปฏิบัติหน้าที่ หลังศาลมีคำสั่งประทับรับฟ้อง และไม่รายงานการถูกฟ้องคดีต่อผู้กำกับดูแล
ดังนั้นต้องแยกให้ชัดเจนว่า คำสั่งดังกล่าวไม่ใช่การสั่งพ้นจากตำแหน่งเพียงเพราะ “มีคดีติดตัว”
แต่เกิดจากพฤติการณ์ไม่ปฏิบัติตามหน้าที่ตามกฎหมายหลังศาลประทับรับฟ้อง
และการไม่รายงานข้อเท็จจริงต่อผู้ว่าราชการจังหวัดหรือนายอำเภอ
ตั้ง “ทรงชัย” เป็นโฆษกส่วนตัว
ต่อมา นายอภิชาติ นกขมิ้น จำเลยที่ 11 ได้รับเลือกให้ดำรงตำแหน่งนายก อบต.ราชาเทวะแทน แต่ต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่เช่นกัน หลังศาลประทับรับฟ้องในคดีเสาไฟกินรี
ทำให้นายจาตุรนต์ นกขมิ้น รองนายก อบต.ราชาเทวะ ขึ้นเป็นผู้รักษาราชการแทน และได้แต่งตั้งนายทรงชัยเป็น “โฆษกส่วนตัว”
จากการไต่สวนยังปรากฏข้อเท็จจริงว่า เมื่อวันที่ 13 สิงหาคม 2569 นายทรงชัยได้เข้าร่วมการประชุมสภา อบต.ราชาเทวะ สมัยสามัญ สมัยที่ 3 ประจำปี 2569
ฝ่ายนายจาตุรนต์ชี้แจงว่า เพิ่งเข้ามาปฏิบัติหน้าที่จึงต้องการให้นายทรงชัยช่วยให้คำแนะนำ และนายทรงชัยไม่ได้ใช้อำนาจหรือก้าวก่ายแทรกแซงการประชุมสภาแต่อย่างใด
ศาลชี้กระทบพยานอย่างมีนัยสำคัญ
ศาลพิเคราะห์ว่า ในชั้นตรวจพยานหลักฐาน ฝ่ายโจทก์ยื่นบัญชีพยานรวม 432 อันดับ แบ่งเป็นพยานบุคคล 80 อันดับ พยานเอกสาร 350 อันดับ และพยานวัตถุ 2 อันดับ
ในจำนวนนี้มีพยานบุคคลอย่างน้อย 18 อันดับ เป็นพนักงานและลูกจ้างของ อบต.ราชาเทวะ ซึ่งเกี่ยวข้องกับการทำแผนจัดซื้อจัดจ้าง บันทึก และเอกสารต่าง ๆ ในโครงการเสาไฟกินรีอันเป็นมูลคดี
นายทรงชัยเคยเป็นผู้บริหารและผู้บังคับบัญชาของพนักงานและลูกจ้างเหล่านี้ จึงย่อมทราบถึงช่องทางและความมีอยู่ของพยานหลักฐานเป็นอย่างดี
ศาลเห็นว่า แม้จะอ้างว่าเข้าไปช่วยให้คำแนะนำโดยไม่ได้ใช้อำนาจก้าวก่ายการทำงาน แต่การกลับเข้ามามีบทบาทภายใน อบต.ราชาเทวะ ย่อมอาจส่งผลกระทบต่อพยานบุคคลและพยานเอกสารอย่างมีนัยสำคัญ
คดีจึงมีเหตุอันควรเชื่อได้ว่า นายทรงชัยอาจเข้าไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐาน อันเป็นอุปสรรคหรือก่อให้เกิดความเสียหายต่อการดำเนินคดีในศาล
ศาลจึงมีคำสั่งเพิกถอนสัญญาประกันนายทรงชัย และให้ออกหมายขังระหว่างพิจารณา ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 108/1 (2) ประกอบพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ พ.ศ. 2559 มาตรา 6 วรรคหนึ่ง
ศาลยกคำร้องขอประกันรอบใหม่
ศาลยังสั่งให้เจ้าหน้าที่รายงานต่อผู้พิพากษาเจ้าของสำนวนคดีหมายเลขแดงที่ อท 81/2569 เพื่อพิจารณาปลดอุปกรณ์กำไลอิเล็กทรอนิกส์ หรือ EM เนื่องจากนายทรงชัยถูกควบคุมตัวในเรือนจำแล้ว
ภายหลังศาลมีคำสั่ง
ทนายความของนายทรงชัย ได้ยื่นคำร้องขอปล่อยตัวชั่วคราวอีกครั้งโดยใช้หลักประกันเดิม แต่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งยกคำร้อง เนื่องจากไม่มีเหตุให้เปลี่ยนแปลงคำสั่งเดิม
