สปสช.จับมือรามาธิบดี ยกระดับบัตรทอง ลดเหลื่อมล้ำสุขภาพ
สปสช. ลงนามความร่วมมือกับคณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี เชื่อมองค์ความรู้ทางการแพทย์ งานวิจัย และนวัตกรรม เข้ากับระบบหลักประกันสุขภาพ หวังยกระดับบริการให้ประชาชน โดยเฉพาะผู้มีสิทธิบัตรทอง เข้าถึงการรักษาที่มีคุณภาพ ลดความเหลื่อมล้ำ และไม่ต้องเดินทางไปโรงพยาบาลขนาดใหญ่ทุกครั้งที่เจ็บป่วย
ผนึกองค์ความรู้แพทย์–วิจัย–นวัตกรรม เชื่อมหน่วยบริการทั่วประเทศ ดันผู้ป่วยเข้าถึงการรักษาคุณภาพใกล้บ้าน
สปสช. ลงนามความร่วมมือกับคณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี เชื่อมองค์ความรู้ทางการแพทย์ งานวิจัย และนวัตกรรม เข้ากับระบบหลักประกันสุขภาพ หวังยกระดับบริการให้ประชาชน โดยเฉพาะผู้มีสิทธิบัตรทอง เข้าถึงการรักษาที่มีคุณภาพ ลดความเหลื่อมล้ำ และไม่ต้องเดินทางไปโรงพยาบาลขนาดใหญ่ทุกครั้งที่เจ็บป่วย
เมื่อวันที่ 14 กันยายน 2569 ที่โรงพยาบาลรามาธิบดีจักรีนฤบดินทร์ สถาบันการแพทย์จักรีนฤบดินทร์ คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี และสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ หรือ สปสช. ร่วมลงนามบันทึกความร่วมมือทางวิชาการ เพื่อแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ด้านการเงินการคลังสุขภาพและระบบสุขภาพ รวมถึงสนับสนุนการวิจัย เพื่อนำไปสู่ข้อเสนอเชิงนโยบายด้านสุขภาพของประเทศ
การลงนามครั้งนี้มี นายแพทย์จเด็จ ธรรมธัชอารี เลขาธิการ สปสช. และศาสตราจารย์คลินิกนายแพทย์อาทิตย์ อังการนนท์ คณบดีคณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี ร่วมลงนาม

นายแพทย์จเด็จ กล่าวว่า ความร่วมมือครั้งนี้เป็นการนำ “พลังของระบบ” จากเครือข่ายหน่วยบริการของ สปสช. มารวมกับ “พลังขององค์ความรู้” จากโรงเรียนแพทย์รามาธิบดี ซึ่งมีความเชี่ยวชาญด้านการรักษา การผลิตบุคลากร งานวิจัย และนวัตกรรมทางการแพทย์
เป้าหมายคือพัฒนาระบบบริการให้ผู้มีสิทธิหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ หรือบัตรทอง ได้รับการดูแลอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่หน่วยบริการปฐมภูมิใกล้บ้าน ไปจนถึงการรักษาเฉพาะทางและศูนย์ความเป็นเลิศ ตามความจำเป็นของผู้ป่วยแต่ละราย
สำหรับกรอบความร่วมมือ ครอบคลุมการพัฒนาระบบบริการและระบบส่งต่อผู้ป่วย การวางแผนนโยบายด้านการเงินการคลังสุขภาพ เพื่อดูแลผู้ป่วยโรคเรื้อรัง ผู้ป่วยระยะยาว และผู้ป่วยที่ต้องการการดูแลแบบประคับประคอง
รวมถึงการใช้ Telemedicine และ Teleconsultation เชื่อมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญกับหน่วยบริการในพื้นที่ ให้บุคลากรทางการแพทย์สามารถปรึกษาผู้เชี่ยวชาญได้รวดเร็วขึ้น ช่วยให้ผู้ป่วยได้รับการวินิจฉัยและรักษาอย่างเหมาะสม โดยไม่จำเป็นต้องเดินทางไกลในทุกกรณี


ด้านศาสตราจารย์คลินิกนายแพทย์อาทิตย์ กล่าวว่า รามาธิบดีมีพันธกิจนำความรู้ทางการแพทย์และงานวิจัยไปใช้ประโยชน์แก่สังคม ความร่วมมือกับ สปสช. จะช่วยขยายองค์ความรู้จากโรงเรียนแพทย์ ไปสู่หน่วยบริการและประชาชนในพื้นที่ต่าง ๆ ทั่วประเทศ
ทั้งสองฝ่ายยังเตรียมผลักดันโครงการสำคัญ 3 ด้าน คือ ยกระดับบริการสำหรับผู้ป่วยที่มีโรคซับซ้อน เชื่อมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญกับหน่วยบริการด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล และสนับสนุนงานวิจัยกับนวัตกรรม เพื่อพัฒนาระบบหลักประกันสุขภาพให้มีคุณภาพ คุ้มค่า และประชาชนเข้าถึงบริการอย่างเป็นธรรมมากขึ้น.