สาธารณสุข

แพทย์เตือน ผู้ป่วยไทรอยด์อย่ามองข้ามอาการทางตา เพราะอาจเสี่ยงสูญเสียการมองเห็น TED ไม่ใช่แค่ตาโปน แพทย์ชี้โรคอาจกระทบการมองเห็นและคุณภาพชีวิต หากปล่อยไว้โดยไม่รักษา

บรรณาธิการ 26 สิงหาคม 2569 72 ครั้ง
แพทย์เตือน ผู้ป่วยไทรอยด์อย่ามองข้ามอาการทางตา เพราะอาจเสี่ยงสูญเสียการมองเห็น  TED ไม่ใช่แค่ตาโปน แพทย์ชี้โรคอาจกระทบการมองเห็นและคุณภาพชีวิต หากปล่อยไว้โดยไม่รักษา

หลายคนเข้าใจว่าโรคไทรอยด์เป็นพิษส่งผลเพียงต่อระบบเผาผลาญ หัวใจ หรือการเปลี่ยนแปลงของน้ำหนัก แต่ผู้ป่วยบางรายอาจเกิดโรคอาการทางตาจากโรคไทรอยด์ (Thyroid Eye Disease: TED) ซึ่งมีอาการตั้งแต่ตาแห้ง ระคายเคือง

เปลือกตารั้ง ตาโปน และมองเห็นภาพซ้อน ไปจนถึงภาวะสูญเสียการมองเห็นในผู้ป่วยที่มีอาการรุนแรง โรคยังอาจกระทบการทำงาน การใช้ชีวิตประจำวัน และความมั่นใจ หากไม่ได้รับการวินิจฉัย การส่งต่อ และการดูแลรักษาอย่างเหมาะสม

 

แม้ความผิดปกติของดวงตาอาจเชื่อมโยงกับโรคไทรอยด์ แต่ประชาชนจำนวนไม่น้อยยังไม่ทราบถึงความสัมพันธ์ดังกล่าว ทำให้ผู้ป่วยบางส่วนได้รับการวินิจฉัยและส่งต่อเพื่อรับการรักษาล่าช้า แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านจักษุวิทยาและต่อมไร้ท่อจึงร่วมกัน
ย้ำว่า การรู้จักอาการและเข้ารับการประเมินตั้งแต่ระยะเริ่มต้น เป็นกุญแจสำคัญในการลดโอกาสเกิดภาวะแทรกซ้อนและผลกระทบต่อการมองเห็นและคุณภาพชีวิต

 มอง TED ให้ไกลกว่าคำว่า “ตาโปน”

 ศ.นพ.ปานเนตร ปางพุฒิพงศ์ ประธานราชวิทยาลัยจักษุแพทย์แห่งประเทศไทย กล่าวว่า TED เป็นโรคที่ควรสร้างความตระหนักรู้ทั้งในประชาชนและบุคลากรทางการแพทย์ เพราะอาการอาจส่งผลต่อการมองเห็นและการใช้ชีวิตประจำวัน

“หลายคนเข้าใจว่า TED เป็นเพียงภาวะตาโปน แต่ความจริงแล้วโรคนี้อาจส่งผลต่อการมองเห็นและการใช้ชีวิตประจำวัน หากประชาชนสังเกตอาการผิดปกติและเข้ารับการวินิจฉัยตั้งแต่ระยะเริ่มต้น ก็จะช่วยให้ได้รับการรักษาอย่างเหมาะสม ลดโอกาสเกิดภาวะแทรกซ้อน และเพิ่มโอกาสกลับมาใช้ชีวิตได้อย่างมีคุณภาพ”

 จากโรคเกรฟส์สู่ความเสี่ยงทางตา: ติดตามและส่งต่อให้ทัน

 รศ.นพ.ธาดา คุณาวิศรุต อายุรแพทย์โรคต่อมไร้ท่อและเมตาบอลิสม โรงพยาบาลศิริราช อธิบายว่า โรคเกรฟส์ (Graves’ Disease) เป็นสาเหตุสำคัญของภาวะต่อมไทรอยด์ทำงานเกิน และอาจนำไปสู่ TED ได้ แม้ไม่ใช่ผู้ป่วยโรคไทรอยด์ทุกคนจะเป็น TED แต่ผู้ป่วยควรรักษาโรคไทรอยด์อย่างต่อเนื่อง พร้อมติดตามอาการทางตาอย่างใกล้ชิด

 “สิ่งสำคัญคือผู้ป่วยต้องรู้จักอาการของโรค หากเริ่มมีความผิดปกติทางตาและได้รับการส่งต่อไปยังจักษุแพทย์ผู้เชี่ยวชาญอย่างรวดเร็ว ก็จะช่วยให้ได้รับการดูแลอย่างทันท่วงที ลดความรุนแรงของโรค และเพิ่มโอกาสในการรักษาอย่างมีประสิทธิภาพ” รศ.นพ.ธาดา กล่าว

 

เสียงจากผู้ป่วย: โรคที่กระทบชีวิตมากกว่าที่มองเห็น

 ภายในงานมีการนำเสนอกรณีศึกษาจากผู้ป่วยจริงที่อยู่ในการดูแลรักษา เพื่อสะท้อนผลกระทบของ TED ต่อการใช้ชีวิตประจำวัน และทำให้เห็นว่าเส้นทางของผู้ป่วยไม่ได้จบเพียงการวินิจฉัย แต่ยังเกี่ยวข้องกับการส่งต่อ การเลือกแนวทางรักษา