ป.ป.ช.สมุทรปราการ–STRONG ลงพื้นที่ตรวจสอบ
โครงการเสาไฟฟ้าประติมากรรมกินรีของ อบต.ราชาเทวะ เป็นประเด็นที่สำนักงาน ป.ป.ช.ประจำจังหวัดสมุทรปราการ เจ้าหน้าที่กลุ่มงานป้องกันการทุจริต กลุ่มงานปราบปรามการทุจริต และสมาชิกชมรม STRONG–จิตพอเพียงต้านทุจริตจังหวัดสมุทรปราการ เคยร่วมกันลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงหลายวาระ พร้อมสื่มวลชน
หนึ่งในการตรวจสอบสำคัญเกิดขึ้นหลังสภา อบต.ราชาเทวะอนุมัติงบประมาณจัดซื้อเสาไฟกินรีเพิ่มเติม 727 ต้น ราคาต้นละประมาณ 95,000 บาท รวมวงเงินกว่า 69 ล้านบาท
คณะของ ป.ป.ช.สมุทรปราการและเครือข่าย STRONG ได้ลงพื้นที่หมู่บ้านจามจุรี โครงการ 2 ซอยกิ่งแก้ว 41 ซึ่งเป็นจุดที่จะติดตั้งเสาไฟเพิ่มอีก 40 ต้น ก่อนพบว่าบริเวณดังกล่าวอยู่ภายในหมู่บ้านซึ่งเป็นพื้นที่เอกชน
ป.ป.ช.สมุทรปราการ จึงตั้งข้อสังเกตถึงอำนาจตามกฎหมาย ความเหมาะสม ความคุ้มค่า และประโยชน์ที่ประชาชนส่วนรวมจะได้รับ พร้อมขอเอกสารเกี่ยวกับการอนุมัติงบประมาณและการจัดซื้อจัดจ้างไปตรวจสอบเพิ่มเติม
นอกจากนี้ ยังมีการติดตามกรณีติดตั้งเสาไฟกินรีประมาณ 65 ต้นในชุมชนวัดกิ่งแก้ว ซึ่งเป็นพื้นที่ธรณีสงฆ์ หลังจากทางวัด ระบุว่าไม่ได้อนุญาตให้ อบต.ราชาเทวะนำเสาไฟเข้าไปติดตั้ง
การลงพื้นที่ตรวจสอบดังกล่าว มีสื่อมวลชนร่วมติดตามนำเสนอข่าว โดยเดลี่ไทม์ได้ลงพื้นที่ร่วมกับทีมข่าวสถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอส หรือ Thai PBS เพื่อติดตามตรวจสอบประเด็นเสาไฟกินรีอย่างต่อเนื่อง
จากคดีพิเศษสู่การฟ้องศาล
คดีนี้เริ่มต้นจากคดีพิเศษที่ 54/2564 ของกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ DSI ซึ่งตรวจสอบข้อร้องเรียนเกี่ยวกับการจัดซื้อจัดจ้างเสาไฟฟ้าประติมากรรมกินรีพร้อมโคมไฟพลังงานแสงอาทิตย์ของ อบต.ราชาเทวะ
การสอบสวนพบพฤติการณ์อันควรสงสัยว่า กลุ่มนิติบุคคลที่เข้าร่วมเสนอราคาอาจมีความเกี่ยวข้องกันหรือมีผลประโยชน์ร่วมกัน ซึ่งอาจกระทบต่อการแข่งขันราคาอย่างเป็นธรรม
DSI จึงส่งสำนวนจำนวน 27 แฟ้ม ให้คณะกรรมการ ป.ป.ช.ดำเนินการตามกฎหมาย ก่อนนำไปสู่การที่อัยการสูงสุดยื่นฟ้องนายทรงชัยกับพวกรวม 14 คนต่อศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 1
คำสั่งถอนประกันเป็นมาตรการหนึ่งที่ใช้ควบคุมตัว ระหว่างการพิจารณาคดี เพื่อป้องกันการยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐาน
ส่วนจำเลยทุกคนยังถือเป็นผู้บริสุทธิ์ จนกว่าศาลจะมีคำพิพากษาถึงที่สุด
เดลี่ไทม์ – รายงาน
ข้อมูลประกอบ: ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 1 สำนักงาน ป.ป.ช.ประจำจังหวัดสมุทรปราการ และ Thai PBS