ที่เหมาะสม และการกลับไปใช้ชีวิตด้วยความมั่นใจอีกครั้ง กรณีศึกษาดังกล่าวตอกย้ำว่า การตระหนักรู้และการเข้าถึงการดูแล
ในเวลาที่เหมาะสมมีความหมายต่อผู้ป่วยอย่างเป็นรูปธรรม

 คุณภาพชีวิตคือส่วนหนึ่งของเป้าหมายการดูแล

 

ผศ.พญ.พิมพ์ขวัญ จารุอำพรพรรณ จักษุแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านศัลยกรรมจักษุตกแต่งและเสริมสร้าง โรงพยาบาลศิริราช กล่าวว่า จากประสบการณ์การดูแลผู้ป่วย TED ผู้ป่วยจำนวนไม่น้อยต้องเผชิญกับอาการแสบตา ตาแห้ง มองเห็นภาพซ้อน หรือมองเห็นไม่ชัด ซึ่งอาจกระทบต่อการทำงานและการดำเนินชีวิต

“ผู้ป่วยหลายคนไม่ได้กังวลเพียงเรื่องดวงตา แต่กังวลว่าจะทำงาน ใช้ชีวิต หรือพบปะผู้คนได้เหมือนเดิมหรือไม่ การวินิจฉัยและการรักษาที่เหมาะสมตั้งแต่ระยะเริ่มต้น จึงไม่ได้มุ่งดูแลเพียงการมองเห็น แต่ยังช่วยให้ผู้ป่วยมีโอกาสกลับมาใช้ชีวิต
ได้อย่างมั่นใจมากขึ้น” ผศ.พญ.พิมพ์ขวัญ กล่าว

 การรักษาก้าวหน้าขึ้น แต่ต้องเลือกให้เหมาะกับผู้ป่วยแต่ละราย

 

ผศ. พ.อ.หญิง รวีวรรณ ชุนถนอม ประธานชมรมศัลยกรรมจักษุตกแต่งและเสริมสร้างแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ปัจจุบันการดูแลรักษาผู้ป่วย TED มีความก้าวหน้ามากขึ้น นอกเหนือจากการผ่าตัด ยังมีทางเลือกอื่น ๆ รวมถึง “ยามุ่งเป้า” (Targeted Therapy) ซึ่งเป็นหนึ่งในแนวทางการรักษาตามแนวเวชปฏิบัติสำหรับผู้ป่วยที่เหมาะสม

“TED ไม่ใช่เพียงปัญหาด้านรูปลักษณ์ แต่เป็นโรคที่อาจกระทบการมองเห็นและคุณภาพชีวิต การรักษาในปัจจุบันมีหลายทางเลือก แพทย์จึงต้องประเมินความรุนแรง ระยะของโรค และความเหมาะสมของผู้ป่วยเป็นรายบุคคล เพื่อช่วยควบคุมโรค

ลดผลกระทบต่อการมองเห็น และสนับสนุนให้ผู้ป่วยกลับมาใช้ชีวิตประจำวันได้อย่างมั่นใจมากขึ้น” ผศ. พ.อ.หญิง รวีวรรณ กล่าว

 ข้อควรสังเกตสำหรับผู้ป่วยโรคไทรอยด์

 หากพบอาการตาโปน เปลือกตารั้ง ตาแดง แสบตา ตาแห้ง ปวดรอบดวงตา เห็นภาพซ้อน หรือมองเห็นไม่ชัด ควรปรึกษาแพทย์หรือจักษุแพทย์โดยเร็ว ไม่ควรรอให้อาการรุนแรง เพราะการวินิจฉัยและการส่งต่อที่รวดเร็วจะช่วยให้ผู้ป่วยได้รับการดูแลรักษาอย่างเหมาะสม และลดผลกระทบต่อการมองเห็นและคุณภาพชีวิต


แชร์:

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

อคม.เขต 6 ระยอง ติดตามมาตรฐาน 5 โรงพยาบาล ยกระดับรักษาหลอดเลือดหัวใจผ่านสายสวน

อคม.เขต 6 ระยอง ติดตามมาตรฐาน 5 โรงพยาบาล ยกระดับรักษาหลอดเลือดหัวใจผ่านสายสวน

อคม. ตรวจความพร้อมบุคลากร–ห้องสวนหัวใจ–ระบบฉุกเฉิน พร้อมติดตามเวลาเปิดหลอดเลือด อัตราแทรกซ้อนและการเ...

OLIC ชวนผู้หญิง “รู้ก่อนเลือก” ยกระดับการสร้างความรอบรู้ด้านสุขภาพผู้หญิง  World Contraception Day 2026 ชู “ความปลอดภัย–ทางเลือก–การป้องกัน–การดูแลต่อเนื่อง” ตั้งแต่การคุมกำเนิดถึงการดูแลการติดเชื้อเอชพีวี (HPV)

OLIC ชวนผู้หญิง “รู้ก่อนเลือก” ยกระดับการสร้างความรอบรู้ด้านสุขภาพผู้หญิง World Contraception Day 2026 ชู “ความปลอดภัย–ทางเลือก–การป้องกัน–การดูแลต่อเนื่อง” ตั้งแต่การคุมกำเนิดถึงการดูแลการติดเชื้อเอชพีวี (HPV)

อคม.เขต 6 ระยอง ยกระดับความปลอดภัยยา สกัด “Medication Error” ป้องกันเหตุซ้ำ

อคม.เขต 6 ระยอง ยกระดับความปลอดภัยยา สกัด “Medication Error” ป้องกันเหตุซ้ำ

สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) เขต 6 ระยอง ร่วมกับคณะอนุกรรมการควบคุมคุณภาพและมาตรฐานบริกา...